ตอนที่ 10 — การเผชิญหน้ากับความกดดันในที่ทำงาน
"ชัดเจนขึ้นยังไง เล่าให้ฟังหน่อยสิ" มินตราเร่งเร้า "เหมือนได้เห็นอะไรชัดขึ้น หรือว่าเห็นอะไรแปลกๆ มา"
เมษาหัวเราะเบาๆ "มันไม่ใช่การเห็นอะไรแปลกๆ หรอกมิน มันคือการมองเห็นตัวเองชัดขึ้นน่ะ" เธอพยายามหาคำอธิบายที่เพื่อนจะเข้าใจได้ง่าย "เหมือนตอนที่เราใส่แว่นตาที่มันมัวมานาน แล้ววันนึงเราได้เปลี่ยนเลนส์ใหม่ โลกก็เลยดูสว่างและชัดเจนขึ้น"
"อ๋อ... ฉันพอจะนึกภาพออก" มินตราว่า "แล้วเรื่องงานล่ะ เป็นไงบ้าง กลับมาแล้วต้องเจองานกองโตเลยสิ"
คำถามของมินตราทำให้เมษานึกถึงกองเอกสารบนโต๊ะทำงานของเธอ ความรู้สึกกังวลเล็กๆ เริ่มก่อตัวขึ้นในใจ แต่คราวนี้มันไม่รุนแรงเหมือนเมื่อก่อน "ก็... ยังมีงานอยู่เยอะนะ" เธอตอบตามตรง "แต่ตอนนี้ฉันรู้สึกว่าตัวเองมีสติมากขึ้น ไม่ได้ปล่อยให้ความกังวลเข้าครอบงำเหมือนเมื่อก่อน"
"เก่งจังเลย" มินตราชมเชย "แล้วจะเริ่มจัดการกับงานยังไงล่ะ"
"ก็คงต้องค่อยๆ ทำไปทีละอย่าง" เมษาบอก "ตั้งสติอยู่กับปัจจุบัน ทำงานแต่ละชิ้นให้ดีที่สุด แล้วก็ปล่อยวางผลลัพธ์"
"ฟังดูดีนะ" มินตรากล่าว "ดีกว่าแต่ก่อนที่เธอจะเครียดจนนอนไม่หลับอีก"
"ใช่" เมษาเห็นด้วย "จริงๆ แล้ว สิ่งที่ได้จากการปฏิบัติธรรมมันไม่ได้มีแค่ความสงบนะมิน มันคือเครื่องมือที่จะช่วยให้เราใช้ชีวิตในโลกแห่งความเป็นจริงได้ดีขึ้นต่างหาก"
บทสนทนากับมินตราจบลง แต่คำพูดของเพื่อนยังคงวนเวียนอยู่ในความคิดของเมษา "เครื่องมือที่จะช่วยให้เราใช้ชีวิตในโลกแห่งความเป็นจริงได้ดีขึ้น" นั่นคือสิ่งที่เธอรู้สึกได้จริงๆ
ในวันรุ่งขึ้น เมษาได้เผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่ทดสอบความสงบภายในของเธออย่างแท้จริง เธอมาถึงที่ทำงานด้วยความมุ่งมั่นที่จะจัดการกับงานที่ค้างอยู่ แต่เมื่อเปิดประตูห้องทำงานของเธอ ภาพที่เห็นก็ทำให้เธอชะงักไปเล็กน้อย
โต๊ะทำงานของเธอเต็มไปด้วยเอกสารที่กระจัดกระจาย บางส่วนมีรอยเปื้อนจากกาแฟที่หกเมื่อสัปดาห์ก่อน โคมไฟตั้งโต๊ะข้างหนึ่งหลอดขาด หน้าจอคอมพิวเตอร์มีฝุ่นเกาะหนา และกลิ่นอับชื้นก็ลอยมาเตะจมูก
"โอ้โห..." เมษาอุทานเบาๆ "เหมือนเพิ่งผ่านสงครามโลกมาเลย"
หัวหน้าของเธอ คุณสมชาย เดินเข้ามาพอดี "อ้าว เมษา กลับมาแล้วเหรอ" เขาพูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย "โทษทีนะที่ปล่อยให้โต๊ะทำงานเป็นแบบนี้ พอดีช่วงที่เธอไม่อยู่ งานมันเยอะมากจริงๆ แล้วก็... มีปัญหาเล็กน้อยเกี่ยวกับโปรเจกต์ใหญ่ที่เรากำลังทำอยู่"
เมษารู้สึกถึงแรงกดดันที่เริ่มก่อตัวขึ้นในอก เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามนึกถึงคำสอนของพระอาจารย์ "หายใจเข้า... หายใจออก... สังเกตอารมณ์... ไม่ปรุงแต่ง"
"ปัญหาเล็กน้อยเรื่องโปรเจกต์ใหญ่เหรอคะ" เธอถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้ราบเรียบ "มีอะไรให้เมษาช่วยได้บ้างคะ"
คุณสมชายถอนหายใจหนัก "คืออย่างนี้... ลูกค้าหลักของเรา เขาไม่พอใจกับผลงานที่ส่งไปเมื่ออาทิตย์ก่อน เขาบอกว่ามันไม่ตรงตามความต้องการและขาดความคิดสร้างสรรค์ เขาขู่ว่าจะยกเลิกสัญญาเลยถ้าเราแก้ไม่ได้ภายในสัปดาห์นี้"
คำพูดของคุณสมชายเหมือนมีใครมากดปุ่มตรงหน้าอกของเมษา ความรู้สึกหงุดหงิด ความกังวล และความกดดันถาโถมเข้ามาทันที ภาพม่านหมอกแห่งความวุ่นวายที่เธอคิดว่าจางลงไปแล้ว กลับเหมือนจะหนาแน่นขึ้นมาอีกครั้ง
"ยกเลิกสัญญาเหรอคะ" เมษาถามด้วยเสียงสั่นเล็กน้อย "แล้ว... เรามีแนวทางแก้ไขอะไรบ้างคะ"
"นั่นแหละปัญหา" คุณสมชายพูด "ตอนนี้ทุกคนในทีมกำลังเครียดกันมาก พยายามหาทางออกกันอยู่ แต่ก็ยังไม่ได้ข้อสรุป ฉันเลยอยากให้เธอ... ในฐานะที่เราเป็นคนรับผิดชอบส่วนที่ลูกค้าติมา... ลองมาดูหน่อยว่ามีไอเดียอะไรใหม่ๆ ที่พอจะเสนอได้บ้าง"
เมษารู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่บนขอบเหว เธอเห็นภาพตัวเองในอดีตที่ต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์แบบนี้ เธอจะเริ่มโทษคนนั้น โทษคนนี้ โทษตัวเอง และสุดท้ายก็จะจมอยู่กับความเครียดและความท้อแท้
แต่คราวนี้... มันแตกต่างออกไป
เธอหลับตาลงอีกครั้ง สูดลมหายใจเข้าลึกๆ การหายใจแต่ละครั้งเหมือนกำลังชะล้างเอาความรู้สึกไม่สบายใจออกไปจากร่างกาย เธอสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ปลายจมูก ความรู้สึกเย็นเมื่อหายใจเข้า และความอุ่นเมื่อหายใจออก
"นี่คือทุกข์" เธอคิด "ความไม่พอใจของลูกค้า... ความเสี่ยงที่จะเสียสัญญา... ความเครียดของทีม... นี่คือความจริงที่กำลังเกิดขึ้น"
"และเหตุแห่งทุกข์นี้... คือความคาดหวังที่แตกต่างกัน... คือความเข้าใจผิด... คือการที่งานยังไม่ตอบโจทย์"
"เป้าหมายของเราคือ... การทำให้ลูกค้าพอใจ... การรักษาสัญญา... การคลี่คลายสถานการณ์ให้ดีขึ้น... นั่นคือความดับทุกข์ในระดับหนึ่ง"
"และหนทางที่จะไปถึงตรงนั้น... คือการตั้งสติ... การรับฟังปัญหาอย่างใจเย็น... การระดมสมองหาทางออก... การทำงานเป็นทีม... การเจริญมรรค"
เมื่อลืมตาขึ้น เมษาพบว่าความรู้สึกกดดันนั้นลดลงไปมาก เธอไม่ได้รู้สึกสิ้นหวังเหมือนเมื่อก่อน
"ค่ะคุณสมชาย" เมษาพูดด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงขึ้น "เมษารับทราบค่ะ ขอเวลาเมษาจัดการกับโต๊ะทำงานตรงนี้สักครู่ แล้วเดี๋ยวเมษาจะเข้าไปคุยกับทีมนะคะ"
คุณสมชายมองเมษาด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย "เธอ... ไม่เป็นไรนะเมษา"
"เมษาสบายดีค่ะ" เมษาตอบพร้อมรอยยิ้มบางๆ "จริงๆ แล้ว เมษาว่าสถานการณ์นี้เป็นโอกาสที่ดีที่เราจะได้ทบทวนและปรับปรุงงานของเราให้ดียิ่งขึ้นนะคะ"
แม้จะพูดออกไปอย่างนั้น แต่ในใจของเมษาก็ยังมีความกังวลอยู่บ้าง แต่เธอรู้ดีว่าการปล่อยให้ความกังวลเข้าครอบงำ จะมีแต่ทำให้สถานการณ์แย่ลง การเผชิญหน้ากับปัญหาด้วยสติ คือทางออกที่ดีที่สุด
เธอเริ่มลงมือทำความสะอาดโต๊ะทำงานของเธออย่างรวดเร็ว พลางสังเกตความคิดและความรู้สึกที่ผุดขึ้นมา เธอเห็นความคิดที่อยากจะต่อว่าคนที่ทำงานผิดพลาด เห็นความคิดที่อยากจะหนีไปให้พ้นจากปัญหานี้ แต่เธอเพียงแค่สังเกตมัน ปล่อยให้มันผ่านไป เหมือนก้อนเมฆที่ลอยอยู่ในท้องฟ้า
การกลับมาสู่โลกแห่งการทำงานที่วุ่นวายและเต็มไปด้วยปัญหา ช่างแตกต่างจากการปฏิบัติธรรมที่วัดเหลือเกิน แต่นี่แหละคือบททดสอบที่แท้จริง
เธอหยิบกระดาษเปล่ามาแผ่นหนึ่ง วางแผนจะจดสิ่งที่ต้องทำ พลางคิดว่า "การมีระเบียบวินัยในการทำงาน ก็ถือเป็นการฝึกสติอย่างหนึ่งเหมือนกันนะ"
เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เธอเห็นชื่อผู้โทรเข้าเป็น 'คุณสมชาย' หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย
"ค่ะคุณสมชาย" เธอรับสาย
"เมษา... คือฉัน... เอ่อ... ต้องขอโทษด้วยนะที่ทำให้เธอต้องมาเจอกับเรื่องเครียดๆ ตั้งแต่วันแรกที่กลับมา" เสียงของคุณสมชายฟังดูอ่อนลง "ฉันแค่อยากจะบอกว่า... ฉันเชื่อในตัวเธอนะ"
เมษาอมยิ้ม "ขอบคุณค่ะคุณสมชาย เมษาก็จะพยายามทำให้ดีที่สุดค่ะ"
"ดีมาก" คุณสมชายกล่าว "เอาล่ะ งั้นเดี๋ยวเจอกันที่ห้องประชุมนะ"
เมษาวางสายโทรศัพท์ลง เธอมองไปรอบๆ ห้องทำงานที่เริ่มเป็นระเบียบขึ้นทีละน้อย เธอรู้สึกถึงความเหนื่อยล้า แต่ก็มีความรู้สึกของการมีพลังใจอย่างประหลาด
"ม่านหมอกแห่งความกดดัน" เธอคิด "มันเริ่มจางลงแล้ว"
เธอรู้ดีว่าการต่อสู้กับปัญหาในที่ทำงานครั้งนี้ จะเป็นบทพิสูจน์ที่สำคัญ ว่าเธอสามารถนำธรรมะไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างแท้จริงหรือไม่
5,530 ตัวอักษร