สามีที่ไม่เคยรักฉัน

ตอนที่ 8 / 42

ตอนที่ 8 — ความลับของครอบครัวที่เปิดเผย

หลายสัปดาห์ผ่านไป วาริสายังคงพยายามรักษาระยะห่างจากชาญวิทย์ตามที่เธอได้บอกเขาไว้ เธอหมกมุ่นอยู่กับงานใหม่ที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์และทักษะการแก้ปัญหาอย่างมาก หัวหน้างานของเธอเห็นถึงศักยภาพของเธอ และมอบหมายโปรเจกต์ที่ท้าทายให้กับเธออย่างต่อเนื่อง เพื่อนร่วมงานก็ให้การสนับสนุนและช่วยเหลือเป็นอย่างดี ทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองกำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง แต่ถึงแม้จะพยายามโฟกัสกับปัจจุบันมากแค่ไหน บางครั้งภาพของชาญวิทย์ก็ยังคงปรากฏขึ้นในความคิดของเธอ คำขอโทษของเขา คำสารภาพเรื่องความกลัว และคำว่า "ผมจะรอ" ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเธอ เธอพยายามวิเคราะห์ความรู้สึกของเขา ว่ามันจริงใจมากแค่ไหน หรือเป็นเพียงแค่ความรู้สึกผิดชั่วครั้งชั่วคราว วันหนึ่ง ขณะที่เธอกำลังทำงานอยู่ที่ออฟฟิศ โทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น เป็นเบอร์ของแม่เลี้ยงของเธอ "สวัสดีค่ะแม่" วาริสาตอบรับสายด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างเรียบเฉย "วาริสา แม่มีเรื่องสำคัญอยากจะคุยด้วย" เสียงของแม่เลี้ยงฟังดูเคร่งเครียดกว่าปกติ "เรื่องอะไรคะ" "เรื่องของพ่อ… พ่อป่วยหนักมาก" คำพูดนั้นทำเอาวาริสาหน้าซีดเผือด "จริงเหรอคะ" "ใช่… หมอบอกว่าอาการไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แม่… อยากให้เธอรีบกลับบ้าน" หัวใจของวาริสาปั่นป่วนไปหมด แม้ว่าความสัมพันธ์ของเธอกับพ่อจะไม่ได้สนิทสนมเหมือนที่ควรจะเป็น แต่เขาก็คือพ่อของเธอ การที่ได้ยินว่าพ่อป่วยหนักขนาดนี้ ทำให้เธอรู้สึกเป็นห่วงอย่างมาก "ฉัน… จะรีบกลับไปค่ะ" เธอตอบ หลังจากวางสาย วาริสาก็รีบขออนุญาตหัวหน้างานเพื่อลาหยุดกะทันหัน เธอเก็บข้าวของอย่างรวดเร็ว และรีบเดินทางกลับบ้านเกิดของเธอทันที เมื่อรถไฟพาเธอมาถึงสถานี วาริสาก็เห็นแม่เลี้ยงยืนรอเธออยู่หน้าสถานี ใบหน้าของเธอซีดเซียว และมีร่องรอยความกังวลปรากฏชัดเจน "แม่" วาริสาเดินเข้าไปหา "พ่อเป็นยังไงบ้างคะ" "อาการแย่ลงมาก… หมอให้มาทำใจแล้วล่ะ" แม่เลี้ยงตอบน้ำเสียงสั่นเครือ "เราไปดูกันเถอะ" ทั้งสองขึ้นรถไปโรงพยาบาลด้วยกัน บรรยากาศในรถเต็มไปด้วยความเงียบงัน และความเศร้า เมื่อไปถึงโรงพยาบาล วาริสาก็ตรงไปที่ห้องพักผู้ป่วยของพ่อ ภาพของพ่อที่นอนอยู่บนเตียงในสภาพอ่อนแรง ทำเอาเธอแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น "พ่อคะ" เธอเข้าไปจับมือพ่ออย่างแผ่วเบา พ่อลืมตาขึ้นมองเธออย่างยากลำบาก "วาริสา… มาแล้วเหรอ" "ค่ะพ่อ" เธอพยายามกลั้นน้ำตา "พ่อ… ขอโทษนะ" พ่อพูดด้วยเสียงแหบพร่า "ที่ผ่านมา… พ่ออาจจะทำไม่ดีกับหนู" "ไม่เป็นไรค่ะพ่อ" วาริสาบอก "แค่พ่อหายดี… ก็พอแล้ว" ในวันต่อมา หลังจากที่พ่อของเธออาการคงที่ขึ้นเล็กน้อย แม่เลี้ยงก็เข้ามาคุยกับวาริสาเป็นการส่วนตัว "วาริสา… แม่มีเรื่องจะบอก" แม่เลี้ยงพูด พลางกุมมือเธอไว้ "เรื่องอะไรคะแม่" "พ่อของเธอ… เขาไม่ได้ป่วยด้วยโรคตามธรรมชาติหรอกนะ" วาริสาเงยหน้ามองแม่เลี้ยงด้วยความประหลาดใจ "หมายความว่ายังไงคะ" "มีคน… พยายามจะทำร้ายพ่อของเธอ" แม่เลี้ยงพูด น้ำตาเริ่มคลอ "ใครคะ" วาริสาถามอย่างตกใจ "เป็นเรื่องของธุรกิจ… ที่พ่อเคยทำไว้เมื่อนานมาแล้ว" แม่เลี้ยงเล่า "มีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน… มีเรื่องที่เขาโกงคนอื่นไปเยอะ" วาริสาอึ้งไป เธอไม่เคยรู้เรื่องราวในอดีตของพ่อมาก่อนเลย "แต่… พ่อไม่เคยเล่าอะไรให้หนูฟังเลย" "พ่อเขา… ไม่อยากให้เธอต้องมารับรู้เรื่องราวพวกนี้" แม่เลี้ยงกล่าว "เขาอยากจะปกป้องเธอ" "แล้วใครเป็นคนทำคะ" วาริสาถาม "ตอนนี้เราก็ยังไม่รู้แน่ชัด… แต่มีคนพยายามจะเอาคืนพ่อของเธอ" แม่เลี้ยงตอบ "และที่สำคัญ… เรื่องนี้มันอาจจะส่งผลกระทบมาถึงเธอด้วย" "ส่งผลกระทบถึงหนูยังไงคะ" "เพราะเธอเป็นลูกของพ่อ… คนพวกนั้นอาจจะใช้เธอเป็นเครื่องมือ" แม่เลี้ยงกล่าว "เขาอาจจะคิดว่า… ถ้าทำอะไรเธอได้ พ่อของเธอจะยอมทำตาม" วาริสาตัวสั่นไปหมด เธอไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตของเธอจะมีความเสี่ยงขนาดนี้ "แล้วเราจะทำยังไงคะ" "ตอนนี้เราต้องระวังตัวให้มากที่สุด" แม่เลี้ยงบอก "และแม่ก็อยากจะขอร้องเธอ… อย่าเพิ่งไปบอกใครเรื่องนี้ โดยเฉพาะ… ชาญวิทย์" วาริสารู้สึกประหลาดใจ "ทำไมล่ะคะ" "แม่รู้ว่าเธอหย่ากับเขาแล้ว… แต่เขาก็ยังเป็นสามีเก่าของเธอ" แม่เลี้ยงพูด "และแม่รู้ว่าเขาเป็นคนมีอิทธิพล… แม่กลัวว่าถ้าเรื่องนี้ไปถึงหูเขา… เขาอาจจะเข้ามาพัวพัน แล้วอาจจะทำให้เรื่องมันแย่ลงกว่าเดิม" "แต่… เขาเคยบอกว่าจะรอโอกาส" วาริสาพึมพำ "เขาดูเหมือนจะอยากจะช่วยฉันจริงๆ" "แม่อยากให้เธอระวังตัวให้มากที่สุด" แม่เลี้ยงเน้นย้ำ "อย่าเพิ่งไว้ใจใคร… แม้แต่ชาญวิทย์" คำพูดของแม่เลี้ยงทำให้วาริสาหนักใจขึ้นไปอีก เธอไม่เข้าใจว่าทำไมต้องปิดบังเรื่องนี้จากชาญวิทย์ด้วย หลังจากนั้น วาริสาก็อยู่ดูแลพ่อของเธอที่โรงพยาบาลอย่างใกล้ชิด เธอใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับพ่อ พูดคุยถึงเรื่องราวในอดีต และพยายามทำให้พ่อรู้สึกดีขึ้น ในช่วงเวลาที่อยู่โรงพยาบาล เธอได้มีโอกาสพูดคุยกับพ่อเกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆ มากขึ้น พ่อของเธอได้เล่าถึงความผิดพลาดในอดีตที่เขาเคยทำไว้ และความเสียใจที่เขามีต่อเธอ "พ่อ… ขอโทษนะ ที่ผ่านมาพ่ออาจจะไม่ได้เป็นพ่อที่ดีที่สุดสำหรับหนู" พ่อพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง "ไม่เป็นไรค่ะพ่อ" วาริสาจับมือพ่อไว้ "แค่พ่ออยู่ตรงนี้… หนูก็ดีใจแล้ว" "พ่อ… อยากให้หนูมีความสุขนะ" พ่อพูดต่อ "อย่าไปจมอยู่กับความทุกข์… พยายามหาทางของตัวเองให้เจอ" "หนูจะพยายามค่ะพ่อ" ในขณะเดียวกัน วาริสาก็ยังคงกังวลเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยของเธอ และเรื่องที่แม่เลี้ยงขอให้เธออย่าบอกชาญวิทย์ เธอตัดสินใจที่จะไม่ติดต่อกับชาญวิทย์ในช่วงเวลานี้ เธอพยายามรวบรวมสติ และคิดหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เธอรู้ว่าเธอไม่สามารถขอความช่วยเหลือจากใครได้ง่ายๆ โดยเฉพาะเมื่อมีเรื่องของธุรกิจและความขัดแย้งที่ซับซ้อนเข้ามาเกี่ยวข้อง เธออดสงสัยไม่ได้ว่า หากชาญวิทย์รู้เรื่องทั้งหมดนี้ เขาจะทำอย่างไร? เขาจะเข้ามาช่วยเหลือเธอหรือไม่? หรือเขาจะมองว่ามันเป็นปัญหาของเธอคนเดียว? ความไม่แน่นอนและความกังวลเริ่มกัดกินหัวใจของเธอ เธอต้องเข้มแข็งขึ้น ต้องหาทางปกป้องตัวเอง และต้องพยายามผ่านพ้นวิกฤตการณ์ครั้งนี้ไปให้ได้ แต่ในใจลึกๆ เธอก็ยังคงมีความรู้สึกที่อยากจะเชื่อใจชาญวิทย์อยู่บ้าง เธอได้ยินคำพูดของเขาที่ว่า "ผมจะรอ" และคำสารภาพเรื่องความกลัวของเขา บางที… เขาอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เธอเคยรู้จักอีกต่อไปแล้วก็ได้ เธอตัดสินใจที่จะโฟกัสกับการดูแลพ่อของเธอ และรอจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น ก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อไป

5,092 ตัวอักษร