มองผ่านม่านหมอก: วิปัสสนาเพื่อชีวิตที่โปร่งใส

ตอนที่ 11 / 30

ตอนที่ 11 — การระดมสมองและทางออกที่คาดไม่ถึง

เมื่อเมษาจัดโต๊ะทำงานจนเข้าที่ และจดรายการสิ่งที่ต้องทำลงในสมุดบันทึกแล้ว เธอก็เดินไปยังห้องประชุม ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดของทีมงาน เมื่อก้าวเข้าไปในห้องประชุม ภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าเคร่งเครียดของเพื่อนร่วมงานแต่ละคน คุณสมชายยืนอยู่หน้ากระดานไวท์บอร์ด พลางกุมขมับ "มาแล้วเหรอเมษา" คุณสมชายทักทาย "เดี๋ยวเราจะเริ่มประชุมกันแล้วนะ" เมษานั่งลงข้างๆ มินตรา เพื่อนร่วมงานที่ทำงานกับเธอมานาน มินตราส่งยิ้มให้เล็กน้อย แต่แววตาของเธอก็เต็มไปด้วยความกังวล "เป็นไงบ้างเมษา" มินตรากระซิบถาม "เครียดเลยล่ะสิ" "ก็... นิดหน่อย" เมษาตอบ "แต่เรามาลองดูกันว่าจะทำยังไงได้บ้าง" คุณสมชายเริ่มการประชุม "เอาล่ะทุกคน อย่างที่เรารู้กันดี ปัญหาตอนนี้คือลูกค้าหลักของเรา ไม่พอใจกับผลงานโปรเจกต์ X ที่เราส่งไปเมื่อสัปดาห์ก่อน เขาให้เวลาเราแค่สัปดาห์เดียวในการปรับปรุง ถ้าทำไม่ได้ เขาจะยกเลิกสัญญา" บรรยากาศในห้องยิ่งทึมเทาลงไปอีก เมษาพยายามสังเกตอารมณ์ของทุกคนในห้อง เธอเห็นความกลัว ความกดดัน และความสิ้นหวังฉายชัดในแววตาของพวกเขา "จากที่ได้คุยกับทีมดีไซน์" คุณสมชายกล่าวต่อ "สาเหตุหลักๆ ที่ลูกค้าติมาคือ เรื่องสีสันที่ดูทึมเกินไป และโครงสร้างการนำเสนอที่ซับซ้อน ทำให้เข้าใจยาก" "เราลองปรับสีแล้วนะหัวหน้า" ทีมดีไซน์คนหนึ่งเอ่ยขึ้น "แต่พอปรับแล้ว มันกลับดูฉูดฉาดเกินไป" "ส่วนเรื่องโครงสร้าง" อีกคนเสริม "เราพยายามทำให้มันกระชับแล้ว แต่มันก็ยังดูมีรายละเอียดเยอะเกินไปอยู่ดี" ทุกคนเริ่มพูดคุยกันอย่างออกรส นำเสนอความคิดเห็นต่างๆ นานา บางความคิดก็ดูเข้าท่า บางความคิดก็ดูจะยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลง เมษานั่งฟังอย่างเงียบๆ พยายามรวบรวมข้อมูล และสังเกตุดูว่าความคิดเหล่านั้นมาจากไหน เธอเห็นความคิดที่เกิดจากความกลัวที่จะสูญเสียลูกค้า เห็นความคิดที่เกิดจากความยึดติดในแนวทางเดิมๆ และเห็นความคิดที่เกิดจากการพยายามเอาใจลูกค้าจนเกินไป "นี่แหละ... ตัณหา" เมษาคิด "ความอยากที่จะรักษาผลประโยชน์... ความอยากที่จะหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง... ความอยากที่จะทำให้ทุกคนพอใจ" "ถ้าเรามัวแต่ปล่อยให้ตัณหาเหล่านี้ชี้นำ" เธอคิดต่อ "เราก็จะไม่สามารถมองเห็นทางออกที่แท้จริงได้" ทันใดนั้น เมษาเกิดไอเดียขึ้นมา เธอจำได้ว่าตอนที่เธอไปปฏิบัติธรรม ได้มีโอกาสพูดคุยกับพระอาจารย์เกี่ยวกับหลักการของการ "มองให้เห็นความจริง" "คุณสมชายคะ" เมษาเอ่ยขึ้น "เมษามีข้อเสนอแนะค่ะ" ทุกคนหันมามองเมษาด้วยความคาดหวัง "คือเมษาคิดว่า แทนที่เราจะพยายามปรับแก้สิ่งเดิมๆ ที่ลูกค้าไม่ชอบ" เมษาเริ่มอธิบาย "เราลองมาทำความเข้าใจ 'ความต้องการที่แท้จริง' ของลูกค้ากันดีไหมคะ" "ความต้องการที่แท้จริง" คุณสมชายทวนคำ "หมายถึงอะไร" "หมายถึง... สิ่งที่ลูกค้าต้องการจะสื่อสารจริงๆ ผ่านโปรเจกต์นี้" เมษาอธิบาย "บางที... สิ่งที่เขาติมา อาจจะเป็นเพียงเปลือกนอก แต่เบื้องลึกแล้ว เขาอาจจะต้องการบางอย่างที่แตกต่างออกไป" "แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าความต้องการที่แท้จริงของเขาคืออะไร" ทีมการตลาดคนหนึ่งถาม "เมษาคิดว่า เราน่าจะลองติดต่อลูกค้าโดยตรง เพื่อพูดคุยสอบถามเพิ่มเติมค่ะ" เมษาเสนอ "แต่ไม่ใช่การขอโทษ หรือการพยายามแก้ตัวนะคะ แต่เป็นการขอคำแนะนำ" "ขอคำแนะนำ" คุณสมชายเลิกคิ้ว "หมายความว่าไง" "เราอาจจะบอกลูกค้าว่า เราได้นำข้อเสนอแนะของท่านไปพิจารณาอย่างละเอียดแล้ว และเราอยากจะขอเวลาพูดคุยกับท่านอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าเราจะสามารถส่งมอบงานที่ตรงตามความคาดหวังสูงสุดของท่านได้จริงๆ" เมษาอธิบาย "เราอาจจะถามถึงเป้าหมายทางธุรกิจของท่านเกี่ยวกับโปรเจกต์นี้ หรือทิศทางที่ท่านอยากจะเห็น" "เป็นการขอคำแนะนำ... ไม่ใช่การขอโทษ" เมษาเน้นย้ำ "เป็นการแสดงให้เห็นว่าเราใส่ใจและพร้อมที่จะปรับปรุงจริงๆ" มินตราพยักหน้าเห็นด้วย "แนวคิดนี้น่าสนใจนะเมษา" เธอพูด "เป็นการเปลี่ยนมุมมองจากการแก้ไขปัญหา ไปสู่การทำความเข้าใจปัญหา" คุณสมชายพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง "ก็น่าสนใจนะเมษา" เขาว่า "แต่... ถ้าลูกค้าปฏิเสธที่จะคุยกับเราล่ะ" "เราก็ต้องยอมรับผลที่จะตามมาค่ะ" เมษาตอบ "แต่การลองพยายามด้วยวิธีนี้ ยังดีกว่าการนั่งเฉยๆ รอให้สัญญายกเลิกไปเฉยๆ นะคะ" "แล้วถ้าเราคุยกับลูกค้าแล้ว แต่เขาก็ยังยืนยันในสิ่งที่เขาต้องการเดิมล่ะ" ทีมดีไซน์อีกคนถาม "ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงๆ" เมษาตอบ "เราก็ต้องกลับมาทำงานของเราให้ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ โดยที่ไม่กดดันตัวเองจนเกินไป" "เมษารู้สึกว่า... การที่เราพยายามมองหาทางออกที่สมบูรณ์แบบ อาจจะทำให้เรายิ่งเครียด" เมษาบอก "บางครั้ง... การยอมรับว่าเราทำได้ดีที่สุดแล้วในสถานการณ์นั้นๆ ก็เพียงพอแล้ว" "การเห็นแจ้งในความไม่เที่ยง" เมษาคิดในใจ "คือการยอมรับว่าทุกสิ่งเปลี่ยนแปลงได้... แม้แต่ผลลัพธ์ของงาน" "การเห็นแจ้งในความไม่มีตัวตน" เมษาคิดต่อ "คือการไม่ยึดติดกับคำว่า 'ความสำเร็จ' หรือ 'ความล้มเหลว' จนเกินไป" "การเห็นแจ้งในทุกข์" เมษาคิด "คือการยอมรับว่าปัญหาเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน" "และหนทางที่จะคลี่คลายมันได้... คือการเจริญมรรค... การลงมือทำอย่างมีสติ" คุณสมชายมองเมษาด้วยความทึ่ง "เมษา... เธอเปลี่ยนไปนะ" เขาพูด "เมื่อก่อนเธอคงจะเครียดจนแทบจะร้องไห้ไปแล้ว" เมษายิ้ม "เมษาแค่พยายามมองทุกอย่างตามความเป็นจริงค่ะคุณสมชาย" "ดี! ดีมาก!" คุณสมชายตบโต๊ะเบาๆ "งั้นเราตกลงตามนี้นะเมษา เธอจะเป็นคนติดต่อลูกค้า เพื่อขอพูดคุยและขอคำแนะนำ แล้วเราจะรอฟังผล" เมษาพยักหน้า "ค่ะ" หลังจากประชุมเสร็จ เมษาเดินกลับมาที่โต๊ะทำงาน เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดรายชื่อผู้ติดต่อ และมองหาเบอร์โทรศัพท์ของลูกค้าคนนั้น เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย แต่ความรู้สึกตื่นตระหนกนั้นไม่รุนแรงเหมือนเมื่อก่อน "นี่คืออีกบททดสอบ" เธอคิด "การเผชิญหน้ากับความไม่แน่นอน" เธอเริ่มกดหมายเลขโทรศัพท์ "ขอให้การพูดคุยครั้งนี้... นำไปสู่ทางออกที่ดี" เธออธิษฐานในใจ เสียงโทรศัพท์ดังติ๊ดๆๆ... รอคอยปลายสายที่จะเป็นผู้กำหนดทิศทางของโปรเจกต์ที่กำลังสั่นคลอนนี้

4,755 ตัวอักษร