ภรรยาที่เขาซ่อน

ตอนที่ 25 / 45

ตอนที่ 25 — ความจริงที่หลากมิติของน้ำฝน

น้ำฝนเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินเสียงรถยนต์ที่คุ้นเคย แสงแดดยามบ่ายสาดส่องผ่านใบไม้สีเขียวของต้นไม้ใหญ่ ทำให้เกิดเงาทาบทับเป็นลวดลายบนพื้นดิน เธอกำลังยืนรดน้ำต้นกุหลาบที่เธอรัก ต้นกุหลาบสีแดงสดกำลังออกดอกสะพรั่ง บ่งบอกถึงการดูแลเอาใจใส่มาโดยตลอด แต่ในใจของเธอกลับมีพายุลูกใหญ่พัดถล่ม ความรู้สึกสับสนปะปนไปกับความหวังริบหรี่ที่เพิ่งเกิดขึ้นหลังจากได้พูดคุยกับคุณน้าบุษบาเมื่อคืนนี้ ธีร์รัฐก้าวลงจากรถ เขามองเห็นน้ำฝนที่ยืนอยู่ตรงนั้น ร่างบางในชุดลำลองสบายๆ ใบหน้าซีดเซียวแต่ก็ยังคงความอ่อนหวาน ดวงตาคู่สวยที่เคยทอประกายสดใส บัดนี้กลับฉายแววเศร้าสร้อยและสับสน เขาเดินเข้าไปหาน้ำฝนช้าๆ หัวใจเต้นระรัว ไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นบทสนทนาอย่างไรดี “น้ำฝน” เขาเอ่ยเรียกเสียงเบา น้ำฝนหันมามอง ดวงตาประสานกัน ธีร์รัฐเห็นแววตาของเธอ เขาอยากจะเข้าไปกอดปลอบโยน แต่ก็กลัวว่าการกระทำนั้นจะทำให้เธอรู้สึกอึดอัดมากกว่าเดิม “คุณมาแล้ว” เธอตอบรับเสียงแหบพร่า “เมื่อคืน... ผมได้คุยกับคุณน้าบุษบาแล้ว” ธีร์รัฐเริ่มพูด เขาเห็นน้ำฝนชะงักมือที่ถือบัวรดน้ำเล็กน้อย “คุณน้า... ท่านบอกอะไรคุณบ้างคะ” น้ำฝนถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะสงบ แต่ก็แฝงไปด้วยความกังวล “ท่านเล่าเรื่องทุกอย่าง... เรื่องที่เกิดขึ้นในอดีต ความจริงเกี่ยวกับพ่อ... และเกี่ยวกับคุณ” ธีร์รัฐสูดลมหายใจลึก “ผมขอโทษนะน้ำฝน ผมไม่เคยรู้เลยว่าคุณต้องเจออะไรมาบ้าง” น้ำฝนหลับตาลงช้าๆ ภาพเหตุการณ์ในอดีตผุดขึ้นมาในความทรงจำอีกครั้ง ใบหน้าของแม่ที่อ่อนโยน รอยยิ้มที่อบอุ่น เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความสุข ทุกอย่างพังทลายลงเมื่อวันที่ความจริงถูกเปิดเผย ความโหดร้ายของพ่อ และความเจ็บปวดที่เธอต้องแบกรับมาตลอดหลายปี “ความจริงบางอย่าง... มันก็เจ็บปวดเสมอแหละค่ะ” เธอพูดเสียงแผ่วเบา “ผมเข้าใจ... ผมเข้าใจดี ผมรู้ว่ามันยากมากสำหรับคุณที่จะยอมรับทุกอย่าง” ธีร์รัฐเดินเข้าไปใกล้น้ำฝนมากขึ้น “ผมเองก็รู้สึกผิดมากที่ผมไม่เคยสังเกต ไม่เคยใส่ใจความรู้สึกของคุณเลย” “คุณไม่ต้องรู้สึกผิดหรอกค่ะ” น้ำฝนส่ายหน้าช้าๆ “เรื่องมันผ่านมานานแล้ว” “แต่มันไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเลยนะน้ำฝน” ธีร์รัฐยืนกราน “การที่คุณต้องซ่อนตัวอยู่แบบนี้ การที่คุณต้องแบกรับความลับและความเจ็บปวดทั้งหมดไว้คนเดียว มันไม่ควรเกิดขึ้นเลย” “แต่ถ้าตอนนั้นฉันไม่ทำแบบนี้... ผลจะเป็นยังไงก็ไม่รู้” น้ำฝนพูดเสียงสั่น “พ่ออาจจะ... ฉันไม่แน่ใจ” “คุณน้าบุษบาทอบว่าพ่อของคุณไม่ได้เป็นคนแบบนั้นเสมอไป” ธีร์รัฐพูดขึ้น “ท่านบอกว่าพ่อของคุณถูกบีบบังคับ ถูกหลอกลวง ท่านไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายใคร” น้ำฝนเงยหน้ามองธีร์รัฐ ดวงตาเต็มไปด้วยความสงสัย “คุณน้าบุษบาทราบีบับบไป?” “ใช่ ท่านเล่าว่ามันมีเบื้องหลังที่ซับซ้อนกว่านั้นมาก” ธีร์รัฐอธิบาย “และที่สำคัญที่สุด... พ่อของคุณรักคุณมากนะน้ำฝน รักคุณมากกว่าสิ่งอื่นใด ท่านทำทุกอย่างเพื่อปกป้องคุณ” น้ำฝนนิ่งไป เธอพยายามประมวลผลคำพูดของธีร์รัฐ ความคิดของเธอสับสนไปหมด ความรักของพ่อที่เธอไม่เคยได้รับอย่างเต็มที่ หรืออย่างน้อยก็ไม่เคยเข้าใจ... มันคือเรื่องจริงหรือ? “แต่... ทำไมท่านถึงไม่เคยมาหาฉันเลยคะ” น้ำฝนถามด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ “เพราะถ้าท่านมาหาคุณ... มันจะทำให้คุณตกอยู่ในอันตราย” ธีร์รัฐตอบ “คนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดนี้... ยังคงอันตรายอยู่” “แล้ว... แล้วตอนนี้ล่ะคะ?” น้ำฝนถามอย่างกังวล “ตอนนี้... ผมจะปกป้องคุณเอง” ธีร์รัฐพูดอย่างหนักแน่น “ผมจะไม่มีวันปล่อยให้ใครมาทำร้ายคุณได้อีก” น้ำฝนมองเข้าไปในดวงตาของธีร์รัฐ เธอเห็นความจริงใจและความตั้งใจที่ฉายชัดออกมา เธอเริ่มเชื่อในสิ่งที่เขาพูด ความเจ็บปวดที่เธอแบกรับมาตลอดหลายปี เริ่มเบาบางลงเมื่อมีคนยอมรับฟังและเข้าใจ “คุณเชื่อผมนะน้ำฝน” ธีร์รัฐเอื้อมมือไปสัมผัสแก้มของเธอเบาๆ “ผมจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น เราจะเผชิญหน้ากับทุกอย่างไปด้วยกัน” น้ำฝนพยักหน้า น้ำตาคลอเบ้า “ฉัน... ฉันไม่รู้จะเริ่มยังไงดี” “เราจะเริ่มจากวันนี้” ธีร์รัฐบอก “คุณจะลองกลับไปที่บ้านหลังใหญ่กับผมไหม? คุณจะได้ไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ อีกต่อไป” น้ำฝนลังเล “แต่... ฉันยังไม่แน่ใจ” “ผมรู้ว่ามันเป็นเรื่องใหญ่” ธีร์รัฐเข้าใจ “คุณไม่ต้องรีบตัดสินใจ แต่ผมแค่อยากให้คุณรู้ว่า... ที่นั่นคือบ้านของคุณเช่นกัน บ้านที่คุณไม่ต้องกลัวอะไรอีกต่อไป” “แล้ว... เรื่องคุณแม่ของฉันล่ะคะ?” น้ำฝนถามถึงแม่ของธีร์รัฐ “คุณแม่ของผม... ท่านก็อยากเจอคุณนะ” ธีร์รัฐตอบ “ท่านรู้เรื่องทุกอย่างแล้ว และท่านก็ดีใจมากที่ได้เจอคุณ” น้ำฝนยิ้มบางๆ “คุณแม่ของคุณ... ท่านใจดีจังเลยนะคะ” “ท่านใจดีเสมอ” ธีร์รัฐยิ้มตอบ “แต่ตอนนี้... สิ่งสำคัญที่สุดคือคุณ” เขาหยุดเล็กน้อย “คุณจะให้โอกาสผม... และให้โอกาสตัวเอง... ได้เริ่มต้นใหม่ไหม?” น้ำฝนพิจารณาคำพูดของเขา เธอเคยคิดว่าชีวิตของเธอจะมืดมนไปตลอดกาล แต่การมาถึงของธีร์รัฐ การเปิดเผยความจริง และคำพูดของคุณน้าบุษบา... สิ่งเหล่านี้ได้จุดประกายความหวังขึ้นมาอีกครั้ง “ฉัน... ฉันอยากจะลองดูค่ะ” เธอตอบเสียงแผ่ว แต่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “ขอบคุณนะน้ำฝน” ธีร์รัฐรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก “ผมจะคอยอยู่ข้างๆ คุณเสมอ” “คุณจะช่วยฉัน... หาคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดนี่ได้จริงๆ เหรอคะ?” น้ำฝนถามด้วยความหวัง “เราจะช่วยกัน” ธีร์รัฐยืนยัน “คุณน้าบุษบาทิ้งเบาะแสไว้หลายอย่าง เราจะค่อยๆ ปะติดปะต่อเรื่องราวไปด้วยกัน” “ฉัน... ฉันหวังว่าจะเป็นอย่างนั้นนะคะ” น้ำฝนกล่าว “ฉันเหนื่อยกับการหนีแล้ว” “ผมรู้” ธีร์รัฐจับมือของน้ำฝนไว้เบาๆ “ผมจะทำให้คุณปลอดภัย” ทั้งสองคนยืนอยู่ตรงนั้น ปล่อยให้เวลาค่อยๆ เยียวยาบาดแผลในใจ น้ำฝนสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและความมั่นคงจากธีร์รัฐ ความกลัวที่เคยครอบงำค่อยๆ จางหายไป แทนที่ด้วยความหวังและความกล้าหาญที่จะเผชิญหน้ากับอนาคต “คุณอยากเข้าไปข้างในก่อนไหม?” น้ำฝนถาม “เราจะได้คุยกันให้มากขึ้น” “ได้สิ” ธีร์รัฐตอบ “ผมมีเรื่องอยากจะคุยกับคุณอีกเยอะเลย” ทั้งสองเดินเข้าไปในบ้านหลังเล็ก บรรยากาศรอบตัวเริ่มผ่อนคลายลง แสงแดดยามบ่ายยังคงสาดส่อง แต่ในใจของน้ำฝนและธีร์รัฐ มีแสงสว่างแห่งความหวังที่กำลังส่องประกายขึ้นมาแทนที่ความมืดมิดที่เคยมี

4,883 ตัวอักษร