เมียหลอกที่กลายเป็นจริง

ตอนที่ 5 / 38

ตอนที่ 5 — ความใกล้ชิดที่ก่อตัว

งานหมั้นของพรรณรวีและภาคภูมิถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่หรูหรา ภายในสวนกว้างของคฤหาสน์ตระกูลพงศ์ศักดิ์ แขกเหรื่อส่วนใหญ่เป็นญาติสนิท เพื่อนสนิท และคนสำคัญทางธุรกิจของทั้งสองครอบครัว พรรณรวีในชุดเจ้าสาวสีขาวสะอาดตา ดูงดงามราวกับเจ้าหญิง เธอเดินเคียงข้างบิดาไปยังแท่นพิธี ที่ซึ่งภาคภูมิในชุดสูทสีเข้มยืนรออยู่แล้ว เมื่อภาคภูมิมองเห็นพรรณรวี เขาก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ ดวงตาของเขาทอประกายอบอุ่นราวกับจะบอกว่า "คุณสวยที่สุด" พรรณรวีรู้สึกใจเต้นแรงเมื่อสบสายตาเขา เธอไม่แน่ใจว่าความรู้สึกนี้เกิดขึ้นเพราะความประหม่าของงาน หรือเพราะความรู้สึกที่แท้จริงที่เธอเริ่มมีต่อเขา "คุณพรรณรวีครับ" ภาคภูมิเอ่ยขณะส่งแหวนหมั้นให้เธอ "ผมขอให้คำมั่นสัญญาว่า จะดูแลคุณให้ดีที่สุด ตลอดไป" พรรณรวีรับแหวนมาสวมที่นิ้วนางข้างซ้ายของตนเอง "หนูขอให้คำมั่นสัญญาเช่นกันค่ะ คุณภาคภูมิ" พิธีการดำเนินไปอย่างราบรื่น ท่ามกลางเสียงอวยพรจากแขกเหรื่อ พรรณรวีรู้สึกดีใจที่เห็นบิดามารดาของตนเองยิ้มได้อย่างสบายใจมากขึ้น ใบหน้าของคุณชายพงษ์ศักดิ์ดูผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการ ภาคภูมิก็เดินเข้ามาหาพรรณรวี "คุณดูสวยมากในชุดนี้ครับ" ภาคภูมิชมเชย "ผมโชคดีจริงๆ" "ขอบคุณค่ะ" พรรณรวีตอบเขินๆ "คุณเองก็ดูดีมากๆ เหมือนกันค่ะ" "ผมอยากจะขออนุญาตเต้นรำกับคุณสักเพลงนะครับ" ภาคภูมิเอ่ยขอ พรรณรวีพยักหน้า ทั้งสองคนเดินไปที่ฟลอร์เต้นรำชั่วคราว ภาคภูมิโอบเอวพรรณรวีเบาๆ และจับมือเธอไว้ พรรณรวีวางมืออีกข้างบนไหล่ของเขา เพลงรักหวานซึ้งบรรเลงขึ้น "คุณภาคภูมิคะ" พรรณรวีเอ่ยขึ้นขณะที่ทั้งสองกำลังเต้นรำกันอยู่ "หนูดีใจนะคะที่ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี" "ผมเองก็ดีใจครับ" ภาคภูมิพยักหน้า "ผมอยากจะขอบคุณคุณพรรณรวีอีกครั้ง ที่ยอมรับข้อเสนอของผม" "หนูรู้นะคะว่าคุณช่วยครอบครัวของหนู" พรรณรวีมองสบตาเขา "แต่หนูก็รู้สึกดีขึ้นจริงๆ ค่ะที่ได้รู้จักคุณ" "ผมก็เหมือนกันครับ" ภาคภูมิยิ้ม "ผมรู้สึกว่าเราเข้ากันได้ดีกว่าที่คิดไว้" ขณะที่ทั้งสองกำลังเต้นรำกันอย่างมีความสุข สายตาของพรรณรวีเหลือบไปเห็นใครบางคนยืนมองเธออยู่จากมุมหนึ่งของสวน เธอเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวังและเจ็บปวดของผู้ชายคนนั้น เธอจำได้ทันที เขาคือ 'ธนากร' ชายหนุ่มที่เธอเคยคบหาดูใจกันมาก่อน ก่อนที่ครอบครัวของเธอจะประสบปัญหา ธนากรมองมาที่เธอราวกับไม่เชื่อสายตา เมื่อเห็นว่าเธอสวมแหวนหมั้นอยู่บนนิ้ว เขารีบหันหลังเดินจากไปอย่างรวดเร็ว พรรณรวีรู้สึกใจหายวาบ เธอพยายามจะก้าวตามไปหาเขา แต่ภาคภูมิได้ดึงเธอไว้ "เป็นอะไรไปครับ" ภาคภูมิถามเมื่อเห็นสีหน้าของเธอ "เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร" พรรณรวีตอบเสียงเบา พยายามสลัดความคิดของธนากรออกไป หลังจบงานหมั้น พรรณรวีก็ยังคงรู้สึกไม่สบายใจอยู่ลึกๆ เธอรู้ว่าธนากรคงจะเสียใจมากที่เห็นเธอแต่งงานกับคนอื่น "แม่คะ" พรรณรวีเอ่ยกับคุณหญิงนภาในวันต่อมา "หนูเห็นธนากรในงานหมั้นค่ะ" คุณหญิงนภาถอนหายใจ "แม่ก็เห็นนะลูก เขาคงจะเสียใจมาก" "หนูรู้สึกผิดค่ะแม่" พรรณรวีสารภาพ "เขาคงคิดว่าหนูหักหลังเขา" "แม่รู้ว่ามันยากนะลูก" คุณหญิงนภาปลอบ "แต่บางครั้งเราก็ต้องเลือกในสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับครอบครัว" "หนูเข้าใจค่ะแม่" พรรณรวีตอบ ช่วงเวลาหลังจากวันหมั้นเป็นช่วงเวลาที่พรรณรวีและภาคภูมิได้ใช้เวลาด้วยกันมากขึ้น ภาคภูมิทำตามสัญญา เขาคอยดูแลเอาใจใส่พรรณรวีอย่างดี เขาพาเธอไปทานอาหารนอกบ้าน พาไปชมภาพยนตร์ และคอยรับฟังเรื่องราวในชีวิตประจำวันของเธอ "วันนี้คุณอยากไปไหนเป็นพิเศษไหมครับ" ภาคภูมิถามพรรณรวีขณะกำลังขับรถ "วันนี้หนูอยากไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะค่ะ" พรรณรวีตอบ "อากาศดีๆ แบบนี้ น่านั่งเล่นรับลม" "ได้เลยครับ" ภาคภูมิยิ้ม "มีร้านไอศกรีมอร่อยๆ ที่นั่นด้วยนะ" ทั้งสองคนใช้เวลาเดินเล่น พูดคุย และหัวเราะกันอย่างมีความสุข พรรณรวีเริ่มรู้สึกว่า เธอสามารถเป็นตัวของตัวเองได้เมื่ออยู่กับภาคภูมิ เธอไม่ต้องคอยระแวงหรือกังวลอะไร "คุณภาคภูมิคะ" พรรณรวีเอ่ยขึ้นอย่างนึกสนุก "ถ้าหนูขออะไรอย่างหนึ่ง คุณจะให้หนูไหมคะ" "อะไรครับ" ภาคภูมิถาม "หนูอยากให้คุณเล่าเรื่องที่คุณแอบชอบหนูมาตั้งแต่สมัยเรียนให้หนูฟังอีกครั้งได้ไหมคะ" พรรณรวีขอ "หนูอยากฟังรายละเอียดเยอะๆ" ภาคภูมิหัวเราะเบาๆ "ทำไมจู่ๆ ถึงอยากฟังเรื่องนั้นล่ะครับ" "ก็... หนูแค่อยากรู้ค่ะ" พรรณรวีตอบ "ว่ามีอะไรที่ทำให้คุณประทับใจในตัวหนูได้มากขนาดนั้น" ภาคภูมิหยุดรถข้างทาง แล้วหันมามองพรรณรวีอย่างจริงจัง "มันเป็นเรื่องยาวเลยนะครับ" "หนูมีเวลาค่ะ" พรรณรวีตอบ ภาคภูมิจึงเริ่มเล่าเรื่องราวในอดีต เขาย้อนเล่าถึงครั้งแรกที่เขาเห็นพรรณรวีในงานสัมมนาของมหาวิทยาลัย เขาเล่าถึงความประทับใจแรกที่เห็นเธอพูดจาฉะฉาน กล้าแสดงความคิดเห็น และมีความมั่นใจในตัวเองสูง "ตอนนั้นผมรู้สึกทึ่งมากเลยครับ" ภาคภูมิเล่า "ผมไม่เคยเจอผู้หญิงแบบคุณมาก่อน ผมอยากเข้าไปทำความรู้จัก แต่ก็กลัว ผมได้แต่มองคุณจากไกลๆ" เขาเล่าต่อไปถึงช่วงเวลาที่เขาแอบตามไปดูเธอทำกิจกรรมต่างๆ เขารู้ว่าเธอชอบอ่านหนังสือ ชอบฟังเพลงอะไร และสิ่งที่เธอไม่ชอบ "ผมรู้ว่าคุณกำลังคบอยู่กับคุณธนากร" ภาคภูมิพูดเสียงแผ่วลงเล็กน้อย "ตอนนั้นผมเสียใจมาก แต่ผมก็ยังหวังว่าสักวันหนึ่ง ผมจะมีโอกาส" "แล้วพอรู้ว่าครอบครัวของคุณกำลังมีปัญหา..." ภาคภูมิเว้นวรรคไปครู่หนึ่ง "ผมคิดว่านี่คือโอกาสเดียวของผมที่จะได้เข้ามาดูแลคุณ" พรรณรวีฟังเขาเล่าด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย เธอรู้สึกประหลาดใจที่เขารู้เรื่องราวของเธอมากมายขนาดนั้น และก็อดที่จะซาบซึ้งในความรู้สึกของเขาไม่ได้ "ขอบคุณนะคะที่เล่าให้หนูฟัง" พรรณรวีกล่าว "หนูไม่เคยรู้เลยว่าคุณจะรู้สึกกับหนูมากขนาดนี้" "ผมขอโทษที่ไม่ได้บอกคุณเร็วกว่านี้" ภาคภูมิกล่าว "แต่ผมก็ดีใจที่เราได้มาถึงจุดนี้" "หนูเองก็ดีใจค่ะ" พรรณรวีตอบ ขณะที่ภาคภูมิกำลังจะสตาร์ทรถ เขาเหลือบไปเห็นธนากรยืนอยู่ริมถนนอีกฝั่งหนึ่ง เขากำลังมองมาที่รถของพวกเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเศร้า "คุณพรรณรวีครับ" ภาคภูมิเอ่ยขึ้น "ผมเห็นคุณธนากร" พรรณรวีหันไปมองตามสายตาของภาคภูมิ เธอเห็นธนากรจริงๆ เขายืนมองมาที่เธออย่างเงียบๆ "เขาคงจะยังทำใจไม่ได้" พรรณรวีพึมพำ "ผมเข้าใจความรู้สึกของเขาครับ" ภาคภูมิกล่าว "แต่ตอนนี้ คุณคือภรรยาของผมแล้ว" คำว่า 'ภรรยา' ที่ออกจากปากภาคภูมิ ทำให้พรรณรวีรู้สึกแปลกไป ความรู้สึกที่เคยมีต่อธนากรเริ่มจางหายไปเรื่อยๆ และถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกที่เธอมีต่อภาคภูมิ "คุณพูดถูกค่ะ" พรรณรวีตอบ "ตอนนี้หนูคือภรรยาของคุณ" เธอหันไปยิ้มให้ภาคภูมิ รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้งกว่าที่เคย ภาคภูมิเองก็ยิ้มตอบ เขาเอื้อมมือมาบีบมือเธอเบาๆ สองคนมองตากันอย่างมีความเข้าใจ "ไปกันเถอะครับ" ภาคภูมิกล่าว "เรามีเวลาอีกมากที่จะได้อยู่ด้วยกัน" พรรณรวีพยักหน้า เธอรู้สึกได้ว่าความสัมพันธ์ของเธอกับภาคภูมิกำลังพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้นจริงๆ แม้ว่าจุดเริ่มต้นจะมาจากแผนการที่ดูเหมือนจะหลอกลวง แต่สุดท้ายแล้ว ความรู้สึกที่แท้จริงก็กำลังก่อตัวขึ้นในใจของเธอ

5,585 ตัวอักษร