เมียหลอกที่กลายเป็นจริง

ตอนที่ 17 / 38

ตอนที่ 17 — ความไว้วางใจที่สั่นคลอน

หลังจากวันนั้น ภาคภูมิพยายามที่จะเดินหน้าต่อไป แม้ว่าเรื่องของสิริลักษณ์จะยังคงเป็นบาดแผลในใจของทุกคนในครอบครัวก็ตาม เขาทุ่มเทเวลาให้กับงานอย่างเต็มที่ เพื่อฟื้นฟูบริษัทให้กลับมายิ่งใหญ่ดังเดิม พรรณรวีเองก็คอยเป็นกำลังใจและเป็นที่ปรึกษาที่ดีเสมอ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดูเหมือนจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม หลังจากการผ่านเรื่องราวเลวร้ายมาด้วยกัน แต่แล้ว เรื่องราวที่ธนากรได้เตือนไว้ก็เริ่มปรากฏเป็นรูปธรรมมากขึ้น มีข่าวลือเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของบริษัทวิวัฒน์วงศ์แพร่สะพัดในแวดวงธุรกิจอีกครั้ง โดยมีต้นตอมาจากแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยชื่อ ซึ่งมักจะอ้างอิงข้อมูลที่มาจากภายในบริษัท "ผมได้รับรายงานมาครับท่านประธาน" ผู้ช่วยของภาคภูมิรายงานด้วยน้ำเสียงกังวล "ว่ามีข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับแผนการลงทุนระยะยาวของเรา ถูกปล่อยออกไปให้สื่อบางสำนักแล้วครับ" ภาคภูมิขมวดคิ้วแน่น "ใครเป็นคนปล่อย" "ยังไม่ทราบแน่ชัดครับท่านประธาน" ผู้ช่วยตอบ "แต่ข่าวที่ออกมานั้น ละเอียดมาก จนเหมือนกับว่า คนปล่อยข้อมูลนั้นเป็นคนในบริษัทของเราเอง" บรรยากาศในห้องทำงานของภาคภูมิเต็มไปด้วยความตึงเครียด เขาหันไปมองพรรณรวีที่นั่งอยู่ข้างๆ ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความเป็นห่วง "ธนากรพูดถูก" ภาคภูมิกล่าว "เรื่องนี้ต้องมีเบื้องหลัง" "แล้วเราจะทำอย่างไรดีคะ" พรรณรวีถาม "ถ้ามีคนในบริษัทของเราเองที่คอยปล่อยข่าวร้ายๆ ออกไป" "เราต้องหาตัวคนนั้นให้เจอ" ภาคภูมิพูดเสียงหนักแน่น "แต่ในสถานการณ์แบบนี้ การกล่าวหาใครโดยไม่มีหลักฐานก็คงจะไม่ได้" ในขณะเดียวกัน ธนากรก็นั่งทำงานอยู่ในออฟฟิศของเขา เขาได้รับรายงานจากสายข่าวที่เขาได้วางไว้ภายในบริษัทวิวัฒน์วงศ์ "ข้อมูลที่ผมได้มา ยืนยันว่ามีคนกำลังพยายามสร้างความปั่นป่วนในบริษัทของคุณภาคภูมิอีกครั้งครับ" เสียงจากปลายสายของโทรศัพท์ดังขึ้น "แน่ใจนะ" ธนากรเลิกคิ้ว "แล้วเบาะแสอยู่ที่ใคร" "เบาะแสชี้ไปที่พนักงานบางคน ที่มีความใกล้ชิดกับผู้บริหารระดับสูงบางคนครับ" สายข่าวรายงาน "และดูเหมือนว่าพวกเขาจะได้รับคำสั่งมาจากบุคคลภายนอก" "บุคคลภายนอก... หมายถึงใคร" ธนากรคาดคั้น "ผมยังระบุตัวตนไม่ได้ชัดเจนครับ" สายข่าวยอมรับ "แต่ผมได้ยินชื่อของนักธุรกิจคู่แข่งคนหนึ่งที่กำลังถูกจับตาดูอยู่" "นักธุรกิจคนนั้นชื่ออะไร" ธนากรถาม "ชื่อ คุณวิชัย ครับ" สายข่าวตอบ "เขาเป็นเจ้าของบริษัทเทคโนโลยีคู่แข่งรายใหญ่ของเรา" ธนากรพยักหน้าช้าๆ "เข้าใจแล้ว ทำงานต่อไป แล้วรายงานผมทันทีที่มีความคืบหน้า" เขาตัดสายโทรศัพท์แล้วนั่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาจำได้ว่าเคยได้ยินชื่อวิชัยมาก่อน วิชัยเป็นนักธุรกิจที่ฉวยโอกาสและไม่เคยไว้หน้าใคร การที่เขาเข้ามาแทรกแซงในสถานการณ์นี้ อาจหมายความว่า เขาต้องการใช้ประโยชน์จากความอ่อนแอของบริษัทวิวัฒน์วงศ์ เพื่อกวาดเอาส่วนแบ่งทางการตลาดไป ภาคภูมิตัดสินใจที่จะจัดประชุมด่วนกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัท เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น "ผมทราบดีว่าพวกคุณทุกคนกำลังพยายามอย่างเต็มที่" ภาคภูมิเริ่มการประชุมด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง "แต่ก็มีข่าวลือและการปล่อยข้อมูลบางอย่างที่ส่งผลกระทบต่อบริษัทของเรา" ผู้บริหารบางคนเริ่มมองหน้ากันด้วยความไม่สบายใจ "ผมอยากให้ทุกคนทราบว่า ผมกำลังดำเนินการสืบสวนเรื่องนี้อยู่" ภาคภูมิกล่าวต่อ "และผมต้องการความร่วมมือจากทุกท่าน" "ท่านประธานครับ" ผู้บริหารคนหนึ่งเอ่ยขึ้น "ผมคิดว่าเราควรจะตรวจสอบระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลภายในบริษัทของเราให้เข้มงวดขึ้น" "เป็นความคิดที่ดี" ภาคภูมิเห็นด้วย "เราจะเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย และตรวจสอบผู้ที่เข้าถึงข้อมูลสำคัญ" ในขณะเดียวกัน พรรณรวีก็เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง เธอสังเกตเห็นว่า พนักงานคนหนึ่งในแผนกการตลาด ซึ่งเธอเคยไว้ใจ กลับแสดงท่าทีที่น่าสงสัยในระหว่างการประชุม "ภาคภูมิ" พรรณรวีเอ่ยกระซิบกับภาคภูมิเมื่อการประชุมจบลง "คุณสังเกตพนักงานคุณสมชายไหมคะ" "สมชาย?" ภาคภูมิถาม "เขาทำไม" "ฉันรู้สึกว่าเขาดูประหม่าผิดปกติ แล้วเขาก็พยายามหลบสายตาเราด้วย" พรรณรวีบอก "ตอนที่เราพูดถึงเรื่องข้อมูลที่รั่วไหล เขาดูเหมือนจะกังวลมากเป็นพิเศษ" ภาคภูมินึกย้อนกลับไป เขาก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติของสมชายเช่นกัน แต่ก็ยังไม่แน่ใจนัก "เราจะลองสังเกตเขาต่อไป" ภาคภูมิกล่าว "ขอบคุณที่สังเกตเห็นนะ" เย็นวันนั้น ภาคภูมิตัดสินใจที่จะพูดคุยกับสมชายเป็นการส่วนตัว เขาเรียกสมชายเข้ามาพบที่ห้องทำงาน "คุณสมชาย" ภาคภูมิเริ่มบทสนทนา "ผมมีเรื่องจะคุยด้วย" สมชายดูตื่นตระหนกเล็กน้อย "ครับท่านประธาน มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ" "ผมสังเกตเห็นว่าช่วงนี้คุณดูไม่ค่อยสบายใจ" ภาคภูมิกล่าว "มีอะไรที่ผมพอจะช่วยได้ไหม" สมชายอึกอัก "ผม... ผมสบายดีครับท่านประธาน" "คุณแน่ใจนะ" ภาคภูมิจ้องเข้าไปในดวงตาของสมชาย "คุณดูเหมือนมีบางอย่างที่กังวล" สมชายลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจพูดออกไป "ท่านประธานครับ... ผม... ผมต้องขอโทษด้วยครับ" ภาคภูมิเลิกคิ้ว "ขอโทษเรื่องอะไร" "ผม... ผมเป็นคนปล่อยข้อมูลบางส่วนออกไปครับ" สมชายยอมรับเสียงแผ่วเบา ภาคภูมิอึ้งไปเล็กน้อย เขาไม่คิดว่าสมชายจะเป็นคนปล่อยข้อมูลจริง "ทำไมคุณถึงทำแบบนั้น" "ผม... ผมถูกบังคับครับ" สมชายกล่าว "มีคนข่มขู่ครอบครัวผม เขาบอกว่าถ้าผมไม่ทำตาม พวกเขาจะทำอันตรายกับภรรยาและลูกของผม" "ใคร" ภาคภูมิถามเสียงดัง "ใครบังคับคุณ" "ผม... ผมไม่ทราบชื่อครับ" สมชายตอบ "เขาติดต่อมาผ่านช่องทางลับ เขาบอกว่าเขาเป็นตัวแทนของนักธุรกิจคนหนึ่ง" "นักธุรกิจคนนั้นชื่ออะไร" ภาคภูมิคาดคั้น "ผม... ผมได้ยินชื่อ... คุณวิชัย ครับ" สมชายตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ภาคภูมิรู้สึกเหมือนถูกกระชากให้กลับมาสู่ความเป็นจริงอีกครั้ง เขาเข้าใจแล้วว่าธนากรไม่ได้พูดเกินจริง ความพยายามที่จะทำลายบริษัทของเขามาจากนักธุรกิจคู่แข่งอย่างคุณวิชัย และสมชายก็เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือ "คุณสมชาย" ภาคภูมิกล่าวเสียงเย็น "คุณรู้ไหมว่าการกระทำของคุณ มันส่งผลกระทบต่อบริษัทและพนักงานทุกคนมากแค่ไหน" "ผมรู้ครับท่านประธาน" สมชายก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกผิด "ผมเสียใจจริงๆ ครับ" ภาคภูมิรู้ว่าเขาต้องตัดสินใจครั้งสำคัญ เขาไม่สามารถปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปได้ แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็เข้าใจสถานการณ์ของสมชาย "ผมจะแจ้งเรื่องนี้ให้ทางกฎหมายดำเนินการ" ภาคภูมิกล่าว "แต่ผมจะพยายามช่วยเหลือครอบครัวของคุณเท่าที่ผมจะทำได้" หลังจากนั้น ภาคภูมิจึงได้เริ่มวางแผนการรับมือกับคุณวิชัยอย่างจริงจัง เขาได้ปรึกษากับธนากร และทั้งสองก็ตกลงที่จะร่วมมือกันเพื่อเปิดโปงแผนการร้ายของวิชัย และปกป้องบริษัทวิวัฒน์วงศ์ให้ปลอดภัย

5,274 ตัวอักษร