ตอนที่ 4 — ความห่วงใยที่เกินกว่าเพื่อนร่วมงาน
ดวงตาของ ดร.ภาคินัย มองใบหน้าของนลินดาที่สะท้อนแสงไฟถนน ความรู้สึกบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นในใจนั้น ช่างเป็นความรู้สึกที่สับสนและไม่คุ้นเคย เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองจะรู้สึกพิเศษกับใครสักคนมากขนาดนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้หญิงที่เข้ามาในชีวิตเขาด้วยเหตุผลทางธุรกิจอย่างนลินดา แต่ยิ่งได้รู้จักเธอมากขึ้นเท่าไหร่ หัวใจของเขาก็ยิ่งถูกดึงดูดเข้าหาเธอมากขึ้นเท่านั้น "คุณเป็นผู้หญิงที่น่าทึ่งจริงๆ นะนลินดา" เขาพึมพำออกมาเบาๆ ราวกับพูดกับตัวเอง
นลินดาหันมามองเขา ดวงตาเป็นประกาย "ขอบคุณค่ะคุณหมอ คุณก็เป็นคนที่น่าทึ่งเหมือนกันค่ะ ฉันไม่คิดเลยว่าคุณหมอจะเข้าใจธุรกิจของฉันได้ดีขนาดนี้"
"ผมแค่เห็นถึงความตั้งใจจริงของคุณ" ดร.ภาคินัย ตอบ "และผมเชื่อว่าคุณทำได้"
บทสนทนาของทั้งสองดำเนินต่อไปอย่างไหลลื่น ไร้ซึ่งความอึดอัด บรรยากาศในรถเต็มไปด้วยความอบอุ่นที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น ดร.ภาคินัย รู้สึกได้ถึงความสบายใจทุกครั้งที่อยู่ใกล้ๆ นลินดา เขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนกับใครเลย
เมื่อมาถึงบ้านของเธอ ดร.ภาคินัย ก็ลงจากรถเพื่อมาส่งเธอที่หน้าประตู "ขอบคุณมากนะคะคุณหมอที่มาส่ง" นลินดากล่าวพร้อมรอยยิ้มบางๆ
"ไม่เป็นไรครับ" ดร.ภาคินัย มองเข้าไปในดวงตาของเธอ "คุณพักผ่อนเยอะๆ นะครับ พรุ่งนี้ผมจะมาหาแต่เช้าเพื่อดูเรื่องเอกสาร"
"ค่ะ" นลินดาพยักหน้า "แล้ว... เอ่อ... เรื่องโปรเจกต์ ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจ หรือต้องการให้ช่วยอะไรอีก บอกฉันได้เลยนะคะ"
"แน่นอนครับ" ดร.ภาคินัย ยิ้ม "คุณเองก็เหมือนกัน ถ้ามีอะไรผมจะบอกคุณ"
การพบกันในค่ำวันนั้น ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่าง ดร.ภาคินัย และนลินดา ก้าวข้ามจากความเป็นพันธมิตรทางธุรกิจไปสู่ความรู้สึกที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ดร.ภาคินัย เริ่มสังเกตเห็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของนลินดามากขึ้น ทั้งท่าทางเวลาเธอตั้งใจทำงาน รอยยิ้มที่จริงใจเมื่อเธอมีความสุข หรือแม้แต่แววตาที่ฉายแววความมุ่งมั่นเมื่อเธอเผชิญหน้ากับอุปสรรค
วันต่อมา ที่โรงพยาบาล ดร.ภาคินัย รู้สึกกระปรี้กระเปร่าผิดปกติ เขาทำงานด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เขาพบว่าตัวเองอดไม่ได้ที่จะนึกถึงนลินดาอยู่บ่อยๆ พยายามหาเหตุผลเล็กๆ น้อยๆ ที่จะโทรศัพท์หรือส่งข้อความไปหาเธอ "คุณเป็นไงบ้างครับวันนี้" เขาพิมพ์ตอบข้อความของเธอเกี่ยวกับความคืบหน้าของเอกสาร
"สบายดีค่ะคุณหมอ แล้วคุณหมอล่ะคะ วันนี้ยุ่งมากไหม" นลินดาตอบกลับอย่างรวดเร็ว
"ไม่เท่าไหร่ครับ พอจะหาเวลาว่างคุยกับคุณได้" เขาพิมพ์ตอบพร้อมรอยยิ้ม
"ดีจังเลยค่ะ ฉันเองก็อยากจะอัปเดตคุณหมอเรื่องการเตรียมงานสำหรับงานเปิดตัวโปรเจกต์ของเราค่ะ"
"เยี่ยมเลยครับ แล้วเราจะเจอกันเมื่อไหร่ดี"
"ว่างช่วงเย็นๆ ไหมคะ หลังเลิกงานของคุณหมอ"
"ได้เลยครับ ผมจะรีบเคลียร์งานให้เสร็จ"
การพูดคุยกันทางข้อความและโทรศัพท์กลายเป็นเรื่องปกติสำหรับทั้งสองคน พวกเขาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับโปรเจกต์ ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันเล็กๆ น้อยๆ บางครั้งก็คุยเล่นกันเรื่องทั่วไป ดร.ภาคินัย พบว่าตัวเองเริ่มเปิดใจมากขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องงาน แต่รวมถึงเรื่องส่วนตัวเล็กๆ น้อยๆ ของเขาด้วย
"ผมเคยชอบเล่นเปียโนสมัยเด็กๆ นะครับ แต่พอเรียนหนักก็เลิกเล่นไป" เขาเล่าให้เธอฟังในระหว่างที่กำลังพูดคุยกันทางโทรศัพท์
"จริงเหรอคะ! ฉันชอบฟังเปียโนมากเลยค่ะ ถ้ามีโอกาส อยากฟังคุณหมอเล่นจังเลย" น้ำเสียงของนลินดาเต็มไปด้วยความสนใจ
"คงอีกนานกว่าผมจะเล่นได้เหมือนเดิมครับ" เขาหัวเราะเบาๆ "แต่ถ้าวันไหนผมกลับไปเล่นได้อีก ผมจะบอกคุณเป็นคนแรกเลย"
"สัญญานะคะ"
"สัญญาครับ"
ความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นนี้ ทำให้ ดร.ภาคินัย เริ่มรู้สึกถึงความขัดแย้งในใจ เขาเป็นหมอที่ยึดมั่นในหลักการและความถูกต้อง การเข้ามาเกี่ยวข้องกับนลินดาในลักษณะนี้ อาจจะทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ หรือแย่กว่านั้นคือ อาจจะส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงานของเขา เขาพยายามเตือนตัวเองอยู่เสมอว่านี่เป็นเพียงความสัมพันธ์ทางธุรกิจ แต่หัวใจกลับไม่ยอมฟัง
ในขณะเดียวกัน ที่โรงพยาบาลก็เริ่มมีข่าวลือเกี่ยวกับความสนิทสนมที่ผิดปกติระหว่าง ดร.ภาคินัย กับนลินดา พยาบาลบางคนเริ่มซุบซิบนินทา "คุณหมอภาคินัย ดูสนิทสนมกับคุณผู้หญิงนั่นจังเลยนะ"
"ใช่ๆ เห็นไปรับไปส่งกันบ่อยๆ เลย"
"สงสัยจะมีอะไรมากกว่าเพื่อนร่วมงานแน่ๆ"
ข่าวลือเหล่านี้เล็ดลอดเข้าหู ดร.ภาคินัย ด้วย เขาพยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด ทำงานตามหน้าที่ของตัวเองอย่างเคร่งครัด แต่ก็อดที่จะรู้สึกไม่สบายใจไม่ได้ เขาไม่อยากให้นลินดาต้องมาตกเป็นเป้าของข่าวลือ หรือถูกมองในทางที่ไม่ดี
คืนหนึ่ง ขณะที่เขากำลังตรวจคนไข้ฉุกเฉินอย่างเร่งรีบ จู่ๆ พยาบาลคนหนึ่งก็เข้ามาแจ้งข่าว "คุณหมอคะ คุณผู้หญิงที่ประสบอุบัติเหตุเมื่อคืนตอนนั้นน่ะค่ะ เขาอาการแย่ลงมาก ต้องได้รับการผ่าตัดด่วนค่ะ"
ดร.ภาคินัย รู้สึกตกใจ เขาจำคนไข้คนนั้นได้ดี คนไข้คนเดียวกับที่เขาเคยช่วยชีวิตไว้เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน "ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้" เขาบอกอย่างกระฉับกระเฉง
เมื่อเข้าไปในห้องผ่าตัด บรรยากาศตึงเครียด ดร.ภาคินัย สวมชุดผ่าตัดอย่างรวดเร็ว เขาทำงานอย่างมืออาชีพ มุ่งมั่นที่จะช่วยชีวิตคนไข้ให้ได้
"เครื่องวัดสัญญาณชีพเริ่มคงที่แล้วครับคุณหมอ" ผู้ช่วยศัลยแพทย์รายงาน
"ดีมาก" ดร.ภาคินัย ตอบ "เตรียมเครื่องมือให้พร้อม"
การผ่าตัดดำเนินไปอย่างยากลำบาก แต่ด้วยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ ดร.ภาคินัย ก็สามารถผ่านพ้นวิกฤตไปได้สำเร็จ
"เรียบร้อยครับคุณหมอ" เสียงถอนหายใจด้วยความโล่งอกดังขึ้นหลังจากการผ่าตัดสิ้นสุดลง
"ขอบคุณทุกคนมาก" ดร.ภาคินัย กล่าว "เดี๋ยวผมจะไปแจ้งญาติคนไข้เอง"
เขาถอดหน้ากากออก ใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อ แต่ดวงตายังคงฉายแววของความเหน็ดเหนื่อยและความภาคภูมิใจ เขาเดินออกจากห้องผ่าตัดตรงไปยังห้องรับรองญาติ
"ญาติผู้ป่วยที่ประสบอุบัติเหตุเมื่อคืนใช่ไหมครับ" เขาถามพยาบาลที่หน้าห้อง
"ใช่ค่ะคุณหมอ เชิญค่ะ"
เมื่อเขาเปิดประตูเข้าไป ก็พบกับหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งรอด้วยความกังวล เธอเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า และเมื่อมองเห็นเขา ดวงตาของเธอก็เบิกกว้างด้วยความตกใจระคนดีใจ
"คุณหมอภาคินัย!"
ดร.ภาคินัย ยืนนิ่งไปชั่วขณะ เขาจำใบหน้าของหญิงสาวคนนั้นได้ทันที เธอคือ 'นลินดา' ผู้หญิงที่กำลังเข้ามาเติมเต็มช่องว่างในหัวใจของเขา และในขณะเดียวกันก็กำลังสร้างความสับสนวุ่นวายให้กับชีวิตเขาอย่างไม่รู้ตัว
5,005 ตัวอักษร