เมียหลอกที่กลายเป็นจริง

ตอนที่ 14 / 38

ตอนที่ 14 — ธนากรเปิดเผยความจริงที่ซ่อนเร้น

หลังจากการแถลงข่าวที่ประสบความสำเร็จ ธุรกิจของบริษัทวิวัฒน์วงศ์เริ่มกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง ความเชื่อมั่นจากนักลงทุนและผู้ถือหุ้นค่อยๆ กลับคืนมา ภาคภูมิทุ่มเทเวลาให้กับการบริหารงานอย่างเต็มที่ โดยมีพรรณรวีคอยเป็นกำลังใจและเป็นที่ปรึกษาอยู่เสมอ ชีวิตคู่ของทั้งสองดำเนินไปอย่างราบรื่นและเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข แต่แล้ว วันหนึ่ง ขณะที่ภาคภูมิกำลังประชุมกับคณะกรรมการบริษัท ธนากรก็ปรากฏตัวขึ้นโดยไม่ได้รับเชิญ "ขอโทษที่ขัดจังหวะครับ" ธนากรเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดูสุภาพ แต่สายตาของเขากลับฉายแววบางอย่างที่ภาคภูมิไม่สามารถอ่านออก "ผมมีเรื่องสำคัญที่อยากจะเรียนให้ท่านประธานและทุกท่านทราบ" บรรยากาศในห้องประชุมแปรเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดทันที ภาคภูมิขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจระคนไม่พอใจ "คุณธนากร มาที่นี่ได้อย่างไร" ภาคภูมิถาม "และเรื่องที่คุณจะพูดคือเรื่องอะไร" "ผมทราบดีว่าคุณกำลังพยายามกอบกู้ชื่อเสียงของบริษัท" ธนากรกล่าว "แต่ผมคิดว่า ท่านประธานควรจะทราบความจริงทั้งหมด เกี่ยวกับเบื้องหลังของเหตุการณ์ที่ผ่านมา" "คุณจะพูดเรื่องอะไร" ภาคภูมิถามด้วยน้ำเสียงที่เริ่มแข็งกร้าว "คุณมีหลักฐานอะไร" "ผมมีหลักฐานทุกอย่างครับ" ธนากรกล่าว "และผมเชื่อว่า เมื่อท่านประธานได้เห็นหลักฐานเหล่านี้แล้ว ท่านจะเข้าใจทุกอย่าง" ธนากรยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลเข้มให้กับภาคภูมิ ภาคภูมิรับมาด้วยความลังเล ก่อนจะเปิดอ่านอย่างช้าๆ แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นฉงนสนเท่ห์ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นตกใจสุดขีด "นี่มัน... เป็นไปไม่ได้" ภาคภูมิพึมพำ เอกสารที่อยู่ในมือของภาคภูมิ คือบันทึกการสนทนาทางโทรศัพท์และอีเมลบางส่วน ซึ่งบ่งชี้ว่ามีบุคคลใกล้ชิดกับครอบครัววิวัฒน์วงศ์ เป็นผู้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับแผนการลงทุนของบริษัทแก่นักต้มตุ๋นรายนั้น "คุณกำลังกล่าวหาใคร" ภาคภูมิถาม เสียงสั่นเครือ "ผมไม่ได้กล่าวหาใครครับ" ธนากรตอบ "ผมแค่กำลังนำเสนอข้อเท็จจริง" เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวต่อ "ข้อมูลที่ผมได้มา บ่งชี้ว่า มีคนในครอบครัวของคุณเอง ที่เป็นผู้เปิดเผยแผนการลงทุนของเราให้นักต้มตุ๋นรายนั้นทราบ" คำพูดของธนากรทำให้ทุกคนในห้องประชุมตกตะลึงอย่างหนัก ภาคภูมิเงยหน้าขึ้นมองธนากรด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสับสนและไม่เชื่อ "คุณกำลังโกหก" ภาคภูมิกล่าว "ไม่มีใครในครอบครัวของผมที่จะทำเช่นนั้น" "จริงหรือครับ" ธนากรเลิกคิ้ว "ผมมีหลักฐานที่ชัดเจนกว่านั้น ถ้าคุณอยากจะรู้" ภาคภูมิรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังถล่มทลายลงมา เขาพยายามนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ต่างๆ แต่ก็หาข้อสรุปไม่ได้ "ผมขอเวลาตรวจสอบเรื่องนี้ก่อน" ภาคภูมิกล่าว "คุณสามารถไปได้แล้ว" ธนากรยิ้มมุมปาก "ตามสบายครับท่านประธาน ผมจะรอฟังผล" เมื่อธนากรเดินออกไปจากห้องประชุม ความเงียบเข้าปกคลุมไปทั่ว ภาคภูมิยังคงถือซองเอกสารนั้นไว้ในมือ สั่นเทาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งโกรธ เสียใจ และสับสน "พี่ภาคภูมิคะ" พรรณรวีที่นั่งอยู่ข้างๆ เขากุมมือเขาเบาๆ "ใจเย็นๆ นะคะ" "ผมไม่รู้จะทำอย่างไรดีพรรณรวี" ภาคภูมิกล่าว เสียงแหบพร่า "ถ้าเรื่องนี้เป็นจริง..." "เราจะค่อยๆ หาคำตอบไปด้วยกันค่ะ" พรรณรวีปลอบโยน "อย่างน้อยที่สุด เราก็รู้ว่ามีคนพยายามจะทำลายเรา" ภาคภูมิพยักหน้า เขาตัดสินใจที่จะนำเอกสารนั้นไปให้คุณป้ามาลีและคุณลุงสมชัยดู เมื่อได้รับทราบเรื่องราว คุณป้ามาลีถึงกับทรุดลงนั่งบนโซฟา ใบหน้าซีดเผือด "เป็นไปได้อย่างไร..." คุณลุงสมชัยเองก็ดูเคร่งเครียดไม่แพ้กัน "ธนากร... เขามาทำไม" "เขาอ้างว่ามีหลักฐานว่ามีคนในครอบครัวเรา เป็นคนปล่อยข่าวให้คนร้ายครับ" ภาคภูมิกล่าว คุณป้ามาลีน้ำตาคลอ "ใครกันที่จะทำเรื่องเลวร้ายเช่นนี้..." ทันใดนั้นเอง คุณป้ามาลีก็พูดขึ้นมา "ภาคภูมิ... หนูจำได้ไหมว่าก่อนหน้านี้ ใครเป็นคนแรกที่รู้เรื่องแผนการลงทุนของเรา" ภาคภูมิขมวดคิ้ว นึกย้อนไป "ตอนแรก... ก็มีคุณป้า กับคุณลุงที่รู้ แล้วก็... ก็มีคุณสิริลักษณ์ด้วย" สิริลักษณ์ คือญาติห่างๆ ของครอบครัววิวัฒน์วงศ์ ที่เคยเข้ามาทำงานในบริษัทช่วงสั้นๆ และมีความสนิทสนมกับครอบครัว "สิริลักษณ์..." คุณป้ามาลีพึมพำ "เธอเคยมีท่าทีแปลกๆ ช่วงนั้น..." คุณลุงสมชัยเสริม "ใช่... เธอเคยขอข้อมูลเกี่ยวกับนักลงทุนรายนั้นจากฉัน แต่ฉันก็ไม่ได้ให้... เพราะคิดว่ามันไม่จำเป็น" ภาคภูมินึกถึงคำพูดของธนากรอีกครั้ง "ผมมีหลักฐานที่ชัดเจนกว่านั้น ถ้าคุณอยากจะรู้" "เราต้องเจอหน้าธนากรอีกครั้ง" ภาคภูมิกล่าว "เราต้องรู้ความจริงทั้งหมด" ในวันรุ่งขึ้น ภาคภูมิได้นัดพบธนากรที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบ "คุณมาแล้ว" ธนากรทักทายเมื่อเห็นภาคภูมิเดินเข้ามา "ผมต้องการทราบความจริงทั้งหมด" ภาคภูมิกล่าว "ว่าใครคือคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้" ธนากรจิบกาแฟอย่างใจเย็น "ผมทราบดีว่าคุณกำลังสับสน" เขากล่าว "ผมจะบอกคุณทุกอย่าง แต่คุณต้องสัญญาว่าจะไม่ทำอะไรที่รุนแรง" ภาคภูมิตอบรับอย่างหนักแน่น "ผมสัญญา" ธนากรเริ่มเล่าเรื่องราวทั้งหมด เขาเปิดเผยว่า เขาได้รับข้อมูลจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ว่า มีคนในครอบครัววิวัฒน์วงศ์พยายามจะทำลายภาคภูมิ และข้อมูลที่ได้รับมานั้นบ่งชี้ชัดเจนว่าคือสิริลักษณ์ "สิริลักษณ์ เธอรู้สึกอิจฉาที่คุณได้รับตำแหน่งประธานบริษัท" ธนากรกล่าว "เธอเชื่อว่าเธอสมควรที่จะได้ตำแหน่งนั้นมากกว่าคุณ เธอจึงพยายามหาทางทำลายคุณ" "แต่... ทำไมคุณถึงมีข้อมูลทั้งหมดนี้" ภาคภูมิถาม "ผมเองก็เคยมีความขัดแย้งกับสิริลักษณ์ในอดีต" ธนากรกล่าว "และผมก็รู้ว่าเธอมีนิสัยอย่างไร เมื่อผมได้ยินข่าวเรื่องนี้ ผมจึงตัดสินใจที่จะสืบหาความจริง" ธนากรเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการที่สิริลักษณ์ใช้ในการเข้าถึงข้อมูล และการติดต่อกับนักต้มตุ๋น เขาแสดงหลักฐานเพิ่มเติม ทั้งการบันทึกเสียงการสนทนา และข้อความในแอปพลิเคชันแชท ซึ่งยืนยันว่าสิริลักษณ์คือผู้อยู่เบื้องหลังแผนการร้ายทั้งหมด ภาคภูมิรู้สึกชาไปทั้งตัว เขาไม่เคยคิดเลยว่า จะมีใครในครอบครัวที่สามารถทำเรื่องเลวร้ายได้ถึงขนาดนี้ "ผมไม่เข้าใจ..." ภาคภูมิกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ "ทำไมเธอถึงทำแบบนี้" "ความโลภและความอิจฉาเป็นสิ่งที่น่ากลัวครับ" ธนากรกล่าว "บางครั้ง มันก็บดบังการตัดสินใจของคนเราได้" ภาคภูมินั่งนิ่งไปครู่หนึ่ง เขาพยายามรวบรวมสติ และตัดสินใจที่จะเผชิญหน้ากับสิริลักษณ์ "ผมต้องเจอหน้าเธอ" ภาคภูมิกล่าว "ผมต้องถามเธอด้วยตัวเอง" ธนากรพยักหน้า "ผมจะอยู่ข้างๆ คุณ" การเผชิญหน้าครั้งนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป และความจริงที่ถูกเปิดเผยจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของภาคภูมิกับพรรณรวีอย่างไร คงต้องติดตามกันต่อไป

5,195 ตัวอักษร