ตอนที่ 31 — คำถามที่คาใจของธีร์รัฐ
“ล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่า” ธีร์รัฐทวนคำพูดของตัวเอง เสียงของเขาทุ้มต่ำลงกว่าปกติ บ่งบอกถึงความสับสนและไม่พอใจที่คุกรุ่นอยู่ภายใน “แต่ทำไม... พ่อถึงยังคงมีเงินทุนมหาศาลขนาดนั้นหลังจากนั้นอีกหลายปี? มันไม่สมเหตุสมผลเลย น้ำฝน”
น้ำฝนมองไปยังธีร์รัฐด้วยแววตาที่ฉายแววเห็นใจ เธอวางมือบนแขนของเขาเบาๆ “ฉันเข้าใจค่ะว่ามันยากที่จะยอมรับ แต่จากข้อมูลที่เรามีทั้งหมด มันชี้ไปในทางเดียวจริงๆ”
“ข้อมูล... ข้อมูลที่ถูกสร้างขึ้นมาต่างหาก” ธีร์รัฐสบถออกมาเบาๆ เขาผุดลุกขึ้นยืน เดินไปที่หน้าต่าง ทอดสายตามองออกไปยังสวนที่เคยเป็นสถานที่แห่งความสุขของครอบครัว แต่บัดนี้มันกลับกลายเป็นฉากหลังของความเคลือบแคลงใจ “พ่อของฉันเป็นคนที่ซื่อตรง เป็นนักธุรกิจที่ยึดมั่นในคุณธรรม เขาไม่มีทางทำอะไรที่ผิดกฎหมาย หรือเอาเปรียบใครเด็ดขาด”
“แต่บางครั้ง... คนที่เราคิดว่าเรารู้จักดีที่สุด ก็อาจจะมีด้านที่เราไม่เคยเห็นก็ได้นะคะ” น้ำฝนพูดอย่างนุ่มนวล “โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมันเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์และความอยู่รอด”
ธีร์รัฐหันกลับมาเผชิญหน้ากับน้ำฝน ดวงตาของเขาสะท้อนภาพความขัดแย้งภายใน “เธอหมายความว่ายังไง? เธอจะบอกว่าพ่อของฉัน... พ่อของฉันไปพัวพันกับอะไรบางอย่างที่สกปรก?”
“ฉันไม่ได้บอกว่าอย่างนั้นค่ะ” น้ำฝนรีบปฏิเสธ “แต่ถ้าโครงการนั้นล้มเหลวจริงๆ และเขาก็ยังคงมีเงินมากมาย... มันก็ต้องมีแหล่งที่มาของเงินนั้น ซึ่งไม่ใช่จากโครงการนั้น”
“แล้วเธอคิดว่ามันมาจากไหน?” ธีร์รัฐถาม เสียงของเขาเต็มไปด้วยความคาดหวัง เขาอยากจะหาคำตอบ อยากจะปัดเป่าความรู้สึกผิดที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจ
“เรื่องนั้น... ฉันเองก็ยังหาคำตอบไม่ได้ค่ะ” น้ำฝนถอนหายใจ “แต่มีบางอย่างที่ฉันสังเกตเห็นจากเอกสารของท่านประธานจูลิโอ... รูปแบบการทำธุรกรรมหลายอย่างมันดูคุ้นตา”
“คุ้นตา? คุ้นตาในแบบไหน?” ธีร์รัฐก้าวเข้าไปใกล้เธอมากขึ้น
“เหมือนกับ... รูปแบบการลงทุนบางอย่างที่เคยมีคนนำเสนอให้กับคุณพ่อมาก่อนค่ะ” น้ำฝนอธิบาย “แต่ตอนนั้นคุณพ่อปฏิเสธไป เพราะมันดูมีความเสี่ยงสูงเกินไป และไม่โปร่งใส”
ธีร์รัฐขมวดคิ้ว “ใครเป็นคนนำเสนอ? แล้วมันคือรูปแบบการลงทุนแบบไหน?”
“คนที่นำเสนอ... คือคุณอาธนากรค่ะ” น้ำฝนตอบ “ส่วนรูปแบบการลงทุน... มันเกี่ยวข้องกับบริษัทที่จดทะเบียนในต่างประเทศหลายแห่ง เป็นบริษัทในเครือที่ดูเหมือนจะไม่มีตัวตนจริงจัง และมีการโยกย้ายเงินทุนไปมาอย่างซับซ้อน”
ชื่อของคุณอาธนากรทำให้ธีร์รัฐชะงักไป เขาจำได้ว่าคุณอาของเขาเคยมีปัญหากับพ่อเมื่อหลายปีก่อน เกี่ยวกับเรื่องธุรกิจ แต่เขาไม่เคยลงรายละเอียดมากนัก เขาคิดว่ามันเป็นเพียงความขัดแย้งเล็กๆ น้อยๆ ในครอบครัวเท่านั้น
“คุณอาธนากร...” ธีร์รัฐพึมพำ “ฉันจำได้ว่าท่านเคยมีปัญหากับพ่อเรื่องการลงทุน แต่ฉันไม่คิดว่ามันจะเกี่ยวข้องกันขนาดนี้”
“เอกสารของท่านประธานจูลิโอแสดงให้เห็นว่า มีการโอนเงินจำนวนมากไปยังบริษัทเหล่านั้นในช่วงเวลาเดียวกันกับที่คุณพ่อของคุณกำลังประสบปัญหาทางการเงินจากการล้มเหลวของโครงการ” น้ำฝนกล่าวต่อ “และที่น่าแปลกใจคือ... หลังจากนั้นไม่นาน คุณพ่อก็สามารถฟื้นฟูกิจการและมีฐานะทางการเงินที่มั่นคงขึ้นอย่างรวดเร็ว”
ธีร์รัฐนิ่งเงียบไปนาน เขาพยายามประมวลผลข้อมูลทั้งหมดที่ได้รับ มันเหมือนกับการต่อจิ๊กซอว์ที่ชิ้นส่วนกระจัดกระจายอยู่เต็มไปหมด และภาพที่กำลังจะปรากฏขึ้นก็ไม่ใช่ภาพที่สวยงามอย่างที่เขาเคยจินตนาการไว้
“เธอแน่ใจนะน้ำฝน?” ธีร์รัฐถามอีกครั้ง เสียงของเขาแผ่วเบาลง ราวกับจะถามตัวเองมากกว่าถามเธอ “แน่ใจว่าข้อมูลพวกนี้มันถูกต้อง?”
“ฉันได้ตรวจสอบกับแหล่งข้อมูลหลายแห่งแล้วค่ะ” น้ำฝนยืนยัน “และรหัสที่อยู่ในบันทึกของคุณพ่อ... มันตรงกับรหัสลับที่ใช้ในการสื่อสารของบริษัทที่คุณอาธนากรเคยบริหารอยู่”
รหัสลับ... คำว่า ‘รหัสลับ’ ทำให้ธีร์รัฐนึกถึงสิ่งที่เขาเคยค้นพบในห้องลับใต้ดินของบ้านพักตากอากาศของพ่อ มันเป็นกล่องไม้เก่าแก่ที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นพรม และภายในมีสมุดบันทึกเล่มเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยตัวอักษรและตัวเลขที่เขาไม่เคยเข้าใจ
“รหัสลับ... ฉันเคยเจออะไรบางอย่างที่เหมือนจะเป็นรหัสลับในบันทึกของคุณพ่อ” ธีร์รัฐพูดขึ้น พลางนึกถึงสมุดบันทึกเล่มนั้น “ฉันคิดว่ามันเป็นแค่บันทึกส่วนตัว แต่ถ้ามันเป็นรหัสที่ใช้เชื่อมโยงกับเรื่องนี้...”
“เราต้องกลับไปดูสมุดบันทึกเล่มนั้นค่ะ” น้ำฝนรีบพูด “มันอาจจะมีคำตอบที่เราต้องการอยู่ก็ได้”
ธีร์รัฐพยักหน้าเห็นด้วย เขารู้สึกได้ถึงความมุ่งมั่นที่เพิ่มขึ้นในตัวน้ำฝน และความรู้สึกบางอย่างที่บอกเขาว่า การค้นหาความจริงครั้งนี้ กำลังจะพาเขาไปสู่จุดที่อันตรายยิ่งกว่าที่เคยคาดคิด
“ไปกันเถอะ” ธีร์รัฐพูด “ไปดูสมุดบันทึกของพ่อกัน”
ทั้งสองคนรีบออกจากห้องทำงาน มุ่งหน้าไปยังบ้านพักตากอากาศของธีร์รัฐทันที บรรยากาศรอบตัวดูเหมือนจะเปลี่ยนไป ความสงบสุขที่เคยมีกลับถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกไม่สบายใจที่คืบคลานเข้ามา ธีร์รัฐรู้สึกถึงภาระอันหนักอึ้งที่ถาโถมเข้ามาในชีวิต เขาไม่เคยคิดว่าสักวันหนึ่ง เขาจะต้องมาสืบค้นความลับดำมืดของครอบครัวตัวเอง
เมื่อมาถึงบ้านพักตากอากาศ บรรยากาศภายในบ้านยังคงเงียบสงัดเหมือนเดิม แต่สำหรับธีร์รัฐและน้ำฝน บ้านหลังนี้กลับเต็มไปด้วยความลับที่รอการเปิดเผย
“จำได้ว่าซ่อนไว้ตรงไหน?” น้ำฝนถามขณะที่เดินสำรวจไปรอบๆ ห้องนั่งเล่น
“ตรงห้องนอนใหญ่... ใต้พื้นพรม” ธีร์รัฐตอบ พลางเดินนำไปยังห้องนอนของพ่อ
เขาตรงเข้าไปที่มุมหนึ่งของห้อง และเริ่มดึงพรมผืนใหญ่ออก เผยให้เห็นแผ่นไม้ที่ยึดติดกับพื้นอย่างแน่นหนา
“ฉันเคยแงะมันออกไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ตอนนั้นไม่เจออะไรที่สำคัญ” ธีร์รัฐบอก “คงเพราะฉันไม่รู้ว่าต้องมองหาอะไร”
เขาค่อยๆ งัดแผ่นไม้ออกอย่างระมัดระวัง และพบว่าใต้แผ่นไม้นั้น มีช่องว่างเล็กๆ อยู่จริง ภายในช่องว่างนั้น มีกล่องไม้เก่าแก่ใบหนึ่งวางอยู่
ธีร์รัฐหยิบกล่องไม้ออกมาด้วยมือที่สั่นเทา เขาเปิดฝากล่องออกช้าๆ และภายในนั้น ก็มีสมุดบันทึกเล่มเล็กๆ เล่มหนึ่งวางอยู่ เป็นเล่มเดียวกับที่เขาเคยเห็น
“นี่แหละครับ” ธีร์รัฐพูด พลางหยิบสมุดบันทึกขึ้นมา “บันทึกของพ่อ”
น้ำฝนก้มลงมองสมุดบันทึกด้วยความสนใจ “รหัสที่คุณพูดถึง... มันอยู่ตรงไหนคะ?”
ธีร์รัฐพลิกเปิดสมุดบันทึกไปเรื่อยๆ ตัวอักษรและตัวเลขที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ ของพ่อเขาปรากฏขึ้นเต็มหน้ากระดาษ บางหน้ามีรูปภาพและแผนผังเล็กๆ ประกอบอยู่ด้วย
“ส่วนใหญ่เป็นบันทึกประจำวันทั่วไปเกี่ยวกับงาน” ธีร์รัฐอธิบาย “แต่มีบางหน้า... ที่เป็นแบบนี้”
เขาเปิดไปยังหน้าที่เต็มไปด้วยตัวอักษรและตัวเลขที่เรียงต่อกันอย่างเป็นระเบียบ ไม่มีรูปแบบที่ชัดเจนสำหรับคนนอก
“นี่แหละครับ... รหัส” ธีร์รัฐกล่าว “ฉันเคยพยายามถอดความหมายของมันแล้ว แต่ก็ไม่สำเร็จ”
น้ำฝนหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เปิดแอปพลิเคชันบางอย่าง “ลองเปรียบเทียบกับรูปแบบการเข้ารหัสที่ฉันเคยศึกษาดูนะคะ”
ทั้งสองคนใช้เวลาหลายชั่วโมงในการพยายามถอดรหัสที่ซ่อนอยู่ในสมุดบันทึกของพ่อธีร์รัฐ อากาศในห้องค่อยๆ เย็นลงตามเวลาที่ผ่านไป แต่ความมุ่งมั่นของทั้งสองกลับไม่ลดน้อยลง
“นี่ไงคะ! ฉันเจอรูปแบบที่ตรงกัน” น้ำฝนร้องขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น “มันคือรูปแบบการเข้ารหัสแบบ Substitution Cipher โดยใช้คีย์เวิร์ดบางคำ”
“คีย์เวิร์ด?” ธีร์รัฐถาม
“ใช่ค่ะ” น้ำฝนตอบ “และฉันคิดว่า... คีย์เวิร์ดนั้นอาจจะเกี่ยวข้องกับ ‘น้ำฝน’ ก็ได้”
ธีร์รัฐเงยหน้ามองน้ำฝนด้วยความประหลาดใจ “หมายความว่าไง?”
“จากที่ท่านประธานจูลิโอเคยกล่าวถึง... ความสัมพันธ์ของคุณพ่อกับคุณ... มีความพิเศษบางอย่าง” น้ำฝนอธิบาย “บางที... คุณพ่ออาจจะใช้ชื่อของคุณ หรืออะไรที่เกี่ยวข้องกับคุณ เป็นคีย์เวิร์ดในการเข้ารหัส เพื่อป้องกันไม่ให้ใครก็ตามอ่านบันทึกนี้ได้ นอกจากคนที่เขาต้องการให้รู้”
ธีร์รัฐนิ่งคิด เขารู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ แม้ในสถานการณ์ที่ตึงเครียดเช่นนี้ ความคิดที่ว่าพ่อของเขาอาจจะมีความรู้สึกพิเศษให้กับเขา และซ่อนความลับนี้ไว้โดยใช้ชื่อของเขาเป็นกุญแจสำคัญ มันทำให้เขารู้สึกทั้งดีใจและเสียใจในเวลาเดียวกัน
“ลองดูสิ” ธีร์รัฐพูด พลางยื่นสมุดบันทึกให้กับน้ำฝน
น้ำฝนเริ่มป้อนคีย์เวิร์ดที่เป็นไปได้ลงในแอปพลิเคชัน และค่อยๆ ปรับเปลี่ยนรูปแบบการเข้ารหัส จนในที่สุด... หน้ากระดาษที่เต็มไปด้วยตัวอักษรและตัวเลขที่ดูเหมือนจะไร้ความหมาย ก็ค่อยๆ แปลงร่างกลายเป็นข้อความที่อ่านเข้าใจได้
“นี่ไงคะ!” น้ำฝนอุทาน “มันคือข้อความที่บอกถึงการโอนเงิน! เป็นจำนวนเงินที่มหาศาล และปลายทางคือบริษัทในเครือที่คุณอาธนากรเคยบริหาร!”
ธีร์รัฐมองข้อความนั้นอย่างไม่เชื่อสายตา มันคือหลักฐานที่ยืนยันความสงสัยของเขา และเปิดเผยความจริงที่เขาไม่อยากเชื่อ
“พ่อของฉัน... เขาเข้าไปพัวพันกับการฟอกเงินจริงๆ หรือนี่?” ธีร์รัฐถามเสียงเครือ
“ดูเหมือนว่า... จะเป็นอย่างนั้นค่ะ” น้ำฝนตอบเสียงแผ่วเบา “และดูเหมือนว่า... คุณพ่อของคุณจะไม่ได้เข้าไปพัวพันโดยตรง แต่เหมือนจะถูกบีบบังคับ หรือมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไม่เต็มใจ”
“ไม่เต็มใจ?” ธีร์รัฐทวนคำ “หมายความว่ายังไง?”
“จากข้อความนี้... มีการกล่าวถึง ‘การแลกเปลี่ยน’ บางอย่าง” น้ำฝนอธิบาย “เหมือนกับว่า พ่อของคุณยอมทำตามข้อตกลงนี้ เพื่อแลกกับบางสิ่งบางอย่าง”
“แลกกับอะไร?” ธีร์รัฐถามด้วยความร้อนรน
“ตรงนี้... ยังไม่ชัดเจนค่ะ” น้ำฝนส่ายหน้า “แต่มีคำว่า ‘เพื่อปกป้อง’ และ ‘ให้เธอปลอดภัย’ ปรากฏอยู่หลายครั้ง”
คำว่า ‘เพื่อปกป้อง’ และ ‘ให้เธอปลอดภัย’ ทำให้ธีร์รัฐนึกถึงใครบางคนทันที
“หมายถึง... แม่ของฉัน?” ธีร์รัฐถาม
น้ำฝนพยักหน้า “มีความเป็นไปได้สูงค่ะ”
ธีร์รัฐทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ เขารู้สึกถึงความเหนื่อยล้าที่ถาโถมเข้ามา เขาไม่เคยคิดว่าชีวิตของเขาจะต้องมาเผชิญหน้ากับความจริงอันดำมืดเช่นนี้ ความจริงที่ทำให้ภาพลักษณ์ของพ่อที่เขาสร้างมาตลอด พังทลายลงต่อหน้าต่อตา
“ฉันไม่เข้าใจ” ธีร์รัฐพูด “ทำไมพ่อต้องทำแบบนั้น? ทำไมต้องไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องพวกนั้น?”
“บางที... เราอาจจะต้องไปคุยกับคุณอาธนากรค่ะ” น้ำฝนเสนอ “เขาอาจจะรู้ความจริงทั้งหมด”
ธีร์รัฐมองน้ำฝน เขาเห็นความมุ่งมั่นในดวงตาของเธอ และรับรู้ว่าการค้นหาความจริงครั้งนี้ ยังคงต้องดำเนินต่อไป แม้ว่าเส้นทางข้างหน้าจะเต็มไปด้วยอันตรายก็ตาม
8,081 ตัวอักษร