ตอนที่ 13 — การแถลงข่าวที่พลิกสถานการณ์
ที่ประชุมของคณะผู้บริหารบริษัทในเครือตระกูลวิวัฒน์วงศ์เต็มไปด้วยความตึงเครียด ทุกสายตาจับจ้องไปยังภาคภูมิที่ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้า ท่ามกลางความกังวลและเสียงซุบซิบที่ดังอื้ออึง เขารู้ดีว่านี่คือช่วงเวลาสำคัญที่จะตัดสินอนาคตของบริษัท และอาจรวมถึงความสัมพันธ์ที่เขามีกับครอบครัว
"ผมเข้าใจดีว่าทุกคนกำลังกังวล" ภาคภูมิเริ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แต่ก็แฝงไปด้วยความอ่อนล้า "เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนักลงทุนชาวต่างชาติเป็นความผิดพลาดของผมเองที่ประมาทในการตรวจสอบข้อมูล"
เสียงถอนหายใจดังขึ้นหลายครั้งในห้องประชุม บางคนพยักหน้าเห็นด้วย บางคนส่ายหน้าด้วยความผิดหวัง "แต่ผมอยากให้ทุกคนรู้ว่า เราได้ยกเลิกสัญญานั้นแล้ว และเรากำลังดำเนินการตามกฎหมายเพื่อเอาผิดกับบุคคลดังกล่าว"
"แล้วเรื่องชื่อเสียงของบริษัทล่ะ ภาคภูมิ" เสียงของหนึ่งในคณะกรรมการดังขึ้นอย่างหงุดหงิด "ข่าวนี้หลุดออกไปแล้ว เราจะอธิบายกับผู้ถือหุ้นอย่างไร"
"ผมได้เตรียมแผนการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการแล้วครับ" ภาคภูมิกล่าว "เราจะเปิดเผยความจริงทั้งหมดอย่างโปร่งใส และชี้แจงมาตรการป้องกันของเราในอนาคต"
พรรณรวีที่นั่งอยู่เคียงข้างภาคภูมิมาตลอด มองใบหน้าของเขาด้วยความห่วงใย เธอเห็นความตั้งใจจริงในแววตาของเขา และเชื่อมั่นว่าเขาจะสามารถผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้
"หนูขอเสริมนะคะ" พรรณรวีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นพอๆ กัน "การที่เรากล้าที่จะยอมรับความผิดพลาด และแสดงความจริงใจในการแก้ไขปัญหา จะทำให้ผู้คนเชื่อมั่นในตัวเรามากขึ้นค่ะ"
"คุณหนูพรรณรวีพูดถูก" คุณป้ามาลีเสริมด้วยน้ำเสียงให้กำลังใจ "ภาคภูมิเองก็เป็นคนตรงไปตรงมามาตลอด เราจะผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกัน"
การตัดสินใจแถลงข่าวอย่างเป็นทางการสร้างความกังวลให้กับหลายคนในที่ประชุม แต่ภาคภูมิยืนยันที่จะเดินหน้าตามแผนที่วางไว้ เขาเชื่อว่าความจริงใจและความโปร่งใสคืออาวุธที่ดีที่สุดในการกอบกู้ชื่อเสียงและความเชื่อมั่น
วันแถลงข่าวมาถึง โรงแรมหรูใจกลางเมืองถูกเนรมิตให้เป็นสถานที่แถลงข่าว ท่ามกลางแสงแฟลชที่สาดส่องไม่หยุดหย่อน ภาคภูมิยืนสง่าอยู่บนเวที โดยมีพรรณรวี คุณป้ามาลี และคุณลุงสมชัยยืนเคียงข้าง
"สวัสดีครับท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน" ภาคภูมิเริ่มกล่าว "ผมภาคภูมิ วิวัฒน์วงศ์ ในฐานะประธานบริษัทวิวัฒน์วงศ์ จำกัด ขออภัยในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น"
เขาเล่ารายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกือบจะเกิดการฉ้อโกงขึ้นอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่ปิดบังหรือบิดเบือนความจริง "เราได้ยกเลิกสัญญาดังกล่าวทันทีที่ทราบถึงข้อมูลที่น่าสงสัย และเรากำลังดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายอย่างถึงที่สุด"
"นอกจากนี้" ภาคภูมิกล่าวต่อ "เราได้ทบทวนกระบวนการคัดกรองและตรวจสอบนักลงทุนทุกรายอย่างละเอียด เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต"
พรรณรวีเสริมด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง "ความโปร่งใสและจริยธรรมทางธุรกิจคือหัวใจสำคัญของเราค่ะ เราเชื่อว่าการสื่อสารอย่างเปิดเผยกับทุกฝ่าย จะช่วยสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นได้"
คำพูดของทั้งสองสะท้อนถึงความจริงใจและความรับผิดชอบ ทำให้บรรยากาศที่ตึงเครียดเริ่มคลี่คลาย ผู้สื่อข่าวหลายคนซักถามด้วยความสนใจ แต่คำตอบของภาคภูมิและพรรณรวีก็ทำให้พวกเขาพอใจ
"คุณภาคภูมิครับ คุณคิดว่าการแถลงข่าวครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นของบริษัทอย่างไรบ้างครับ" ผู้สื่อข่าวคนหนึ่งถาม
"ผมไม่สามารถคาดเดาอนาคตได้ครับ" ภาคภูมิกล่าวอย่างตรงไปตรงมา "แต่ผมเชื่อมั่นในศักยภาพของบริษัท และความมุ่งมั่นของทีมงานของเรา ผมหวังว่าการเปิดเผยความจริงในครั้งนี้ จะได้รับการยอมรับจากทุกท่าน"
"คุณพรรณรวีครับ ในฐานะว่าที่ภรรยาของคุณภาคภูมิ คุณมีความคิดเห็นอย่างไรกับสถานการณ์นี้ครับ" อีกคนถาม
พรรณรวีหันไปมองภาคภูมิเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยรอยยิ้ม "หนูเชื่อมั่นในตัวคุณภาคภูมิค่ะ และหนูก็พร้อมที่จะอยู่เคียงข้างเขาเสมอ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น"
คำตอบที่จริงใจและแสดงถึงความผูกพันของทั้งสอง ทำให้บรรยากาศอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด เสียงปรบมือดังขึ้นเบาๆ จากผู้ที่อยู่ในงาน
หลังจากการแถลงข่าวสิ้นสุดลง ภาคภูมิและพรรณรวีได้รับคำชมเชยจากคณะกรรมการหลายคน ที่ประทับใจในความกล้าหาญและความโปร่งใสของพวกเขา
"ดีมากเลยภาคภูมิ" คุณลุงสมชัยกล่าวพลางตบไหล่หลานชาย "นายแสดงให้เห็นแล้วว่า นายคือผู้นำที่แท้จริง"
"หนูก็ภูมิใจในตัวพี่ภาคภูมิมากๆ ค่ะ" พรรณรวีกล่าว พร้อมกับยิ้มให้เขาอย่างมีความสุข
แม้ว่าเรื่องราวการฉ้อโกงที่เกือบจะเกิดขึ้นจะสร้างความเสียหายให้กับบริษัทไม่น้อย แต่การจัดการกับปัญหาอย่างตรงไปตรงมาของภาคภูมิและพรรณรวี กลับกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ พวกเขาสามารถเปลี่ยนวิกฤตให้กลายเป็นโอกาสในการพิสูจน์ความจริงใจและความแข็งแกร่งของตระกูลวิวัฒน์วงศ์ได้
ในคืนวันนั้น ขณะที่ทั้งสองกำลังนั่งพักผ่อนอยู่ที่คฤหาสน์ ภาคภูมิได้หันไปมองพรรณรวีด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรู้สึก
"ขอบคุณนะพรรณรวี" เขาเอ่ย "ถ้าไม่มีเธอ ฉันคงไม่กล้าพอที่จะเผชิญหน้ากับเรื่องนี้"
"หนูแค่ทำในสิ่งที่ควรทำค่ะ" พรรณรวีตอบ "เราคือทีมเดียวกันนะคะ"
ภาคภูมิโน้มตัวเข้าไปใกล้ และจุมพิตที่หน้าผากของเธอเบาๆ "ใช่ เราคือทีมเดียวกัน"
ความผูกพันของทั้งสองแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นจากการเผชิญหน้ากับปัญหาไปด้วยกัน ความรู้สึกรักที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจของภาคภูมิ ยิ่งทวีความเข้มข้นมากขึ้นทุกวัน เขารู้สึกขอบคุณในโชคชะตาที่นำพาหญิงสาวที่แสนดีคนนี้เข้ามาในชีวิต
แต่ในขณะที่ความสัมพันธ์ของเขากับพรรณรวีดูจะราบรื่น ภาคภูมิไม่รู้เลยว่า มีอีกหนึ่งบุคคลที่กำลังจับตามองทุกความเคลื่อนไหวของเขาอยู่ ธนากร ชายหนุ่มผู้มีอดีตซับซ้อน กำลังวางแผนการบางอย่างที่อาจจะส่งผลกระทบต่ออนาคตของภาคภูมิและพรรณรวีอย่างคาดไม่ถึง
4,573 ตัวอักษร