ตอนที่ 1 — กรงทองของดอกไม้พิษ
อากาศยามบ่ายแก่ๆ ในกรุงเทพฯ แผ่ความร้อนอบอ้าวมาเหมือนเช่นทุกวัน แต่ภายในคฤหาสน์หรูหราโอ่อ่าริมแม่น้ำเจ้าพระยา กลับอบอวลไปด้วยความเย็นเยียบภายใต้การรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนาถึงขีดสุด เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเงียบเชียบ ผสมผสานกับเสียงน้ำตกจำลองที่ไหลเอื่อยอยู่กลางสวนหิน ทำให้บรรยากาศดูสงบราวกับหลุดมาจากนิตยสารตกแต่งบ้าน แต่เบื้องหลังความงามสงบนั้น ซ่อนเร้นความตึงเครียดและความไม่แน่นอนไว้มหาศาล
"คุณหนูคะ ได้เวลาทานยาแล้วค่ะ" เสียงหญิงสูงวัยดังขึ้น นุ่มนวลแต่แฝงความห่วงใย
หญิงสาวร่างระหงเงยหน้าขึ้นจากหนังสือเล่มหนา ดวงตากลมโตสีดำขลับสะท้อนประกายความเบื่อหน่ายระคนไม่พอใจ ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันอย่างเหนียมอาย เธอผอมบางเกินไป ผิวขาวซีดราวกับดอกไม้ที่ไม่เคยได้สัมผัสแสงแดด เส้นผมสีดำขลับยาวสลวยถูกรวบขึ้นอย่างลวกๆ เผยให้เห็นลำคอระหงที่ประดับด้วยสร้อยไข่มุกเม็ดเล็กๆ หนึ่งเส้น เสื้อคลุมผ้าไหมสีอ่อนที่สวมทับชุดนอนบางเบา ดูเหมือนจะใหญ่เกินตัวเธอไปเล็กน้อย
"ฉันไม่อยากทานยา คุณป้าก็รู้" เสียงหวานใสเอ่ยขึ้น แฝงความดื้อรั้นเล็กน้อย
"แต่คุณหมอบอกว่าจำเป็นนะคะคุณหนู ร่างกายคุณหนูยังไม่แข็งแรงดี" หญิงสูงวัยที่เธอเรียกว่า "คุณป้า" หรือที่จริงแล้วคือแม่นมที่เลี้ยงดูเธอมาตั้งแต่เด็ก เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พร้อมกับยื่นถ้วยยาและแก้วน้ำมาให้
หญิงสาวถอนหายใจเบาๆ เธอยื่นมือรับมาอย่างจำใจ "ก็ได้ค่ะ แต่ทานแล้วก็ต้องให้หนูออกไปเดินเล่นบ้างนะคะ อุดอู้อยู่แต่ในนี้มันจะตายเอา"
"ค่ะๆ เดี๋ยวคุณป้าจะบอกคุณพ่อให้" คุณป้าของเธอตอบ พลางมองใบหน้าซีดเซียวของลูกสาวเจ้าพ่อด้วยความเป็นห่วง
เธอคือ "พริมรสา" หรือ "พริม" ลูกสาวคนเดียวของ "มานพ" เจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการธุรกิจสีเทาและอสังหาริมทรัพย์ ชีวิตของเธอถูกเปรียบเปรยได้กับดอกไม้งามในกรงทอง ทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้อย่างดีพร้อมสรรพ มีคนคอยปรนนิบัติพัดวี มีเงินทองใช้ไม่รู้จบ แต่สิ่งที่เธอไม่มีคืออิสรภาพแท้จริง
เพราะพ่อของเธอไม่เคยไว้ใจใคร การรักษาความปลอดภัยรอบตัวเธอจึงเข้มงวดอย่างยิ่งยวด สองปีที่แล้ว เธอเคยประสบอุบัติเหตุเกือบเอาชีวิตไม่รอดจากการลอบทำร้าย ทำให้พ่อของเธอหวาดระแวงยิ่งกว่าเดิม บัดนี้ เธอถูกจำกัดพื้นที่ให้อยู่แต่ในบริเวณคฤหาสน์เท่านั้น แทบจะไม่มีโอกาสได้ออกไปสัมผัสโลกภายนอกเลย
หลังจากทานยาจนหมด คุณป้าก็ค่อยๆ จัดแจงเรื่องต่างๆ ให้เธอ พอมีเวลาว่าง พริมก็เดินไปที่ระเบียงห้องนอนชั้นสอง เธอเปิดประตูออกรับลมเย็นยามเย็นที่เริ่มพัดมา สายตาของเธอกวาดมองออกไปนอกรั้วคฤหาสน์ มองเห็นความเคลื่อนไหวของผู้คนและรถราที่วิ่งผ่านไปมาอย่างอิสระ มันเป็นภาพที่ช่างแตกต่างจากชีวิตของเธอเหลือเกิน
ทันใดนั้น สายตาของเธอก็หยุดอยู่ที่ร่างสูงใหญ่ของชายคนหนึ่งที่ยืนสงบนิ่งอยู่บริเวณประตูทางเข้าด้านในของคฤหาสน์ ชายคนนั้นสวมชุดสูทสีดำสนิท ร่างกายเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่เห็นได้รางๆ ผ่านเนื้อผ้า มันเป็นภาพของความแข็งแกร่งและน่าเกรงขาม เขาไม่ได้เคลื่อนไหวไปไหน เพียงยืนนิ่งเหมือนรูปปั้น แต่สายตาของเขากลับกวาดมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง
"ใครน่ะคะคุณป้า" พริมเอ่ยถาม โดยไม่ได้ละสายตาไปจากชายคนนั้น
คุณป้าเหลือบมองตาม "อ้อ นั่นบอดี้การ์ดคนใหม่ที่ท่านมานพเพิ่งจะจ้างมาน่ะค่ะ ชื่อคุณวิน… เป็นมือดีเลยนะ เขาว่ากันว่าเก่งกาจมาก"
"บอดี้การ์ดเหรอคะ" พริมทวนคำ รู้สึกถึงความแปลกใจที่ปะปนกับความสนใจ "ทำไมหนูไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเลย"
"เพิ่งจะเข้ามาเมื่อเช้านี้เองค่ะ ท่านมานพอยากได้คนที่ไว้ใจได้มาดูแลคุณหนูเป็นการส่วนตัว" คุณป้าอธิบาย
พริมมองชายคนนั้นอีกครั้ง ร่างกายของเขาดูบึกบึนกำยำกว่าบอดี้การ์ดคนอื่นๆ ที่เธอเคยเห็นมา ดวงตาของเขาคมกริบราวกับเหยี่ยว แม้จะอยู่ห่างไกล เธอก็รู้สึกได้ถึงออร่าบางอย่างที่แผ่ออกมาจากตัวเขา มันไม่ใช่แค่ความแข็งแกร่งทางกายภาพ แต่เป็นความมั่นคงที่ทำให้รู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด
"เขาดู…เข้มงวดดีนะคะ" พริมเอ่ยพลางอมยิ้มบางๆ "แต่ก็ดูไม่น่าไว้ใจเท่าไหร่"
"คุณหนูอย่าเพิ่งตัดสินคนจากภายนอกนะคะ ท่านมานพเลือกมาแล้ว ต้องมีเหตุผลของท่าน" คุณป้าเตือน
พริมไม่ได้ตอบอะไร เธอรู้ดีว่าพ่อของเธอไม่ได้เลือกคนมั่วๆ ความปลอดภัยของเธอคือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเขา แม้ว่าบางครั้งมันจะกลายเป็นการจำกัดอิสรภาพของเธอก็ตาม
"ถ้าอย่างนั้น หนูขอลงไปเดินเล่นที่สวนสักครู่ได้ไหมคะ" พริมเอ่ยขออีกครั้ง
คุณป้าลังเลเล็กน้อย "แต่ว่า…"
"หนูจะอยู่แค่ในสวนนะคะ แล้วก็…จะให้คุณวินคนนั้นตามไปด้วยก็ได้ค่ะ" พริมรีบเสริม พลางเหลือบมองไปทางชายหนุ่มอีกครั้ง
คุณป้ารู้ดีว่าการจะห้ามพริมให้ทำอะไรที่เธอไม่อยากทำนั้นเป็นเรื่องยาก และการมีบอดี้การ์ดตามไปด้วยก็ถือว่ายังอยู่ในขอบเขตที่พ่อของเธอจะรับได้ "ก็ได้ค่ะ แต่ห้ามออกไปนอกบริเวณนี้นะคะ"
"ค่ะ หนูรู้แล้ว" พริมตอบรับอย่างรวดเร็ว ก่อนจะรีบเดินออกจากระเบียงไป
วิน ว่องไว หรือ "วิน" ชายหนุ่มร่างสูงผู้เป็นบอดี้การ์ดคนใหม่ รับหน้าที่เป็นเงาตามตัวของพริมรสา เขาได้รับการว่าจ้างโดยตรงจากมานพ เจ้าพ่อผู้มีอำนาจ หน้าที่ของเขามีเพียงหนึ่งเดียว คือการปกป้องพริมรสาให้ปลอดภัยตลอดเวลา
เขารับรู้ถึงสายตาของหญิงสาวที่มองมาจากระเบียงชั้นสอง แต่มิได้แสดงท่าทีใดๆ ออกมา เขาเป็นมืออาชีพ ไม่มีเรื่องส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวข้อง การได้รับภารกิจนี้ ถือเป็นเกียรติอย่างสูงที่ได้รับความไว้วางใจจากมานพ แต่เขารู้ดีว่ามันไม่ใช่แค่การปกป้องทางกายภาพเท่านั้น
ตั้งแต่แรกเห็นพริมรสา เขาเห็นความเศร้าหมองแฝงอยู่ในดวงตาคู่นั้น ความโดดเดี่ยวที่ถูกห่อหุ้มด้วยความมั่งคั่ง เขาเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับลูกสาวเจ้าพ่อคนนี้มาบ้าง อุบัติเหตุครั้งนั้นสร้างความสะเทือนขวัญให้กับวงการไม่น้อย และทำให้มานพยิ่งทุ่มเทกับการปกป้องเธอมากขึ้นไปอีก
"คุณหนูจะออกไปเดินเล่นที่สวนค่ะ ตามคุณวินไปด้วย" คุณป้าของพริมรสาเดินมาบอกเขา
วินพยักหน้ารับอย่างสุภาพ "ครับ"
เขาเดินนำพริมรสาออกมาจากตัวอาคาร เดินตามเธอไปห่างๆ อย่างมีระยะ เขาเห็นเธอหยุดยืนอยู่ริมสระน้ำขนาดใหญ่ มองออกไปนอกรั้วด้วยสายตาเหม่อลอย
"สวยจังนะคะ" พริมเอ่ยขึ้นมาลอยๆ "ข้างนอกนั่น"
วินเงียบ เขาไม่รู้จะตอบอย่างไร เขาถูกฝึกมาให้สังเกตการณ์ รับรู้ถึงภัยคุกคาม และจัดการกับมัน ไม่ใช่มาพูดคุยเรื่องทิวทัศน์
"คุณวินไม่เคยเบื่อเหรอคะ ที่ต้องมายืนเฝ้าอยู่แบบนี้" พริมหันมาถามเขาตรงๆ
วินขยับตัวเล็กน้อย "ผมทำหน้าที่ของผมครับ"
"แต่…มันก็ต้องมีบ้างสิคะ รู้สึกเบื่อ รู้สึกอยากทำอย่างอื่น" พริมพูดต่อ ใบหน้าของเธอฉายแววบางอย่างที่วินอ่านไม่ออก
"ผมมีสิ่งที่ต้องทำมากมายตลอดเวลาครับ" วินตอบเสียงเรียบ
พริมหัวเราะเบาๆ "คุณนี่แปลกคนจริงๆ"
เธอเดินไปหย่อนตัวนั่งลงบนม้านั่งหินอ่อนใต้ต้นไม้ใหญ่ ปล่อยให้ความคิดล่องลอยไปตามสายลมที่พัดผ่านมา วินยังคงยืนอยู่ห่างๆ แต่สายตาของเขาจับจ้องไปที่เธอทุกฝีก้าว เขาไม่ได้มองเธอด้วยสายตาแบบผู้ชายมองผู้หญิง แต่มองด้วยสายตาของผู้พิทักษ์ที่กำลังประเมินสถานการณ์
เงาของเขาทอดทาบทับลงบนพื้นหญ้า เป็นเงาของชายผู้แข็งแกร่งที่ถูกส่งมาเพื่อเป็นกำแพงป้องกันภัย แต่ภายในใจของเขากลับมีความรู้สึกบางอย่างที่เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ มันเป็นความรู้สึกที่อันตราย และเขารู้ดีว่ามันผิดกฎที่เขาตั้งไว้
เขาคือวิน ว่องไว บอดี้การ์ดผู้ไม่มีสิทธิ์รัก และเธอคือพริมรสา ลูกสาวเจ้าพ่อ ผู้ถูกกักขังในกรงทอง การพบกันครั้งนี้ อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่อันตรายเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
5,939 ตัวอักษร