ตอนที่ 16 — ความหวังที่ถูกบั่นทอน
แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านม่านโปร่งบางเข้ามาปลุกนลินดาให้ตื่นจากภวังค์ เธอขยับตัวเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้น ภาพแรกที่ปรากฏคือเพดานห้องสีขาวสะอาดตา ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอคุ้นเคยเสียยิ่งกว่าเพดานห้องนอนของตัวเองเสียอีก กลิ่นยาจางๆ ที่ลอยมากับอากาศทำให้เธอถอนหายใจแผ่วเบา สัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นสัปดาห์ที่เธอแทบจะไม่ได้กลับบ้าน จมปลักอยู่กับการดูแลแก้วตาและเป็นกำลังใจให้ภาคินัย ซึ่งดูเหมือนจะดีขึ้นเรื่อยๆ ตามลำดับ
"คุณหมอภาคินัยคะ" เสียงเรียกของพยาบาลดังขึ้นจากด้านนอก ทำให้เธอผุดลุกขึ้นนั่ง "เช้านี้คนไข้แก้วตาอาการดีขึ้นมากเลยค่ะ ความดันคงที่แล้ว หัวใจเต้นเป็นปกติ การตอบสนองดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด"
นลินดารู้สึกใจพองโต ข่าวดีเช่นนี้คือสิ่งที่เธอรอคอยมาตลอด "ดีมากเลยค่ะ แล้วคุณหมอภาคินัยล่ะคะ ไปตรวจคนไข้แล้วหรือยัง"
"คุณหมอเพิ่งจะออกไปเมื่อสักครู่ค่ะ" พยาบาลตอบ "แต่ดูเหมือนคุณหมอจะเครียดๆ นะคะ"
"เครียดเหรอคะ" นลินดาพึมพำ รู้สึกถึงความกังวลที่แล่นเข้ามาในใจ เธอรีบลุกจากเตียงเล็กน้อยที่มุมห้องพักฟื้นพิเศษที่เธอจับจองไว้แทบจะตลอดเวลา "ขอบคุณมากค่ะ"
เธอเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ตรงไปยังห้องพักของผู้ป่วยที่แก้วตานอนอยู่ ภาพที่เห็นคือภาคินัยกำลังนั่งอยู่ข้างเตียง สวมเสื้อกาวน์สีขาวที่ดูราวกับเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย ดวงตาคมกริบจับจ้องไปยังใบหน้าซีดเซียวของแก้วตาอย่างอ่อนโยน ขณะที่มือเรียวยาวกำลังจัดสายน้ำเกลือให้เข้าที่
"ภาคินัย" เธอเรียกชื่อเขาเบาๆ ภาคินัยหันมามอง แววตาที่เคยเต็มไปด้วยความอบอุ่นเมื่อมองเธอ บัดนี้กลับฉายแววเหนื่อยล้าและตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด
"อ้าว นลินดา มาแล้วเหรอ" น้ำเสียงของเขาฟังดูแหบพร่ากว่าปกติ "แก้วตาดีขึ้นมากจริงๆ นะ"
"ใช่ค่ะ ฉันเพิ่งได้ยินข่าวจากพยาบาล" นลินดากล่าวพลางเดินเข้าไปใกล้ "แล้วคุณล่ะคะ ดูเหมือนคุณจะไม่ได้พักผ่อนเลย"
ภาคินัยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก "ก็ต้องดูแลคนไข้ของผมให้ดีที่สุดนี่ครับ" เขาหันกลับไปมองแก้วตาอีกครั้ง "แต่ดูเหมือนว่า…มีเรื่องที่ผมต้องเจออีกแน่ๆ"
"มีอะไรรึเปล่าคะ" นลินดาถามด้วยความเป็นห่วง เธอสังเกตเห็นความผิดปกติในน้ำเสียงและแววตาของเขาได้ชัดเจน
"ผมเพิ่งได้รับรายงานผลการตรวจเพิ่มเติมจากห้องแล็บ" ภาคินัยถอนหายใจยาว "ผลเลือดของแก้วตา…มีความผิดปกติบางอย่างที่ยังอธิบายไม่ได้ มันบ่งชี้ถึงภาวะที่ซับซ้อนกว่าที่คิดไว้ตอนแรก"
นลินดาหน้าซีดเผือด "หมายความว่ายังไงคะ"
"หมายความว่า…โรคของแก้วตาอาจจะไม่ได้ตอบสนองต่อการรักษาแบบที่เราวางแผนไว้" ภาคินัยสบตาเธอตรงๆ "ผมอาจจะต้องเริ่มการรักษาด้วยวิธีที่เข้มข้นขึ้น ซึ่งมีความเสี่ยงมากกว่าเดิม"
"แต่…คุณบอกว่าอาการของเธอดีขึ้นแล้วนี่คะ" นลินดาเอ่ยเสียงสั่นเครือ
"มันเป็นสัญญาณที่ดีในช่วงระยะสั้น แต่ผลเลือดล่าสุดมันเหมือนเป็นการเตือนว่า…เรายังไม่สามารถวางใจได้" ภาคินัยกล่าว "บางที…มันอาจจะเกี่ยวกับสาเหตุที่แท้จริงของโรคที่ซ่อนอยู่ก็ได้"
ความหวังที่เพิ่งก่อตัวขึ้นในใจของนลินดาเริ่มสั่นคลอน เธอสัมผัสได้ถึงความกดดันที่ถาโถมเข้ามาอีกครั้ง "แล้ว…เราจะทำยังไงต่อไปคะ"
"ผมกำลังปรึกษาทีมแพทย์อยู่ครับ" ภาคินัยตอบ "อาจจะต้องมีการตรวจพิเศษเพิ่มเติม หรืออาจจะต้องพิจารณาการส่งตัวไปรักษาต่อที่สถาบันอื่นที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านนี้โดยตรง"
"ส่งตัวไปที่อื่นเหรอคะ" นลินดาอุทานด้วยความตกใจ "แต่…คุณหมอภาคินัย คุณจะปล่อยให้แก้วตาไปอยู่ที่อื่นได้ยังไงคะ"
"ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณครับ" ภาคินัยพยายามปลอบ "แต่มันอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับแก้วตา ณ ตอนนี้ เราต้องทำทุกอย่างเพื่อให้เธอหายดีที่สุด"
"แต่…ฉันอยากให้แก้วตาอยู่ที่นี่ค่ะ" นลินดาเอ่ยเสียงอ้อนวอน "อยู่ที่นี่กับคุณหมอภาคินัย ที่ฉัน…ที่เธอไว้ใจ"
ภาคินัยมองแววตาที่ฉายประกายตัดพ้อของเธอ เขารู้ดีว่าความผูกพันของพวกเธอมีมากเพียงใด แต่ในฐานะแพทย์ เขาต้องมองถึงผลประโยชน์สูงสุดของผู้ป่วยเป็นที่ตั้ง
"ผมจะพยายามอย่างเต็มที่ที่สุดครับ" เขากล่าว "แต่ผมขอเวลาผมสักหน่อยในการตัดสินใจเรื่องนี้ ผมต้องประเมินสถานการณ์ทั้งหมดก่อน"
นลินดาพยักหน้าช้าๆ พยายามเก็บก้อนน้ำตาที่เอ่อคลอ เธอหันกลับไปมองแก้วตาอีกครั้ง ใบหน้าของคนไข้ยังคงซีดเซียว แต่ก็ดูสงบกว่าที่เคย เธอยกมือขึ้นลูบแขนของแก้วตาเบาๆ "ไม่ต้องห่วงนะแก้วตา ฉันจะอยู่ตรงนี้เสมอ"
ช่วงเวลาต่อมา บรรยากาศในห้องพักผู้ป่วยก็เต็มไปด้วยความตึงเครียด ภาคินัยยังคงวนเวียนอยู่กับการตรวจคนไข้คนอื่นๆ และการประชุมปรึกษาหารือกับทีมแพทย์ นลินดาสังเกตเห็นว่าเขามักจะเหม่อลอย และแววตาที่เคยฉายประกายแห่งความมุ่งมั่น บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความกังวล
"คุณหมอภาคินัยคะ" เธอตัดสินใจเดินเข้าไปหาเขาอีกครั้งในขณะที่เขากำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานในห้องพักแพทย์ "คุณหมอคิดว่ายังไงคะเรื่องส่งตัวแก้วตา"
ภาคินัยเงยหน้าขึ้นมองเธอ ดวงตาของเขามีร่องรอยความเหนื่อยล้าปรากฏชัด "ผมยังหาข้อสรุปไม่ได้ครับ นลินดา"
"แต่…ถ้าคุณหมอเชื่อว่าการรักษาที่นี่ดีที่สุด ทำไมเราไม่ลองดูก่อนล้ำคะ" นลินดาพยายามโน้มน้าว "ฉันเชื่อมั่นในตัวคุณหมอภาคินัยนะคะ"
ภาคินัยมองเข้าไปในดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวังและความเชื่อมั่นของเธอ รู้สึกถึงแรงกดดันที่เพิ่มสูงขึ้น "ผมก็อยากจะทำอย่างนั้นนะนลินดา" เขาตอบเสียงเบา "แต่ผลเลือดมัน…มันกำลังบอกผมว่าเราอาจจะพลาดอะไรไปบางอย่าง"
"พลาดอะไรคะ"
"ผมยังไม่แน่ใจ" ภาคินัยส่ายหน้า "แต่ผมรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างที่มันกำลังจะแย่ลง"
"ถ้าอย่างนั้น…คุณหมอจะทำยังไงคะ" นลินดาถามด้วยน้ำเสียงที่เริ่มสั่นเครือ
"ผมกำลังจะลองให้ยาตัวใหม่ ซึ่งเป็นยาที่มีผลข้างเคียงค่อนข้างสูง" ภาคินัยกล่าว "แต่ถ้าได้ผล มันอาจจะช่วยยับยั้งการลุกลามของโรคได้ดีกว่ายาตัวเดิม"
"แล้ว…มันเสี่ยงแค่ไหนคะ"
"มีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการแพ้ หรืออาจจะกระทบต่อการทำงานของอวัยวะอื่นๆ" ภาคินัยตอบตามตรง "แต่ถ้าไม่ลอง…เราก็จะไม่มีทางรู้"
นลินดาหลับตาลงช้าๆ พยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เธอรู้ดีว่าสถานการณ์กำลังย่ำแย่ลง และความหวังที่เคยมีก็เริ่มถูกบั่นทอนทีละน้อย
"ฉันเข้าใจค่ะ" เธอกล่าวเสียงแผ่ว "ขอแค่คุณหมอทำทุกอย่างเต็มที่เพื่อแก้วตา ฉัน…ฉันจะเชื่อใจคุณหมอค่ะ"
ภาคินัยมองใบหน้าที่อ่อนล้าแต่ยังคงเปี่ยมไปด้วยความหวังของเธอ หัวใจของเขาหนักอึ้ง เขาไม่รู้ว่าการตัดสินใจของเขาครั้งนี้จะนำพาไปสู่สิ่งใด แต่เขาต้องทำ เขาต้องพยายามเพื่อแก้วตา และเพื่อความรู้สึกที่กำลังก่อตัวขึ้นในใจของเขาที่มีต่อนลินดา
5,148 ตัวอักษร