ตอนที่ 11 — ความสุขที่ไม่จีรัง
ชีวิตคู่ของภาคภูมิและพรรณรวีดำเนินไปอย่างราบรื่นและเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขหลังจากการหมั้นหมาย ภาคภูมิทุ่มเทเวลาส่วนใหญ่ไปกับการบริหารธุรกิจของครอบครัวที่กำลังอยู่ในช่วงฟื้นฟู ขณะที่พรรณรวีก็คอยเป็นกำลังใจและสนับสนุนเขาอยู่เสมอ เธอได้ย้ายเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์ของภาคภูมิอย่างเต็มตัว และทั้งสองก็ปรับตัวเข้าหากันได้อย่างรวดเร็ว
"คุณภาคภูมิคะ" พรรณรวีเอ่ยขึ้นขณะที่กำลังเสิร์ฟชาให้เขา "วันนี้มีนัดทานอาหารกับคุณธนากรอีกแล้วเหรอคะ"
ภาคภูมิถอนหายใจเบาๆ "ครับ เขาอยากจะคุยเรื่องแผนการลงทุนใหม่ๆ ของบริษัท"
"หนูว่าคุณพักผ่อนบ้างนะคะ" พรรณรวีวางแก้วชาลงบนโต๊ะ และเดินมานั่งลงข้างๆ เขา "ช่วงนี้คุณดูเหนื่อยๆ นะคะ"
"ผมไม่เป็นไรหรอกครับ" ภาคภูมิยิ้ม "ผมแค่อยากจะทำให้บริษัทของเรากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง"
"หนูเชื่อว่าคุณทำได้ค่ะ" พรรณรวียิ้มให้กำลังใจ "แต่ก็อย่าลืมดูแลตัวเองด้วยนะคะ"
ความสัมพันธ์ของทั้งสองดูจะพัฒนาไปในทิศทางที่ดีอย่างต่อเนื่อง พวกเขาใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น พูดคุยถึงอนาคต และวางแผนชีวิตครอบครัวที่จะสร้างขึ้นหลังแต่งงาน พรรณรวีมีความสุขที่ได้เห็นภาคภูมิเป็นผู้ใหญ่ที่เข้มแข็งและมีความรับผิดชอบ เธอรู้สึกมั่นคงและปลอดภัยเมื่ออยู่ใกล้เขา
แต่แล้ว วันหนึ่ง ความสุขที่ดูเหมือนจะสมบูรณ์แบบของพวกเขาก็เริ่มสั่นคลอน เมื่อธนากรปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งในชีวิตของภาคภูมิ
"ภาคภูมิ" ธนากรเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงที่ดูเป็นมิตร แต่แฝงไปด้วยความไม่ไว้วางใจ "สบายดีไหม"
"สบายดี" ภาคภูมิตอบรับสั้นๆ "มีอะไร"
"ฉันแค่แวะมาเยี่ยม" ธนากรกล่าว "เห็นว่ากำลังจะมีข่าวดีเร็วๆ นี้ ยินดีด้วยนะ"
"ขอบคุณ" ภาคภูมิกล่าว "คุณมาหาฉันถึงที่นี่ มีเรื่องอะไรสำคัญจริงๆ ใช่ไหม"
ธนากรหัวเราะเบาๆ "ก็อาจจะมีบ้าง" เขาหยุดไปครู่หนึ่ง "ฉันได้ข่าวมาว่า บริษัทของคุณกำลังจะเซ็นสัญญากับนักลงทุนรายใหญ่จากต่างประเทศใช่ไหม"
"คุณรู้เรื่องนี้ได้ยังไง" ภาคภูมิถามด้วยความประหลาดใจ
"ข่าวสารในวงการธุรกิจมันเร็วกว่าที่คุณคิดนะภาคภูมิ" ธนากรกล่าว "แต่ฉันมีข้อมูลบางอย่างที่อยากจะเตือนคุณ"
ภาคภูมิมองธนากรด้วยความสงสัย "ข้อมูลอะไร"
"นักลงทุนรายนี้... มีเบื้องหลังที่ไม่ค่อยจะโปร่งใสนัก" ธนากรกล่าว "ฉันเกรงว่า หากคุณเซ็นสัญญาโดยที่ยังไม่ตรวจสอบให้ดี อาจจะเกิดปัญหาตามมาได้"
"คุณแน่ใจเหรอ" ภาคภูมิถาม "ผมได้ตรวจสอบข้อมูลของเขามาพอสมควรแล้วนะ"
"บางที ข้อมูลที่คุณได้มา อาจจะไม่ใช่ข้อมูลทั้งหมดก็ได้" ธนากรกล่าว "ฉันเป็นห่วงธุรกิจของคุณนะ"
การพบปะกับธนากรทำให้ภาคภูมิเริ่มไม่สบายใจ เขาพยายามตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับนักลงทุนรายใหม่ให้ละเอียดมากขึ้น แต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ เขาเริ่มคิดว่า ธนากรอาจจะแค่พยายามสร้างความปั่นป่วนให้กับธุรกิจของเขา
ในขณะเดียวกัน พรรณรวีก็เริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในตัวภาคภูมิ เขาดูเครียดและหงุดหงิดง่ายกว่าปกติ
"คุณภาคภูมิคะ" พรรณรวีถามอย่างเป็นห่วง "มีอะไรไม่สบายใจเหรอคะ"
ภาคภูมิส่ายหน้า "เปล่าหรอกครับ ผมแค่มีเรื่องที่ต้องคิดนิดหน่อย"
"เล่าให้หนูฟังได้นะคะ" พรรณรวีจับมือเขา "บางทีการได้ระบายออกมา อาจจะช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้นก็ได้"
ภาคภูมิลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเล่าเรื่องที่ธนากรมาเตือนเขาให้พรรณรวีฟัง
"หนูว่าคุณอย่าเพิ่งไปคิดมากเลยค่ะ" พรรณรวีกล่าวหลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมด "บางทีคุณธนากรอาจจะแค่หวังดี แต่ก็อาจจะมีเจตนาอื่นแอบแฝงอยู่ก็ได้"
"ผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน" ภาคภูมิกล่าว "แต่การลงทุนครั้งนี้สำคัญมากจริงๆ ถ้าพลาดไป เราอาจจะเสียโอกาสครั้งใหญ่"
"หนูเชื่อในตัวคุณค่ะ" พรรณรวียิ้ม "คุณจัดการทุกอย่างได้อยู่แล้ว"
แต่ถึงแม้จะได้รับกำลังใจจากพรรณรวี ภาคภูมิก็ยังคงมีความกังวลอยู่ลึกๆ เขาตัดสินใจที่จะขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินอีกคนหนึ่ง เพื่อตรวจสอบข้อมูลของนักลงทุนรายนี้อย่างละเอียด
วันต่อมา ภาคภูมิได้พบกับผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินตามที่นัดหมายไว้ ผลการตรวจสอบยิ่งทำให้เขารู้สึกใจหาย
"คุณภาคภูมิครับ" ผู้เชี่ยวชาญกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "ข้อมูลที่ผมได้มา ยืนยันสิ่งที่อาจารย์ธนากรได้บอกคุณไว้ครับ นักลงทุนรายนี้มีประวัติการฉ้อโกง และเคยมีประวัติเกี่ยวกับการฟอกเงิน"
ภาคภูมิแทบทรุดลงไปกับพื้น "จริงเหรอครับ"
"ครับ" ผู้เชี่ยวชาญยืนยัน "ผมแนะนำว่าคุณไม่ควรเซ็นสัญญาเด็ดขาด การลงทุนครั้งนี้มีความเสี่ยงสูงมาก"
ภาคภูมิรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบถล่มลงมา เขาผิดพลาดอย่างร้ายแรงในการตัดสินใจ และเกือบจะนำพาบริษัทไปสู่หายนะ
"ขอบคุณมากครับ" ภาคภูมิกล่าวเสียงเบา "ผมจะพิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบ"
เมื่อกลับถึงบ้าน ภาคภูมิก็พบว่าพรรณรวีกำลังนั่งรอเขาอยู่
"คุณภาคภูมิคะ" พรรณรวีเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นเขาเข้ามา "เป็นยังไงบ้างคะ"
ภาคภูมิสูดหายใจลึก "เรา... เราเกือบจะถูกหลอกครั้งใหญ่เลยล่ะครับ"
เขาเล่าเรื่องผลการตรวจสอบให้กับพรรณรวีฟังอย่างละเอียด พรรณรวีตกใจมาก แต่ก็ยังคงมีสติ
"ไม่เป็นไรนะคะ" พรรณรวีกล่าว "อย่างน้อยเราก็รู้ความจริงก่อนที่จะสายเกินไป"
"ผมผิดพลาดไปจริงๆ ครับ" ภาคภูมิกล่าวด้วยความรู้สึกผิด "ผมควรจะเชื่อคำเตือนของธนากรตั้งแต่แรก"
"เรื่องมันผ่านไปแล้วค่ะ" พรรณรวีปลอบ "ตอนนี้เราต้องหาทางแก้ไข"
ความสุขที่เคยมีระหว่างทั้งสองเริ่มถูกแทนที่ด้วยความกังวลและปัญหาที่ถาโถมเข้ามา ภาคภูมิรู้สึกผิดที่เกือบจะพาบริษัทไปสู่หายนะ และเขาก็รู้ว่า การเปิดเผยเรื่องนี้กับครอบครัวและนักลงทุนคนอื่นๆ อาจจะทำให้สถานการณ์ย่ำแย่ลงไปอีก
"ผมไม่รู้จะทำยังไงดี" ภาคภูมิพูดด้วยน้ำเสียงสิ้นหวัง "ผมทำให้ทุกคนผิดหวังอีกแล้ว"
"ไม่นะคะ" พรรณรวีโอบกอดเขาไว้แน่น "คุณไม่ได้ทำให้ใครผิดหวังเลย คุณแค่เจออุปสรรคในชีวิต ซึ่งเป็นเรื่องปกติ"
แต่ถึงแม้จะได้รับการปลอบโยนจากพรรณรวี ภาคภูมิก็ยังคงจมอยู่กับความรู้สึกผิดและความกังวล เขารู้ดีว่า การแก้ไขปัญหานี้จะไม่ใช่เรื่องง่าย และอาจจะต้องใช้เวลาอีกนานกว่าที่ทุกอย่างจะกลับมาเป็นปกติ
4,726 ตัวอักษร