ตอนที่ 23 — ความจริงที่เจ็บปวด
บรรยากาศในห้องพักฟื้นของแก้วตาเริ่มเปลี่ยนไป ความสดใสที่เคยมีเริ่มถูกแทนที่ด้วยความกังวลและกดดัน ค่าการทำงานของตับของเธอที่ยังคงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ภาคินัยต้องตัดสินใจหยุดการรักษาด้วยยาตัวเดิมชั่วคราว การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย มันเหมือนกับการถอยหลังกลับไปสู่จุดที่อันตรายอีกครั้ง
“เธอทำดีที่สุดแล้วภาคินัย” อาจารย์แพทย์กล่าวปลอบใจเขาขณะที่ทั้งคู่กำลังยืนมองผลการตรวจล่าสุด “เราต้องให้ร่างกายของแก้วตาได้พักฟื้น”
ภาคินัยพยักหน้าอย่างอ่อนแรง “แต่ถ้าเราหยุดไปนานกว่านี้… โอกาสของเธออาจจะน้อยลง”
“พี่เข้าใจ” อาจารย์แพทย์วางมือบนบ่าของเขา “แต่เราไม่สามารถเสี่ยงกับภาวะตับวายเฉียบพลันได้ มันอันตรายกว่ามาก”
ภาคินัยเดินกลับมาที่ห้องของแก้วตา เขาเห็นเธอนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง แววตาของเธอเต็มไปด้วยความเศร้าสร้อย “แก้วตา…” เขาเรียกชื่อเธอเบาๆ
แก้วตาหันมามองเขา รอยยิ้มที่เคยสดใสบัดนี้กลับดูเลือนราง “คุณหมอคะ… ผลเป็นยังไงบ้าง”
ภาคินัยสูดลมหายใจลึก “เรา… เราต้องหยุดยาตัวเดิมก่อนนะ” เขาเลือกที่จะบอกความจริงทั้งหมด “ค่าการทำงานของตับเธอสูงเกินไป มันอาจจะเป็นอันตรายต่อร่างกาย”
แก้วตาหน้าซีดเผือด เธอหลับตาลงช้าๆ เหมือนพยายามจะยอมรับความจริง “หมายความว่า… การรักษาต้องหยุดลงเหรอคะ”
“แค่ชั่วคราวก่อนนะ” ภาคินัยรีบแก้ตัว “เราจะหาทางอื่น”
“ทางอื่น… มีจริงๆ เหรอคะ” น้ำเสียงของแก้วตาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง “ฉัน… ฉันคงไม่มีหวังแล้วใช่ไหม”
“ไม่จริงนะ” ภาคินัยรีบเข้าไปประคองเธอ “อย่าคิดแบบนั้นนะ แก้วตา” เขาจับมือเธอไว้ “พี่จะไม่ยอมให้เธอเป็นอะไรเด็ดขาด”
“แต่… แต่ถ้ามันไม่หายล่ะคะ” แก้วตากล่าวทั้งน้ำตา “ถ้าฉันต้องเป็นแบบนี้ตลอดไป”
“ไม่! พี่ไม่ยอมเด็ดขาด” ภาคินัยกอดเธอไว้แน่น “เราจะสู้ไปด้วยกัน”
ช่วงเวลาต่อมา เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับทั้งคู่ ภาคินัยทุ่มเทเวลาทั้งหมดไปกับการค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการรักษาทางเลือกใหม่ๆ เขาร่วมประชุมกับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกผ่านระบบวิดีโอคอล เขาตรวจสอบงานวิจัยล่าสุดทุกชิ้นที่เกี่ยวข้องกับการปรับแต่งยีนและโรคที่แก้วตาเป็น
“อาจจะมีวิธีการรักษาอีกแบบหนึ่ง” ภาคินัยพูดขึ้นในที่ประชุมทีมแพทย์ “เป็นวิธีการที่ยังอยู่ในขั้นทดลอง แต่มีผลลัพธ์เบื้องต้นที่น่าสนใจ”
“เป็นวิธีไหน” อาจารย์แพทย์ถาม
“เป็นการใช้ไวรัสบำบัดเพื่อนำส่งยีนที่ถูกต้องเข้าไปยังเซลล์” ภาคินัยอธิบาย “แต่มันมีความเสี่ยงที่ต้องประเมินอย่างละเอียด”
“ไวรัสบำบัด…” อาจารย์แพทย์พยักหน้า “เป็นวิธีที่ค่อนข้างใหม่ และยังมีความเสี่ยงอยู่พอสมควร”
“แต่ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย โอกาสของแก้วตาก็จะยิ่งน้อยลง” ภาคินัยกล่าวอย่างหนักแน่น “ผมเชื่อว่าถ้าเราศึกษาข้อมูลให้ดี และควบคุมความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราจะสามารถช่วยเหลือเธอได้”
หลังจากหารือกันอย่างละเอียด ทีมแพทย์ก็เห็นพ้องต้องกันที่จะลองใช้วิธีการรักษาแบบใหม่นี้ ภาคินัยรู้สึกโล่งใจขึ้นมาบ้าง แต่ก็ยังคงมีความกังวลแฝงอยู่
“แก้วตา” ภาคินัยเดินเข้าไปหาเธอในห้องพัก “พี่มีข่าวดี”
แก้วตามองเขาด้วยความหวัง “ข่าวดีอะไรคะ”
“เราเจอวิธีการรักษาแบบใหม่แล้ว” ภาคินัยบอกเธอ “เป็นวิธีที่ค่อนข้างใหม่ แต่มีโอกาสสำเร็จสูง”
แก้วตามองเขาด้วยแววตาที่สั่นไหว “จริงเหรอคะ”
“จริงสิ” ภาคินัยยิ้มให้เธอ “พี่สัญญาว่าจะพาเธอหาย”
วันต่อมา การเตรียมการสำหรับกระบวนการรักษาใหม่ก็เริ่มต้นขึ้น ภาคินัยดูแลทุกขั้นตอนด้วยตัวเอง เขาตรวจสอบทุกอย่างให้แน่ใจว่าถูกต้องและปลอดภัยที่สุด
“คุณหมอคะ” เสียงพยาบาลดังขึ้นขณะที่ภาคินัยกำลังตรวจสอบข้อมูล “มีโทรศัพท์จากคุณนภัสสรค่ะ”
ภาคินัยชะงักไปครู่หนึ่ง “ให้รอสายหน่อย” เขาตอบ
นภัสสรโทรมาด้วยน้ำเสียงที่ดูเป็นกังวล “ภาคินัย… ฉันได้ยินข่าวว่าอาการแก้วตาไม่ดีขึ้น”
“เธอ… เธอสบายดี” ภาคินัยพยายามตอบให้ดูเป็นปกติที่สุด “แค่เรากำลังปรับเปลี่ยนวิธีการรักษานิดหน่อย”
“ภาคินัย… ฉันรู้ว่าเธอกำลังทำทุกอย่างเพื่อแก้วตา” นภัสสรพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “แต่บางที… บางทีเธออาจจะต้องยอมรับความจริงบางอย่าง”
“ความจริงอะไร” ภาคินัยถามอย่างเย็นชา
“ความจริงที่ว่า… บางครั้ง เราก็ไม่สามารถเอาชนะธรรมชาติได้” นภัสสรกล่าว “ฉันไม่อยากให้เธอต้องเจ็บปวดไปมากกว่านี้”
ภาคินัยนิ่งไป เขาไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆ นภัสสรถึงพูดแบบนี้ “ผมขอตัวก่อนนะ” เขาตัดบทสนทนา
หลังจากวางสายจากนภัสสร ภาคินัยก็กลับมานั่งคิดทบทวนคำพูดของเธอ เขารู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก อะไรคือความจริงที่นภัสสรพูดถึง? หรือว่าเธอรู้บางอย่างเกี่ยวกับอาการของแก้วตาที่เขาไม่รู้?
ในขณะที่เขากำลังครุ่นคิดอยู่นั้นเอง พยาบาลก็เดินเข้ามา “คุณหมอคะ ผลเลือดของแก้วตาค่ะ”
ภาคินัยรับผลเลือดมาดู และแทบจะทรุดลงตรงนั้น ค่าการทำงานของตับของแก้วตายังคงสูงขึ้นอย่างน่าใจหาย และมีสัญญาณของภาวะตับอักเสบเฉียบพลันปรากฏขึ้น “เป็นไปไม่ได้…” เขาพึมพำ
“เกิดอะไรขึ้นคะคุณหมอ” พยาบาลถามอย่างเป็นห่วง
“มัน… มันแย่กว่าที่คิด” ภาคินัยตอบเสียงเครือ “เราต้องรีบทำอะไรสักอย่าง”
เขาตรงไปที่ห้องของแก้วตา ทันทีที่เห็นใบหน้าของเธอที่ดูซูบลงกว่าเดิม ภาคินัยก็รู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง
“แก้วตา… พี่ขอโทษ” เขาพูดทั้งน้ำตา “พี่ขอโทษที่ทำให้เธอต้องมาเจอเรื่องแบบนี้”
แก้วตามองเขาอย่างเข้าใจ “ไม่เป็นไรค่ะคุณหมอ” เธอพยายามยิ้ม “ฉันรู้ว่าคุณหมอพยายามเต็มที่แล้ว”
“แต่พี่… พี่ไม่รู้จะทำยังไงต่อแล้ว” ภาคินัยยอมรับความรู้สึกผิดและสิ้นหวัง “ถ้าพี่หยุดการรักษา… แล้วเธอจะเป็นยังไง”
“ถ้ามันถึงที่สุดแล้ว… ฉันก็ยอมรับค่ะ” แก้วตาพูดด้วยน้ำเสียงที่สงบ “แต่อย่างน้อย… ฉันก็ได้รักคุณนะคะ”
คำพูดของแก้วตาทำให้ภาคินัยเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส เขาไม่สามารถยอมรับความพ่ายแพ้ได้ ไม่ว่าอุปสรรคจะใหญ่หลวงแค่ไหนก็ตาม เขาต้องหาทางช่วยเหลือเธอให้ได้
4,614 ตัวอักษร