ตอนที่ 12 — ความรู้สึกที่ต้องเลือก
ความสัมพันธ์ระหว่างนลินดากับภาคินัยตกอยู่ในสภาวะที่เรียกว่า “ความหนาวเย็น” อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งคู่ต่างรักษาระยะห่างของกันและกันอย่างเคร่งครัด การพูดคุยกันมีน้อยลงเหลือเพียงแค่เรื่องงานที่จำเป็นเท่านั้น บทสนทนาที่เคยเต็มไปด้วยความรู้สึกอบอุ่นและเป็นกันเอง บัดนี้กลับกลายเป็นคำพูดสั้นๆ ที่เต็มไปด้วยความอึดอัด นลินดารู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังอยู่ในห้องกระจกที่มองเห็นภาคินัยอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่สามารถเอื้อมมือไปสัมผัสเขาได้อีกต่อไป
ในขณะที่ภาคินัยเองก็รู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงนั้น เขามักจะพบว่าตัวเองมองหานลินดาอยู่เสมอในโรงพยาบาล หรือแม้แต่ในเวลาที่เขาอยู่คนเดียว เขารู้สึกถึงความว่างเปล่าในบางส่วนของหัวใจ ที่ไม่สามารถเติมเต็มได้ด้วยใครคนอื่น
วันหนึ่ง เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น ขณะที่ภาคินัยกำลังตรวจคนไข้ในห้องผ่าตัดฉุกเฉิน จู่ๆ สัญญาณชีพของผู้ป่วยก็เริ่มลดลงอย่างรวดเร็ว ทีมแพทย์ต้องทำงานแข่งกับเวลาเพื่อรักษาชีวิตของผู้ป่วยเอาไว้ ภาคินัยสั่งการอย่างเฉียบขาดและรวดเร็ว เขาทำงานอย่างมืออาชีพโดยไม่แสดงความตื่นตระหนกใดๆ ออกมา
นลินดาซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ด้วย รู้สึกถึงความกดดันและความตึงเครียดที่ปกคลุมไปทั่วห้องผ่าตัด เธอได้เห็นความทุ่มเทและความสามารถของภาคินัยอย่างเต็มที่ เขาคือหมอที่เก่งที่สุดเท่าที่เธอเคยเจอมา ในสถานการณ์คับขันเช่นนี้ เขาคือศูนย์กลางของทุกสิ่งทุกอย่าง
หลังจากปฏิบัติการที่ยาวนานและเต็มไปด้วยความตึงเครียด ในที่สุดทีมแพทย์ก็สามารถรักษาชีวิตของผู้ป่วยเอาไว้ได้ ผู้ป่วยพ้นขีดอันตรายแล้ว ภาคินัยถอนหายใจอย่างโล่งอก เขาวางเครื่องมือแพทย์ลง แล้วหันไปมองนลินดา ซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลจากเขา
“คุณลินดา” ภาคินัยเอ่ยขึ้น เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อย “คุณ…คุณไม่เป็นอะไรนะ”
คำถามนั้นทำให้นลินดาประหลาดใจ เธอไม่เคยคิดว่าภาคินัยจะยังคงมีความห่วงใยเธออยู่ หลังจากที่เขาบอกเธอเกี่ยวกับเรื่องแต่งงาน “ฉัน…ฉันไม่เป็นไรค่ะคุณหมอ” เธอตอบเสียงสั่นเล็กน้อย “ขอบคุณที่ถามค่ะ”
ภาคินัยมองเข้าไปในดวงตาของนลินดา เขาสัมผัสได้ถึงความรู้สึกบางอย่างที่ยังคงอยู่ระหว่างพวกเขา แม้จะพยายามหลีกเลี่ยงมากแค่ไหนก็ตาม “คุณลินดา…” เขาเริ่มพูด “ผม…ผมมีเรื่องอยากจะคุยกับคุณ”
หัวใจของนลินดาเต้นแรงขึ้น เธอรู้ว่านี่อาจจะเป็นโอกาสสุดท้ายที่เธอจะได้รู้ความจริงทั้งหมด หรืออาจจะเป็นโอกาสที่เธอจะได้แก้ไขบางสิ่งบางอย่าง “ค่ะคุณหมอ” เธอตอบเสียงเบา “ฉันพร้อมจะฟังค่ะ”
ทั้งสองคนเดินออกมาจากห้องผ่าตัดที่เริ่มจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ และเข้าไปยังมุมที่เงียบสงบของโรงพยาบาล ภาคินัยลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเริ่มพูด
“คุณลินดา ผมรู้ว่าผมทำตัวไม่ถูกหลังจากวันนั้น” ภาคินัยกล่าว “ผมรู้ว่าผมทำให้คุณเสียใจ และผมก็…ผมเสียใจจริงๆ”
“ไม่เป็นไรค่ะคุณหมอ” นลินดาตอบเบาๆ “ฉันเข้าใจค่ะ”
“ไม่ครับ คุณไม่เข้าใจ” ภาคินัยส่ายหน้า “ผม…ผมก็สับสนกับความรู้สึกของตัวเองเหมือนกัน” เขาเงยหน้าขึ้นมองนลินดา ดวงตาของเขาฉายแววของความจริงใจ “ผมยอมรับว่าผมรู้สึกดีเวลาอยู่ใกล้ๆ คุณ ผมรู้สึกผ่อนคลายเวลาได้คุยกับคุณ และผมก็…ผมก็เป็นห่วงคุณจริงๆ”
คำพูดของภาคินัยทำให้นลินดารู้สึกสับสนยิ่งกว่าเดิม เธอไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกอย่างไร ควรจะดีใจที่เขายอมรับความรู้สึกของตัวเอง หรือควรจะเจ็บปวดกว่าเดิมที่รู้ว่าความรู้สึกนั้นไม่สามารถพัฒนาไปได้ไกลกว่านี้
“แต่…ผมก็กำลังจะแต่งงานครับ” ภาคินัยกล่าวต่อ “คุณธัญญ่าเป็นคนที่ผมผูกพันมานาน ครอบครัวของเราก็คาดหวังเรื่องนี้” เขาถอนหายใจ “ผมไม่รู้ว่าความรู้สึกที่ผมมีต่อคุณมันคืออะไรกันแน่ มันเป็นแค่ความรู้สึกดีๆ ที่เกิดขึ้นชั่วคราว หรือมันมีความหมายที่ลึกซึ้งกว่านั้น”
นลินดาฟังเขาอย่างตั้งใจ น้ำตาเริ่มคลอเบ้าอีกครั้ง เธอรู้ว่าเธอไม่สามารถยื้อเวลาต่อไปได้อีกแล้ว เธอต้องตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรกับความรู้สึกของเธอ “คุณหมอคะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “ความรู้สึกของคนเรามันซับซ้อนค่ะ บางครั้งมันก็ยากที่จะเข้าใจ แม้แต่ตัวเราเอง”
“แล้ว…คุณลินดา คุณรู้สึกยังไงกับผม” ภาคินัยถาม น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความคาดหวัง
นลินดาหลับตาลง เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วพูดออกมาอย่างตรงไปตรงมา “คุณหมอคะ ฉัน…ฉันรักคุณค่ะ”
คำสารภาพนั้นหลุดออกจากปากเธอไปอย่างไม่คาดคิด มันเหมือนกับว่ามีบางอย่างที่บีบคั้นอยู่ภายในมานานแสนนาน ได้ถูกปลดปล่อยออกมา นลินดาตกใจกับคำพูดของตัวเอง แต่เธอก็ไม่รู้สึกเสียใจเลยแม้แต่น้อย
ภาคินัยยืนนิ่งไป ดวงตาของเขากลมโตขึ้นด้วยความตกใจ “คุณ…คุณบอกว่าคุณรักผมเหรอครับ”
นลินดาพยักหน้าเบาๆ น้ำตาไหลรินลงมาอาบแก้ม “ค่ะคุณหมอ ฉันรักคุณ” เธอพูดซ้ำ “แต่ฉันก็รู้ค่ะว่าความรักของฉันมันไม่มีวันเป็นจริง”
“ทำไมคุณถึงคิดอย่างนั้นครับ” ภาคินัยถาม น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ
“เพราะคุณกำลังจะแต่งงานค่ะ” นลินดาตอบ “คุณมีคนที่คุณรักและมีอนาคตที่ต้องรับผิดชอบ” เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา “ฉันรู้ว่าฉันไม่ควรจะก้าวเข้าไปในความสัมพันธ์นี้ตั้งแต่แรก ฉันควรจะหยุดตัวเองก่อนที่จะเจ็บปวดไปมากกว่านี้”
ภาคินัยยืนนิ่ง เขากำลังประมวลผลทุกอย่างที่นลินดาพูด ความรู้สึกที่เขามีต่อเธอ ความรู้สึกของเธอที่มีต่อเขา และความจริงที่ว่าเขาจะต้องแต่งงานกับผู้หญิงอีกคนหนึ่ง เขาไม่เคยคิดว่าเรื่องราวจะมาถึงจุดนี้ได้
“คุณลินดา…” ภาคินัยเอ่ยเสียงแผ่วเบา “ผม…ผมไม่รู้จะทำยังไงดี”
“คุณไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้นค่ะคุณหมอ” นลินดากล่าว “ฉันแค่อยากจะบอกให้คุณรู้ความรู้สึกของฉัน” เธอเช็ดน้ำตา “หลังจากนี้ ฉันจะพยายามลืมคุณให้ได้ค่ะ ฉันจะเดินหน้าต่อไป”
เธอรู้ดีว่าการพูดเช่นนี้มันยากลำบากเพียงใด แต่นี่คือทางเลือกเดียวที่เธอมี เธอต้องยอมรับความจริง และปล่อยวางความรู้สึกของเธอเสีย
“แต่…คุณลินดา” ภาคินัยดูเหมือนจะยังไม่พร้อมที่จะยอมรับ
“ได้โปรดค่ะคุณหมอ” นลินดาขัดขึ้น “อย่าทำให้มันยากไปกว่านี้เลย” เธอพยายามรวบรวมกำลังใจที่เหลืออยู่ “ฉันต้องไปแล้วค่ะ”
นลินดาหมุนตัวเดินจากไป ทิ้งให้ภาคินัยยืนอยู่เพียงลำพังในความเงียบ เขามองตามแผ่นหลังของเธอที่ค่อยๆ หายลับไปในฝูงชน เขารู้สึกถึงความว่างเปล่าที่เข้ามาแทนที่ความรู้สึกสับสนในใจ มันเป็นความรู้สึกที่เจ็บปวด แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็รู้สึกว่าตัวเองได้ตัดสินใจอะไรบางอย่างแล้ว แม้จะยังไม่แน่ใจว่ามันคืออะไรก็ตาม
5,012 ตัวอักษร