ตอนที่ 16 — ความท้าทายจากอดีตที่ยังไม่เลือน
การยอมรับความรู้สึกที่แท้จริงต่อกันและกัน เปรียบเสมือนการเปิดประตูบานใหม่สู่โลกที่เต็มไปด้วยความเป็นไปได้สำหรับวาริสาและชาญวิทย์ แต่ชีวิตก็มักจะมีบททดสอบที่รออยู่เสมอ แม้ว่ารอยร้าวแห่งความเชื่อใจจะเริ่มประสานกัน และความรักที่แท้จริงกำลังเบ่งบาน แต่เงาของอดีตก็ยังคงทอดทับอยู่ไม่จางหาย
วันเวลาต่อมา วาริสารู้สึกถึงความสุขที่เพิ่มมากขึ้นในทุกๆ วัน เธอและชาญวิทย์ใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น ไม่ใช่แค่เพียงการทำกิจกรรมคู่กัน แต่เป็นการแบ่งปันเรื่องราวในชีวิตประจำวัน การรับฟังซึ่งกันและกัน การสนับสนุนในทุกย่างก้าว ชาญวิทย์กลายเป็นคนที่วาริสาไว้วางใจได้อย่างเต็มที่ เขามีความอดทน อ่อนโยน และพร้อมที่จะเข้าใจเธอในทุกสถานการณ์
“เมื่อเช้านี้ฉันเจอคุณวิศรุตที่งานกาชาดน่ะค่ะ” วาริสาเล่าพลางยื่นแก้วน้ำให้ชาญวิทย์ที่กำลังนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะ “เขาดูเป็นห่วงคุณแม่ของเขานะคะ”
ชาญวิทย์เงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร เขาพยักหน้ารับ “ผมรู้ เขาคงกังวลเรื่องอาการของคุณแม่ที่ทรงตัวอยู่”
“ฉันก็รู้สึกเห็นใจเขาเหมือนกันนะคะ” วาริสาเอ่ยอย่างนึกถึง “แม้ว่าเขาจะเคยทำเรื่องแย่ๆ ไว้กับเรา แต่สุดท้ายแล้ว เขาก็คือมนุษย์คนหนึ่งที่มีความรู้สึก”
ชาญวิทย์วางปากกาลง เขาเดินไปโอบไหล่วาริสา “คุณใจดีเกินไปหรือเปล่าวาริสา? ฉันกลัวว่าความใจดีของคุณจะทำให้คุณตกเป็นเหยื่ออีกครั้ง”
วาริสาคลายอ้อมกอดออกเล็กน้อย เธอหันมามองหน้าเขา “ฉันไม่ได้ใจดีจนโง่เขลาหรอกค่ะ ฉันแค่… ไม่อยากให้เรื่องราวในอดีตมันมาบั่นทอนความสุขของเราในปัจจุบัน ฉันเชื่อว่าเราเข้มแข็งพอที่จะก้าวผ่านมันไปได้”
“ผมรักที่คุณคิดแบบนี้” ชาญวิทย์กระชับอ้อมกอด “แต่ผมก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้”
ในขณะที่ชีวิตคู่ของทั้งสองกำลังดำเนินไปอย่างราบรื่น แต่เหมือนโชคชะตากำลังเล่นตลก ความสงบสุขที่เพิ่งจะค้นพบก็กำลังจะถูกสั่นคลอนอีกครั้ง
“คุณวาริสาคะ” เสียงของเลขาฯ ส่วนตัวของชาญวิทย์ดังขึ้นเมื่อเธอเดินเข้ามาในห้องทำงาน “มีโทรศัพท์จากคุณวิศรุตค่ะ เขาบอกว่ามีเรื่องด่วนมาก อยากจะขอคุยกับคุณชาญวิทย์โดยตรง”
วาริสาชะงักเล็กน้อย เธอหันไปมองชาญวิทย์ที่กำลังขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
“ให้เขาเข้ามาเลย” ชาญวิทย์สั่ง ก่อนจะหันมาพูดกับวาริสา “ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร ด่วนจนต้องโทรมาหาฉันถึงที่ทำงาน”
ไม่นานนัก วิศรุตก็ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงาน ใบหน้าของเขาซีดเผือด ดูเหนื่อยล้า และมีความกังวลฉายชัด
“ชาญวิทย์” วิศรุตเอ่ยเสียงแหบพร่า “ผม… ผมมีเรื่องต้องขอความช่วยเหลือจากนาย”
ชาญวิทย์มองหน้าวิศรุตอย่างพิจารณา “มีอะไร? คุณดูไม่ค่อยดีเลย”
“คือ… เรื่องมันยาวน่ะ” วิศรุตอึกอัก “แต่ผมขอเวลาหน่อย ผมอยากจะเล่าให้คุณฟังเอง”
วาริสานั่งอยู่เงียบๆ สังเกตการณ์บทสนทนาของทั้งสอง เธอสัมผัสได้ถึงความอึดอัดที่แผ่ซ่านไปทั่วห้อง
“ไหนๆ ก็มาแล้ว” ชาญวิทย์พูด “นั่งก่อนสิ”
วิศรุตทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาข้างๆ วาริสา เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
“ผม… ผมกำลังจะเสียทุกอย่าง” วิศรุตเริ่มเล่า “บริษัทที่ผมสร้างมาด้วยน้ำพักน้ำแรงกำลังจะล้มละลาย หุ้นตกอย่างรุนแรง เจ้าหนี้ก็ตามทวงหนี้กันทุกวัน ผม… ผมไม่รู้จะทำยังไงแล้ว”
ชาญวิทย์ฟังอย่างใจเย็น แต่สายตาของเขาก็ยังคงเต็มไปด้วยความสงสัย “แล้วเกี่ยวอะไรกับผม?”
“ผม… ผมเคยไปกู้ยืมเงินจากแหล่งที่ไม่ถูกต้องมา” วิศรุตยอมรับ “และตอนนี้ พวกเขากำลังจะมาทวงคืนพร้อมกับดอกเบี้ยมหาศาล ผมพยายามจะหาเงินมาคืนแล้ว แต่ก็ยังไม่พอ ผม… ผมจำเป็นต้องหาคนมาค้ำประกันเงินก้อนใหญ่ให้ผม เพื่อที่ผมจะได้เอาไปโปะหนี้เก่าและปรับโครงสร้างหนี้ใหม่”
ชาญวิทย์นิ่งอึ้งไป เขาไม่คาดคิดว่าเรื่องราวจะบานปลายถึงขนาดนี้
“แล้วทำไมคุณถึงมาหาผม?” ชาญวิทย์ถามเสียงเข้มขึ้น
“เพราะ… เพราะผมไม่มีใครอื่นอีกแล้ว” วิศรุตตอบเสียงสั่น “ผมรู้ว่านายเป็นคนดี และนายก็เคย… เคยรู้จักกับครอบครัวของผมมาก่อน ผมหวังว่านายจะเห็นแก่ความสัมพันธ์ในอดีต และช่วยเหลือผมในครั้งนี้”
วาริสาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหลาดใจ เธอไม่เคยคิดว่าวิศรุตจะมาขอความช่วยเหลือจากชาญวิทย์ ในเมื่อทั้งสองคนมีความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนและเต็มไปด้วยบาดแผลในอดีต
“คุณแน่ใจเหรอวิศรุต?” ชาญวิทย์ถาม “ว่าคุณกำลังขอให้ผม… ค้ำประกันเงินกู้ให้คุณ?”
“ใช่” วิศรุตพยักหน้า “ผมรู้ว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ แต่ผมไม่มีทางเลือกจริงๆ”
ชาญวิทย์ถอนหายใจยาว เขาลุกขึ้นเดินไปมารอบห้อง “ผมต้องคิดให้รอบคอบเรื่องนี้”
“ผมเข้าใจ” วิศรุตตอบ “ผมพร้อมจะรอคำตัดสินของคุณ”
วาริสาทราบดีว่าสถานการณ์นี้ละเอียดอ่อนเพียงใด การตัดสินใจของชาญวิทย์อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของพวกเขาอีกครั้ง เธอเห็นความลังเลในแววตาของเขา
“คุณชาญวิทย์คะ” วาริสาเอ่ยขึ้นเบาๆ “เราควรจะปรึกษาเรื่องนี้กันให้ดีก่อนนะคะ”
ชาญวิทย์พยักหน้า “แน่นอนวาริสา” เขาหันไปมองวิศรุต “ผมจะติดต่อกลับไปหาคุณ”
วิศรุตพยักหน้ารับ เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืน “ขอบคุณครับ”
เมื่อวิศรุตจากไป ความเงียบก็เข้ามาปกคลุมห้องทำงาน ชาญวิทย์กลับไปนั่งที่เก้าอี้ของเขา เขามองออกไปนอกหน้าต่างด้วยสีหน้าครุ่นคิด
“ฉันรู้ว่าคุณกำลังลำบากใจ” วาริสาเดินเข้าไปหาเขา “เรื่องนี้มันซับซ้อนจริงๆ”
“ใช่” ชาญวิทย์ถอนหายใจ “ฉันไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี”
“คุณไม่จำเป็นต้องรับปากเขาทันทีก็ได้นะคะ” วาริสาปลอบ “เรามีเวลาคิด”
“แต่ถ้าเขาเดือดร้อนจริงๆ ล่ะ?” ชาญวิทย์พูด “ถ้าเขาไปทำอะไรที่มัน… ที่มันจะส่งผลเสียมากกว่าเดิมล่ะ?”
“คุณก็รู้ว่าเราไม่สามารถช่วยเหลือทุกคนได้นะคะ” วาริสาบอก “โดยเฉพาะคนที่เคยทำร้ายเรามาก่อน”
“ผมรู้” ชาญวิทย์ตอบ “แต่ผมก็ยังรู้สึก… รู้สึกไม่สบายใจ”
“ฉันเข้าใจความรู้สึกของคุณค่ะ” วาริสาเอื้อมมือไปวางบนแขนของเขา “แต่เราต้องคิดถึงความปลอดภัยและความมั่นคงของเราด้วยนะคะ”
ชาญวิทย์หันมามองวาริสา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความขัดแย้ง “ผมกลัวว่าถ้าผมปฏิเสธเขา แล้วเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้น ผมจะรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต”
“และถ้าคุณตอบตกลง แล้วเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นกับเราล่ะคะ?” วาริสาถามกลับอย่างนุ่มนวล “คุณจะรู้สึกอย่างไร?”
ชาญวิทย์นิ่งไป เขาค่อยๆ นำมือของวาริสามากุมไว้
“คุณพูดถูก” เขาเอ่ย “ผมต้องคิดถึงคุณด้วย”
“เราจะผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกันนะคะ” วาริสาให้กำลังใจ
คืนนั้น วาริสาและชาญวิทย์ใช้เวลาพูดคุยกันอย่างยาวนานเกี่ยวกับสถานการณ์ของวิศรุต พวกเขาพยายามหาทางออกที่ดีที่สุดที่สามารถปกป้องทั้งตัวเองและไม่ทิ้งอีกฝ่ายให้เดียวดาย
“ฉันคิดว่า… เราควรจะลองหาข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเงินของบริษัทวิศรุตให้แน่ใจก่อน” วาริสาเสนอ “เราจะได้รู้ว่าเขาพูดจริงแค่ไหน”
“เป็นความคิดที่ดี” ชาญวิทย์เห็นด้วย “เราจะได้ประเมินความเสี่ยงได้ถูกต้อง”
“และถึงแม้ว่าเราจะตัดสินใจช่วยเหลือ” วาริสาเสริม “เราก็ควรจะมีเงื่อนไขที่ชัดเจน และมีข้อตกลงที่รัดกุม เพื่อป้องกันตัวเอง”
“แน่นอน” ชาญวิทย์ตอบ “ผมจะไม่ยอมให้ใครมาเอาเปรียบเราอีก”
วาริสาได้แต่หวังว่า การตัดสินใจในครั้งนี้ จะไม่นำพาความขัดแย้งหรือปัญหาใหม่ๆ มาสู่ชีวิตคู่ของเธอและชาญวิทย์อีก เธอรู้ดีว่าอดีตของวิศรุตนั้นเต็มไปด้วยปัญหา และการเข้าไปพัวพันกับเขา อาจนำพาอันตรายมาสู่พวกเขาได้
“ฉันหวังว่าเราจะตัดสินใจถูกต้องนะคะ” วาริสาพึมพำ
“ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร” ชาญวิทย์กุมมือเธอไว้แน่น “เราจะจับมือกันผ่านมันไป”
คำพูดของชาญวิทย์ทำให้วาริสาอุ่นใจขึ้น แต่ลึกๆ แล้ว เธอก็อดที่จะรู้สึกกังวลไม่ได้ การเข้ามาของวิศรุตในครั้งนี้ เปรียบเสมือนพายุลูกใหม่ที่พัดพาเข้ามาในชีวิตที่กำลังสงบสุขของเธอ
5,915 ตัวอักษร