รักต้องห้ามของนายบอดี้การ์ด

ตอนที่ 13 / 40

ตอนที่ 13 — ความลับในโกดังร้าง

วินวิ่งนำหน้าไปอย่างไม่คิดชีวิต พริมรสาและสันติพยายามตามให้ทัน แม้จะมีอาการเหนื่อยหอบจากการวิ่งหนีอย่างต่อเนื่อง แต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดก็ผลักดันให้ร่างกายก้าวไปข้างหน้า แสงไฟหน้ารถของลิลลี่สาดส่องเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาต้องหาที่หลบที่ปลอดภัยโดยเร็วที่สุด "ทางนี้ครับคุณหนู!" วินตะโกนบอก พลางชี้ไปยังซอกตึกเก่าที่ดูมืดมิดและเต็มไปด้วยเงา "เราจะไปซ่อนตัวที่นั่นก่อน" ทั้งสามคนวิ่งเข้าไปในซอกตึกนั้นอย่างรวดเร็ว กลิ่นอับชื้นและกลิ่นฝุ่นคละคลุ้งไปทั่ว พวกเขาแทบจะหายใจไม่ออก แต่ก็ต้องพยายามกลั้นลมหายใจเมื่อได้ยินเสียงรถยนต์หลายคันแล่นผ่านไปอย่างรวดเร็ว เสียงยางบดกับถนนดังสนั่นหวั่นไหวตามมาด้วยเสียงตะโกนด่าทอด้วยความไม่พอใจ "พวกเขาไปแล้ว" สันติพูดขึ้นเบาๆ เมื่อเสียงรถยนต์ค่อยๆ จางหายไป "คุณวินครับ เราจะไปไหนกันต่อ" วินยังคงมองออกไปนอกซอกตึกเพื่อประเมินสถานการณ์ "ผมรู้ที่หนึ่งที่จะพาเราไปได้" เขาตอบ "เป็นโกดังเก่าของคุณพ่อที่อยู่ไม่ไกลจากที่นี่นัก ข้างในนั้นน่าจะปลอดภัยกว่านี้" "โกดังของคุณพ่อ?" พริมรสาถามอย่างแปลกใจ "ฉันไม่เคยรู้เรื่องโกดังนี้มาก่อนเลย" "มันเป็นสถานที่ที่คุณพ่อเก็บของเก่าๆ และเอกสารบางอย่างที่ท่านไม่อยากให้ใครเห็น" วินอธิบาย "แต่ผมคิดว่าที่นั่นน่าจะปลอดภัยสำหรับเราในตอนนี้" "แล้วเราจะไปที่นั่นได้อย่างไรคะ?" พริมรถากล่าวเสริม "รถของเราก็เสียหายไปหมดแล้ว" "ผมมีแผนสำรองอยู่เสมอครับ" วินยิ้มบางๆ "ผมจะจัดการให้" วินกดโทรศัพท์มือถือที่เขาเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้ออย่างระมัดระวัง เขาพิมพ์ข้อความส่งไปหาใครบางคนด้วยความเร็วสูง "ส่งรถมารับเราที่ซอยข้างโรงงานเก่า ซอยตันที่สาม" เขาบอกกับพริมรสา "แล้วเดี๋ยวผมจะบอกพิกัดที่แน่นอนอีกที" "ใครคะที่จะมารับเรา?" พริมรถาถามด้วยความหวัง "คนที่ผมไว้ใจได้ที่สุด" วินตอบ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "เขาเป็นเพื่อนเก่าของผมสมัยอยู่หน่วยพิเศษ" "แล้ว...แล้วลลิลลี่ล่ะคะ เธอจะตามเราไปถึงที่นั่นไหม?" สันติถามอย่างกังวล "ผมคิดว่าเธอคงจะยังวนเวียนอยู่แถวสะพานนั่น" วินตอบ "เธอคงกำลังคิดว่าเราติดอยู่ตรงนั้น หรือไม่ก็กำลังพยายามหาทางข้ามแม่น้ำไปอีกฝั่ง" "แต่เธอฉลาดกว่าที่เราคิด" สันติเสริม "เธออาจจะรู้ว่าเราจะไปที่ไหนก็ได้" "นั่นคือเหตุผลที่เราต้องไปที่โกดังของคุณพ่อ" วินกล่าว "เพราะที่นั่นมีอะไรบางอย่างที่อาจจะช่วยเราได้" "อะไรคะ?" พริมรถาถามอย่างใคร่รู้ "เอกสารบางอย่าง" วินตอบ "เกี่ยวกับธุรกิจของคุณพ่อ และเกี่ยวกับลิลลี่เอง" "คุณหมายความว่า..." พริมรถาเริ่มเข้าใจ "ใช่ครับ" วินพยักหน้า "ผมสงสัยมาตลอดว่าลิลลี่มีความเกี่ยวข้องอะไรกับธุรกิจของคุณพ่อจริงๆ และเอกสารเหล่านั้นอาจจะบอกคำตอบที่เราต้องการ" ขณะที่ทั้งสามคนกำลังพูดคุยกันนั้นเอง เสียงเครื่องยนต์ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นมาจากปากซอย พริมรสาตกใจเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นว่าเป็นรถกระบะสีดำรุ่นเก่าคันหนึ่งที่ขับเข้ามาอย่างช้าๆ เธอก็ผ่อนคลายลง "มาแล้วครับ" วินบอก "ไปกันเถอะ" ทั้งสามคนรีบก้าวออกจากที่ซ่อนและเดินไปยังรถกระบะคันนั้น ประตูรถเปิดออกอย่างนุ่มนวล เผยให้เห็นใบหน้าของชายหนุ่มร่างสูง ผิวสีแทน ดวงตาคมกริบที่ฉายแววแห่งความระแวดระวัง "วิน! แกมาทำอะไรที่นี่" ชายหนุ่มคนนั้นทักทายด้วยน้ำเสียงติดตลก แต่แฝงไว้ด้วยความห่วงใย "เกือบจะคิดว่าแกไปทำวีรกรรมอะไรมาซะแล้ว" "สบายดีนะ โตมร" วินตอบ พลางยื่นมือไปจับมือเพื่อน "ฉันต้องการความช่วยเหลือด่วน" "ว่ามาเลย" โตมรตอบ "มีอะไรที่ฉันช่วยได้บ้าง" "พาเราไปที่โกดังเก่าของคุณพ่อฉันที่ริมแม่น้ำ" วินบอก "แล้วก็ต้องพาเราไปให้เร็วที่สุด" "โกดังเก่าของคุณพ่อแก? ทำไมถึงไปที่นั่น" โตมรเลิกคิ้ว แต่ก็ยอมทำตาม "เอาล่ะ ขึ้นรถมา" ทั้งสามคนขึ้นรถไป โตมรขับรถออกไปจากซอยนั้นอย่างรวดเร็ว เขาเป็นนักแข่งรถมืออาชีพมาก่อนที่จะผันตัวมาเป็นเจ้าของอู่ซ่อมรถอิสระ ทำให้การขับขี่ของเขามีความชำนาญเป็นพิเศษ "แล้วเกิดอะไรขึ้นถึงต้องหนีกันขนาดนี้" โตมรเอ่ยถามขณะขับรถ "เห็นสภาพรถของแกแล้ว นึกว่าไปสู้กับแก๊งมอเตอร์ไซค์มาซะอีก" วินถอนหายใจ "เรื่องมันยาวน่ะ โต้" เขาเริ่มเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด ตั้งแต่การถูกลักพาตัว การช่วยเหลือของเขา การหลบหนี และการถูกตามล่าโดยลิลลี่ โตมรฟังอย่างตั้งใจ เขาพยักหน้าเป็นบางครั้งเมื่อได้ยินเรื่องราวที่น่าเหลือเชื่อ "เจ้าพ่ออย่างพ่อแกนี่มันก็ไม่ธรรมดาจริงๆ นะ" เขาเปรย "แล้วยัยลิลลี่นี่มันเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงได้ตามล่าคุณหนูขนาดนี้" "ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน" พริมรสาตอบ "แต่ฉันว่ามันเกี่ยวกับธุรกิจของคุณพ่อ" "ธุรกิจของคุณพ่อ..." โตมรทวนคำ "ฉันเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับธุรกิจของคุณพ่อแกอยู่บ้างนะ เป็นธุรกิจสีเทาๆ ที่มีอิทธิพลมากพอสมควร" "ใช่ครับ" วินเสริม "และผมกำลังจะไปค้นหาความจริงในโกดังนั้น" เมื่อมาถึงที่หมาย โตมรจอดรถห่างจากโกดังเก่าประมาณหนึ่งร้อยเมตร เขาดับเครื่องยนต์ และมองไปที่อาคารเก่าแก่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางความมืด "ที่นี่เหรอ" เขาถาม "ใช่ครับ" วินตอบ "คุณช่วยรอเราอยู่ข้างนอกนี่ก่อนนะครับ" "ไม่ต้องห่วง" โตมรยิ้ม "ฉันจะคอยดูต้นทางให้" วิน พริมรสา และสันติ เดินลงจากรถอย่างเงียบเชียบ พวกเขาเดินเข้าไปในอาคารโกดังเก่าด้วยความระมัดระวัง ประตูเหล็กบานใหญ่ปิดสนิท แต่เมื่อวินใช้กุญแจที่เขาพกมาไขเข้าไป ก็มีเสียงกลไกดังขึ้นและประตูบานนั้นก็ค่อยๆ แง้มออก ภายในโกดังมืดสนิท มีเพียงแสงจันทร์ที่ส่องลอดผ่านช่องหน้าต่างเล็กๆ ที่อยู่สูงขึ้นไปด้านบน ทำให้มองเห็นโครงร่างของสิ่งของต่างๆ ที่วางระเกะระกะอยู่ทั่วบริเวณ กลิ่นอับชื้นและกลิ่นเก่าแก่ของกระดาษและไม้ลอยมาปะทะจมูก "คุณพ่อเก็บของไว้ที่นี่เยอะมาก" วินกระซิบ "ผมไม่เคยเข้ามาที่นี่นานแล้ว" "แล้วเราจะหาเอกสารที่ว่าเจอได้อย่างไรคะ" พริมรถาถาม "ผมพอจะจำได้ว่าคุณพ่อเคยเก็บเอกสารสำคัญไว้ในห้องทำงานเล็กๆ ที่อยู่ด้านในสุด" วินตอบ "เราต้องไปที่นั่น" ทั้งสามคนค่อยๆ เดินสำรวจไปตามทางเดินแคบๆ ท่ามกลางกองลังและวัตถุโบราณต่างๆ ที่ถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี พวกเขาเดินไปจนถึงสุดทางเดิน ก็พบกับประตูไม้บานหนึ่งที่ดูแข็งแรงเป็นพิเศษ "ห้องทำงานของคุณพ่อ" วินบอก "ผมว่าเอกสารที่ต้องการน่าจะอยู่ที่นี่" วินไขกุญแจเข้าไปในห้องทำงาน ภายในห้องมีโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ ตู้เอกสารหลายใบ และชั้นวางหนังสือที่เต็มไปด้วยหนังสือเก่าแก่หลายเล่ม แสงจากไฟฉายที่วินเปิดส่องไปทั่วห้อง "เราต้องหาให้เจอ" วินพูดอย่างมุ่งมั่น "ผมจะเริ่มจากตู้เอกสารก่อน" ทั้งสามคนเริ่มค้นหาเอกสารในตู้เอกสารอย่างละเอียด พวกเขารื้อค้นทุกซอกทุกมุม แต่ก็ยังไม่พบเอกสารที่ต้องการ "ไม่เจอเลย" สันติพูดด้วยน้ำเสียงผิดหวัง "บางทีคุณอาจจะจำผิดที่ก็ได้นะครับ" "ไม่ผิดแน่" วินตอบ "คุณพ่อเคยบอกผมว่าเอกสารเกี่ยวกับเรื่องสำคัญจริงๆ จะถูกเก็บไว้ในลิ้นชักลับใต้โต๊ะทำงาน" วินเดินไปที่โต๊ะทำงาน เขาลองกดๆ คลำๆ บริเวณใต้โต๊ะอย่างตั้งใจ จนกระทั่งนิ้วของเขาสัมผัสกับส่วนที่ดูผิดปกติ "เจอแล้ว!" วินร้องขึ้นอย่างดีใจ เขาออกแรงดึง และทันใดนั้น ลิ้นชักลับก็เปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นแฟ้มเอกสารเก่าๆ สีน้ำตาลหลายเล่ม "นี่ไง!" วินหยิบแฟ้มเอกสารออกมา "นี่แหละคือสิ่งที่ตามหา" เขาเปิดแฟ้มเอกสารเล่มแรกออกดู ใบหน้าของเขาเคร่งเครียดขึ้นเมื่อได้เห็นเนื้อหาภายใน "เป็นอย่างที่ผมคิดไว้จริงๆ" เขาพึมพำ "มีอะไรหรือคะคุณวิน?" พริมรถาถามอย่างร้อนรน "ลิลลี่...เธอไม่ได้แค่ต้องการจะทำลายธุรกิจของคุณพ่อ" วินกล่าว "เธอต้องการจะยึดครองมัน" "ยึดครอง?" สันติถาม "ใช่" วินตอบ "เอกสารพวกนี้เปิดเผยถึงแผนการของลิลลี่ที่จะทุจริตและฉ้อโกงในธุรกิจของคุณพ่อมานานหลายปี เธอใช้บริษัทบังหน้าเพื่อฟอกเงิน และตอนนี้เธอกำลังจะปิดบัญชีครั้งใหญ่ เพื่อให้ทุกอย่างดูเหมือนถูกต้องตามกฎหมาย" "แล้ว...แล้วเราจะทำอย่างไรต่อไปคะ?" พริมรถากล่าวเสริม "เรามีหลักฐานแล้ว" วินบอก "เราต้องนำเอกสารพวกนี้ไปให้ตำรวจ" แต่ก่อนที่พวกเขาจะได้ลงมือทำอะไร เสียงฝีเท้าก็ดังมาจากด้านนอกโกดัง "แย่แล้ว! พวกมันมาแล้ว!" เสียงโตมรดังผ่านวิทยุสื่อสารที่วินพกติดตัวมา "ใครมา?" วินถามกลับ "ไม่รู้! แต่มากันเยอะมาก! พวกมันกำลังจะบุกเข้ามา!" โตมรตะโกน "คุณหนู! คุณสันติ! เราต้องไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้!" วินพูดอย่างเร่งรีบ เขาหยิบแฟ้มเอกสารทั้งหมดออกมาจากลิ้นชักลับ "แต่เราจะไปไหน?" พริมรถาถาม "ไปที่ปลอดภัยกว่านี้" วินตอบ "ผมรู้แล้วว่าที่ไหน" วินมองไปยังหน้าต่างบานเล็กๆ ด้านบน "ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ คุณโตมร" เขาพูดกับวิทยุสื่อสาร "ผมต้องทิ้งคุณไว้ที่นี่" "ไม่ต้องห่วง!" โตมรตอบ "รีบไปเถอะ! ฉันจะถ่วงเวลาให้เต็มที่!" วินหันไปมองพริมรสาและสันติ "ตามผมมา!" เขาคว้ามือของทั้งสองคน และพาทะลวงทะลุเข้าไปในส่วนที่มืดที่สุดของโกดัง

6,941 ตัวอักษร