ตอนที่ 23 — สารภาพบาปที่ซ่อนเร้น
เวลาล่วงเลยไปอย่างเชื่องช้า ภายในห้องทำงานของภาคภูมิ บรรยากาศอบอ้าวไปด้วยความตึงเครียด ภาคภูมิ ธนากร และพรรณรวี นั่งรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ โทรศัพท์มือถือของภาคภูมิวางอยู่บนโต๊ะทำงาน โดยที่หน้าจอแสดงเวลาที่ใกล้จะครบกำหนด 24 ชั่วโมงที่คุณวิรัชมีเวลาตัดสินใจ
"เขาจะโทรมาไหม" พรรณรวีถามขึ้น ทำลายความเงียบ เธอประสานมือกันแน่น มองไปยังนาฬิกาข้อมือของเธอ
"ผมก็ไม่แน่ใจ" ธนากรตอบ "คนอย่างคุณวิรัช อาจจะเลือกที่จะหนีไปต่างประเทศตามแผนเดิม"
"ถ้าเขาหนีไปจริงๆ เราก็คงตามจับตัวเขาได้ยาก" ภาคภูมิกล่าว "แต่ผมเชื่อว่าสมชายและทีมงานของเรา คงจะจับตาดูความเคลื่อนไหวของเขาอยู่ตลอดเวลา"
"ผมได้สั่งให้ทีมงานของเราเตรียมการทุกอย่างไว้แล้วครับ" ธนากรยืนยัน "หากคุณวิรัชพยายามจะหลบหนี เราจะสามารถดำเนินการได้ทันที"
เสียงโทรศัพท์มือถือของภาคภูมิดังขึ้นอย่างกะทันหัน ทำให้ทั้งสามคนสะดุ้งเล็กน้อย ภาคภูมิมองหน้าจอ แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
"เป็นเบอร์ของคุณวิรัช" เขาบอก
"แล้วเขาว่าไง" พรรณรวีถามอย่างกระวนกระวาย
ภาคภูมียื่นโทรศัพท์ให้ธนากร "คุณคุยกับเขาเถอะ ผมรู้สึกว่าถ้าผมคุย เขาอาจจะยิ่งต่อต้าน"
ธนากรรับโทรศัพท์มา "ครับคุณวิรัช... ผมเข้าใจ... ครับ... คุณจะมาที่นี่ใช่ไหม... ดีครับ... เราจะรอ"
ธนคว่ำโทรศัพท์ลง "เขาบอกว่าจะมาที่นี่ครับ"
"มาที่นี่เลยเหรอ" ภาคภูมิเลิกคิ้ว "แน่ใจนะว่าเขาไม่ได้วางแผนอะไรอีก"
"เขาก็มีน้ำเสียงที่ดูอ่อนลงนะครับ" ธนากรกล่าว "ผมคิดว่าเขาคงจะยอมรับผิด"
"หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น" ภาคภูมิพึมพำ
ไม่นานนัก รถยนต์หรูคันหนึ่งก็แล่นเข้ามาจอดที่หน้าอาคารสำนักงานของบริษัทวิวัฒน์วงศ์ คุณวิรัชก้าวลงจากรถ เขาดูซีดเซียวและเหนื่อยอ่อนกว่าครั้งล่าสุดที่พบกัน
ภาคภูมิ ธนากร และพรรณรวี เดินออกไปรอรับเขาที่หน้าประตู
"คุณวิรัช" ภาคภูมิกล่าวทักทาย "เชิญข้างในก่อนครับ"
ทั้งสี่คนเดินเข้าไปในห้องทำงานของภาคภูมิ คุณวิรัชนั่งลงบนโซฟาด้วยท่าทีที่อ่อนแรง
"ผม... ผมต้องการจะสารภาพทุกอย่างครับ" คุณวิรัชเริ่มต้นพูดด้วยเสียงที่สั่นเครือ "ผมเป็นคนปล่อยข่าวลือทั้งหมด ผมเป็นคนสั่งให้คนไปข่มขู่สมชาย"
ภาคภูมิ ธนากร และพรรณรวี มองหน้ากันด้วยความโล่งใจ แต่ก็ยังคงจับตาดูคุณวิรัชอย่างระมัดระวัง
"ทำไมคุณถึงทำแบบนั้น" ภาคภูมิถาม น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ปะปนกัน ทั้งความโกรธ ความผิดหวัง และความเห็นใจ
"ผม... ผมรู้สึกไม่พอใจที่คุณพ่อของคุณประสบความสำเร็จมากเกินไป" คุณวิรัชกล่าว "ผมรู้สึกว่าตัวเองถูกมองข้ามมาตลอดชีวิต ผมต้องการจะแก้แค้น... ผมต้องการให้บริษัทล้มละลาย เพื่อให้ทุกคนได้เห็นว่าผมก็มีความสามารถ"
"แต่คุณกลับทำลายชีวิตของคนอื่นมากมาย" พรรณรวีกล่าวด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ "คุณทำให้ครอบครัวของคนอื่นเดือดร้อน"
"ผมรู้ครับ" คุณวิรัชหลับตาลง "ผมเสียใจจริงๆ"
"แล้วเรื่องคุณวิชัยล่ะ" ภาคภูมิถาม "คุณมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับเขา"
"คุณวิชัย... เขาเป็นคนเสนอแผนการให้ผมเอง" คุณวิรัชกล่าว "เขาบอกว่าจะช่วยผมจัดการกับบริษัทวิวัฒน์วงศ์ แลกกับการที่ผมจะช่วยเขาให้พ้นผิดจากคดีของเขา"
"คุณวิชัย!" ภาคภูมิอุทานอย่างตกใจ "ผมไม่คิดว่าเขาจะกล้าทำแบบนี้"
"เขาเป็นคนอันตรายมากครับ" คุณวิรัชกล่าว "เขาฉลาดแกมโกง และรู้จุดอ่อนของทุกคน"
"คุณวิรัชครับ" ธนากรพูดขึ้น "คุณช่วยเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับแผนการของคุณวิชัยให้เราฟังหน่อยได้ไหมครับ"
คุณวิรัชเริ่มเล่าเรื่องราวทั้งหมดอย่างละเอียด เขาเปิดเผยถึงแผนการที่เขากับคุณวิชัยวางแผนร่วมกัน การใช้ข้อมูลภายในเพื่อปั่นหุ้น การสร้างข่าวลือต่างๆ และการว่าจ้างคนไปข่มขู่สมชาย
"ผม... ผมไม่เคยคิดว่าเรื่องมันจะบานปลายขนาดนี้" คุณวิรัชกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด "ผมไม่คิดว่าคุณวิชัยจะโหดร้ายถึงเพียงนี้"
"แล้วทำไมคุณถึงไม่หยุดยั้งเรื่องราวทั้งหมดตั้งแต่แรก" ภาคภูมิถาม
"ผม... ผมกลัวครับ" คุณวิรัชสารภาพ "ผมกลัวคุณวิชัย และผมก็กลัวว่าจะถูกเปิดโปง"
"แต่สุดท้าย คุณก็ถูกเปิดโปงอยู่ดี" ภาคภูมิกล่าว "และตอนนี้ คุณมีโอกาสที่จะแก้ไขความผิดพลาดของคุณ"
"ผม... ผมพร้อมที่จะร่วมมือกับพวกคุณทุกอย่างครับ" คุณวิรัชกล่าว "ผมจะให้การปรักปรำคุณวิชัย และผมจะช่วยตามหาหลักฐานอื่นๆ เพิ่มเติม"
"ดีครับ" ภาคภูมิกล่าว "เราจะช่วยให้คุณได้รับโทษที่เบาลง"
หลังจากนั้น ภาคภูมิ ธนากร และพรรณรวี ก็ได้หารือกันถึงแผนการต่อไป พวกเขาจะใช้คำให้การของคุณวิรัชเป็นหลักฐานสำคัญในการดำเนินคดีกับคุณวิชัย และจะเร่งหาหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อปิดคดีให้เร็วที่สุด
ขณะที่พวกเขากำลังวางแผนกันอยู่ พรรณรวีก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าของคุณวิรัช
"คุณวิรัชคะ" เธอเอ่ยขึ้น "นั่นอะไรในกระเป๋าของคุณคะ"
คุณวิรัชหันไปมองกระเป๋าของเขา เขารีบดึงสิ่งของออกมา มันคือรูปถ่ายเก่าๆ ใบหนึ่ง
"นี่มัน..." ภาคภูมิอุทานเมื่อเห็นรูปถ่ายในมือของคุณวิรัช
รูปถ่ายใบนั้น เป็นรูปของภาคภูมิในวัยเด็ก กำลังยืนอยู่ข้างๆ คุณพ่อของเขา และด้านหลังของรูป ก็มีคุณวิรัชยืนยิ้มอยู่
"รูปนี้... เป็นตอนที่คุณพ่อผมยังหนุ่มๆ" ภาคภูมิกล่าว
"ใช่ครับ" คุณวิรัชกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง "ผมกับคุณพ่อของคุณเคยเป็นเพื่อนสนิทกันมาก่อน"
"จริงๆ เหรอครับ" ภาคภูมิถามด้วยความประหลาดใจ
"ใช่" คุณวิรัชพยักหน้า "เราเคยฝันอยากจะสร้างบริษัทที่ยิ่งใหญ่ด้วยกัน แต่สุดท้าย เราก็เลือกเส้นทางที่แตกต่างกัน"
"แล้วทำไมคุณถึงมาทำร้ายบริษัทของผม" ภาคภูมิถาม
"ผม... ผมเสียใจครับ" คุณวิรัชกล่าว "ผมหลงผิดไป เพราะความอิจฉาและความแค้น"
บรรยากาศในห้องทำงานเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากความตึงเครียด กลายเป็นความรู้สึกที่ซับซ้อน ภาคภูมิไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าคุณวิรัชมีความเกี่ยวพันกับครอบครัวของเขามาก่อน
"ผม... ผมขอโทษจริงๆ ครับ" คุณวิรัชกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสำนึกผิด "ผมหวังว่าสักวันหนึ่ง คุณจะให้อภัยผมได้"
ภาคภูมิเงียบไปครู่หนึ่ง เขามองหน้าคุณวิรัชอย่างพิจารณา ก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อย
"ผมจะลองดูครับ" เขาตอบ
การสารภาพบาปของคุณวิรัชในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้คดีนี้ใกล้จะถึงบทสรุป แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เปิดเผยความลับในอดีตที่ภาคภูมิไม่เคยล่วงรู้มาก่อน
4,879 ตัวอักษร