สามีที่ไม่เคยรักฉัน

ตอนที่ 7 / 42

ตอนที่ 7 — การเผชิญหน้ากับความรู้สึกที่ซ่อนเร้น

หลังจากวันนั้นที่ได้เจอชาญวิทย์ที่ร้านหนังสือ และคำแนะนำของปาล์ม วาริสาก็พยายามรักษาระยะห่างจากเขาอย่างที่เพื่อนแนะนำ เธอพยายามจดจ่ออยู่กับงานใหม่ที่กำลังท้าทายและต้องใช้สมาธิสูง การได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และการได้พบปะผู้คนในแวดวงการทำงานที่แตกต่างออกไป ช่วยให้เธอรู้สึกว่าชีวิตกำลังมีความหมายในอีกรูปแบบหนึ่ง เธอเริ่มมองเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์แห่งความโศกเศร้าที่เคยปกคลุมจิตใจ แต่กระนั้นก็ตาม ในบางครั้งยามค่ำคืนที่เงียบสงัด หรือในยามที่เหนื่อยล้าจากการทำงาน ภาพของชาญวิทย์ก็ยังคงแวบเข้ามาในความคิดของเธออย่างไม่ทันตั้งตัว เสียงทุ้มต่ำของเขา ดวงตาที่เคยเย็นชาแต่กลับแฝงความห่วงใย หรือแม้แต่ความรู้สึกอึดอัดใจที่ได้เจอเขาอีกครั้ง ทุกอย่างยังคงเป็นปริศนาที่ยากจะเข้าใจ เธอพยายามถามตัวเองอยู่เสมอว่า ทำไมเขาถึงยังคงวนเวียนอยู่ในชีวิตเธอ ราวกับว่าการหย่าร้างเป็นเพียงแค่สัญลักษณ์ที่ไม่มีความหมายอะไรต่อความสัมพันธ์ที่เคยมีมา หรือมันเป็นเพียงแค่ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่เขามีต่อเธอหลังจากที่เขาปฏิเสธความรู้สึกของเธอมาตลอดสามปีที่แต่งงานกัน? เย็นวันหนึ่ง ในขณะที่เธอกำลังจะก้าวลงจากรถไฟฟ้า เพื่อเดินกลับคอนโดของเธอ โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าก็ดังขึ้น ข้อความจากเบอร์ที่ไม่คุ้นเคยปรากฏขึ้นบนหน้าจอ "วาริสา นี่ชาญวิทย์" หัวใจของเธอเต้นรัวอย่างควบคุมไม่ได้ เธอหยุดชะงักอยู่ตรงนั้น พยายามรวบรวมสติ "ฉัน… มีเรื่องต้องคุยกับเธอ" ข้อความถัดมาปรากฏขึ้น เธอลังเลใจอยู่ครู่หนึ่ง จะตอบกลับไปดีไหม? จะไปพบเขาดีหรือเปล่า? ความคิดของปาล์มดังขึ้นมาในหัว "เว้นระยะห่างจากเขาสักพัก" แต่น้ำเสียงในข้อความของเขาดูเหมือนจะมีความเร่งด่วนบางอย่าง "ฉันอยู่ที่ร้านกาแฟตรงหัวมุมถนนที่เราเคยไปตอนเรียนมหาวิทยาลัย" ข้อความสุดท้ายถูกส่งมา "ถ้าเธอว่าง… เจอกันสักสิบนาที" หลังจากต่อสู้กับความคิดของตัวเองอยู่พักใหญ่ วาริสาก็ตัดสินใจ เธอเดินไปในทิศทางที่ตรงกันข้ามกับคอนโดของเธอ ร้านกาแฟแห่งนั้นตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้ามากนัก เป็นร้านเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมของกาแฟคั่ว และบรรยากาศที่อบอุ่น เมื่อเธอเปิดประตูเข้าไป กลิ่นกาแฟก็โชยมาปะทะจมูก ภาพแรกที่เห็นคือชาญวิทย์ที่นั่งอยู่ที่มุมหนึ่งของร้าน กำลังจ้องมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย แสงไฟสลัวของร้านทำให้ใบหน้าของเขาดูเศร้าสร้อยผิดปกติ เธอเดินเข้าไปหาเขาอย่างช้าๆ "คุณชาญวิทย์คะ" เขาหันมามองเธอ ดวงตาของเขาดูเหนื่อยอ่อน และมีความรู้สึกบางอย่างที่วาริสาไม่เคยเห็นมาก่อน "วาริสา… ขอบใจที่มา" "คุณบอกว่ามีเรื่องต้องคุย" เธอนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามเขา "มีอะไรหรือเปล่าคะ" เขาถอนหายใจยาว "ผม… อยากขอโทษเธอ" วาริสาขมวดคิ้ว "ขอโทษเรื่องอะไรคะ" "เรื่องทุกอย่าง" เขาพูด เสียงของเขาแหบพร่า "เรื่องที่ผมปฏิเสธความรู้สึกของเธอมาตลอด… เรื่องที่ทำให้เธอต้องเสียใจ… เรื่องที่ผมไม่เคยเห็นค่าของเธอเลย" คำพูดเหล่านั้นทำเอาวาริสาสะอึกใจ เธอไม่เคยคิดว่าเขาจะพูดอะไรแบบนี้ออกมา "คุณ… รู้ตัวแล้วเหรอคะ" เธอถามอย่างแผ่วเบา "ผมเพิ่งจะรู้ตัว" เขาตอบ "หลังจากที่เธอเดินจากไป… ผมถึงได้รู้ว่าชีวิตที่ไม่มีเธอเป็นยังไง" "แล้วมันเป็นยังไงคะ" วาริสาถามอย่างประชดประชันเล็กน้อย ชาญวิทย์มองเข้าไปในดวงตาของเธอ "มันว่างเปล่า… มันเงียบเหงา… มันไม่มีความหมายอะไรเลย" เขาหยุดไปครู่หนึ่ง "ผมคิดถึงเธอ… คิดถึงทุกอย่างที่เป็นเธอ" วาริสาไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร เธอรู้สึกสับสนไปหมด ความรู้สึกที่เคยถูกปฏิเสธ ความเจ็บปวดที่ผ่านมา กำลังตีรวนอยู่ในใจ "คุณ… จะเอาอะไรจากฉันอีกคะ" เธอถามด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาลง "เราหย่ากันแล้วนะคะ" "ผมรู้" เขาตอบ "ผมไม่ได้มาเพื่อขอให้เธอกลับไป… อย่างน้อยก็ยังไม่ใช่ตอนนี้" "แล้วคุณมาเพื่ออะไร" "ผมแค่อยากให้เธอรู้ว่า… ผมเสียใจจริงๆ" เขาพูด "ผมอยากให้เธอรู้ว่า… ผมเข้าใจแล้วว่าผมทำพลาดไปแค่ไหน" "เข้าใจแล้ว… แล้วยังไงต่อคะ" วาริสาถาม "จะกลับไปใช้ชีวิตเหมือนเดิมเหรอคะ" "ผม… ไม่รู้" เขาตอบตามตรง "แต่ผมไม่อยากให้เธอเข้าใจผิดไปว่า… ผมจะกลับไปเป็นคนเดิม" "คุณเคยเป็นคนเดิมของฉันอยู่แล้วหรือไงคะ" วาริสาสบตาเขาอย่างท้าทาย เขาเงียบไปครู่หนึ่ง มองเข้าไปในดวงตาของเธออย่างลึกซึ้ง "ผมเคยเป็นคนที่รักเธอ… แต่ผมกลัว" "กลัวอะไรคะ" "กลัวความรู้สึก… กลัวว่าความรู้สึกจะทำให้ผมอ่อนแอ" เขาตอบ "ผมคิดว่าผมแข็งแกร่งพอที่จะอยู่คนเดียวได้… ผมคิดว่าความรักเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็น" "ความคิดของคุณผิดค่ะ" วาริสาพูด "ความรักเป็นสิ่งจำเป็น… มันทำให้เรามีความสุข มันทำให้เรามีความหวัง" "ตอนนี้ผมรู้แล้ว" เขาพยักหน้า "ผมรู้ว่าผมพลาดอะไรไป" ทั้งสองนั่งเงียบกันอยู่ครู่หนึ่ง มีเพียงเสียงเครื่องชงกาแฟที่ดังมาจากเคาน์เตอร์ "ฉัน… ได้งานใหม่แล้วนะคะ" วาริสาตัดสินใจพูดเรื่องของเธอ "ฉันกำลังจะเริ่มต้นชีวิตใหม่" "ผมดีใจด้วยนะ" เขาตอบ "เธอสมควรได้รับสิ่งที่ดีที่สุด" "แล้วคุณล่ะคะ" เธอถาม "คุณจะทำยังไงต่อไป" "ผมก็… กำลังพยายามหาทางอยู่เหมือนกัน" เขาตอบ "พยายามทำความเข้าใจตัวเอง… พยายามที่จะก้าวต่อไป" "คุณแน่ใจเหรอคะว่าคุณอยากจะก้าวต่อไป" วาริสาถาม "หรือคุณแค่รู้สึกผิด" "ผม… ไม่แน่ใจ" เขาตอบตามตรง "แต่ผมรู้ว่าผมไม่อยากเสียเธอไปตลอดกาล" คำพูดนั้นทำให้หัวใจของวาริสาบีบรัด เธอไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกอย่างไรดี "ฉันว่า… ฉันควรจะกลับแล้วค่ะ" เธอพูด พยายามลุกขึ้นยืน "วาริสา… รอเดี๋ยวก่อน" ชาญวิทย์รีบเอื้อมมือมาจับแขนเธอไว้ "ผม… อยากจะขอโอกาส" "โอกาสอะไรคะ" "โอกาสที่จะ… พิสูจน์ให้เธอเห็นว่าผมเปลี่ยนไปแล้ว" เขาพูด "ขอโอกาสที่จะ… ชดเชยในสิ่งที่ผมเคยทำผิดพลาดไป" วาริสาชะงัก เธอสบตาเขาอย่างมีความหวังระคนความสับสน "ฉัน… ไม่รู้ว่าฉันจะให้โอกาสคุณได้หรือเปล่า" เธอพูดอย่างตรงไปตรงมา "ฉันเจ็บมามากพอแล้ว" "ผมเข้าใจ" เขาปล่อยมือเธอ "แต่ผมอยากให้เธอรู้ว่า… ผมจะรอ" วาริสากลืนน้ำลายลงคอ เธอไม่รู้ว่าคำว่า "รอ" ของเขาจะมีความหมายนานแค่ไหน และเธอจะสามารถทนกับความหวังที่อาจจะไม่มีวันเป็นจริงได้นานเท่าไร เธอพยักหน้าอย่างแผ่วเบา "ฉัน… ขอคิดดูก่อนนะคะ" เธอลุกขึ้นยืน และเดินออกจากร้านกาแฟไป ปล่อยให้ชาญวิทย์นั่งอยู่ตามลำพัง พร้อมกับความรู้สึกที่ท่วมท้นในใจ ขณะที่เดินกลับคอนโด วาริสารู้สึกว่าหัวใจของเธอเต็มไปด้วยคำถามมากมาย เธอไม่แน่ใจว่าควรจะเชื่อคำพูดของชาญวิทย์หรือไม่ ควรจะเปิดใจให้โอกาสเขาอีกครั้งดีหรือเปล่า ความรู้สึกเจ็บปวดในอดีตยังคงตามหลอกหลอน แต่ในขณะเดียวกัน ความหวังเล็กๆ ก็เริ่มก่อตัวขึ้นในใจของเธอ เธอไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่เธอรู้แน่ๆ คือ เธอได้เผชิญหน้ากับความรู้สึกของตัวเอง และได้เปิดประตูบานใหม่แห่งความเป็นไปได้ แม้ว่ามันจะยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนก็ตาม

5,337 ตัวอักษร