การบริหารจัดการอารมณ์ ด้วยสติและปัญญา

ตอนที่ 23 / 35

ตอนที่ 23 — การเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งใหม่

ไม่กี่วันต่อมา ในบรรยากาศของออฟฟิศที่กลับมาสู่ความเร่งรีบอีกครั้ง นภัสสรได้รับมอบหมายงานชิ้นสำคัญ ที่ต้องทำงานร่วมกับแผนกอื่น การประสานงานในลักษณะนี้ มักจะเป็นแหล่งกำเนิดของความขัดแย้งและความเครียดอยู่เสมอ เนื่องจากแต่ละแผนกต่างก็มีเป้าหมายและวิธีการทำงานที่แตกต่างกัน “งานนี้ค่อนข้างละเอียดอ่อนนะนภัสสร” หัวหน้าแผนกของเธออธิบาย “คุณต้องประสานกับคุณสมชายจากฝ่ายผลิต และคุณประภาสจากฝ่ายการตลาดด้วย” “รับทราบค่ะ” นภัสสรตอบรับ “มีข้อควรระวังอะไรเป็นพิเศษไหมคะ” “คุณสมชายเป็นคนตรงไปตรงมามาก บางครั้งก็ดูแข็งกระด้าง ส่วนคุณประภาสจะเน้นผลลัพธ์ทางธุรกิจเป็นหลัก บางครั้งก็อาจจะมองข้ามรายละเอียดทางเทคนิคไปบ้าง” หัวหน้าแผนกกล่าว “คุณต้องพยายามหาจุดที่ทุกคนยอมรับร่วมกันให้ได้” นภัสสรพยักหน้า เธอเข้าใจดีว่า การทำงานร่วมกับคนที่มีบุคลิกภาพแตกต่างกัน ย่อมต้องอาศัยทักษะในการสื่อสารและการจัดการอารมณ์เป็นอย่างมาก ในวันแรกของการประชุมร่วม นภัสสรไปยังห้องประชุมที่นัดหมายไว้ เธอพบคุณสมชายและคุณประภาสนั่งรออยู่แล้ว บรรยากาศในห้องประชุมค่อนข้างตึงเครียดเล็กน้อย “สวัสดีครับคุณนภัสสร” คุณสมชายทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ผมสมชาย ฝ่ายผลิตครับ” “สวัสดีค่ะคุณสมชาย ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” นภัสสรยิ้ม “และนี่คุณประภาสใช่ไหมคะ” “ครับ ผมประภาส ฝ่ายการตลาด” คุณประภาสยิ้มกว้าง “งานนี้เราต้องทำให้สำเร็จนะครับ” การประชุมเริ่มต้นขึ้น นภัสสรนำเสนอภาพรวมของโครงการและความคืบหน้าเบื้องต้น เธอพยายามใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย หลีกเลี่ยงศัพท์เทคนิคที่ซับซ้อน “ในส่วนของฝ่ายผลิต เราต้องการให้มั่นใจว่าวัสดุที่ใช้ในการผลิตมีคุณภาพสูงสุด และกระบวนการผลิตเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ” คุณสมชายกล่าวขึ้น “เรามีข้อจำกัดบางประการเกี่ยวกับเครื่องจักรที่อาจจะส่งผลต่อระยะเวลาการผลิต” “เข้าใจครับ” นภัสสรตอบ “แต่ในมุมของการตลาด เราต้องการผลิตภัณฑ์ที่พร้อมวางจำหน่ายให้ทันตามกำหนดเวลาที่วางแผนไว้” คุณประภาสแทรกขึ้น “หากเราผลิตไม่ทันตามกำหนด เวลาที่เสียไปอาจจะส่งผลกระทบต่อแผนการโปรโมท และอาจจะทำให้คู่แข่งฉวยโอกาสได้” “ผมเข้าใจเรื่องการตลาดนะครับ” คุณสมชายตอบเสียงดังขึ้นเล็กน้อย “แต่เราไม่สามารถผลิตสินค้าที่ไม่มีคุณภาพออกไปได้ เพราะมันจะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของบริษัทในระยะยาว” “คุณประภาสครับ” นภัสสรเอ่ยขึ้น พยายามลดความตึงเครียด “ดิฉันเห็นด้วยกับทั้งสองท่านค่ะ ในมุมของคุณสมชาย เราต้องรักษาคุณภาพของสินค้า ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์เรา ในมุมของคุณประภาส เราก็ต้องตอบสนองความต้องการของตลาดให้ได้ทันเวลา” “แล้วเราจะทำอย่างไร” คุณประภาสถาม “ดิฉันคิดว่าเราอาจจะต้องมาพิจารณาในรายละเอียดของกระบวนการผลิตอีกครั้ง” นภัสสรกล่าว “เราอาจจะลองมองหาว่ามีขั้นตอนไหนที่เราสามารถปรับปรุงให้เร็วขึ้นได้ โดยไม่กระทบต่อคุณภาพ” “เป็นไปได้ยากนะครับ” คุณสมชายถอนหายใจ “เครื่องจักรเราถูกออกแบบมาแบบนี้” “ถ้าอย่างนั้น เราอาจจะต้องพิจารณาเรื่องการผลิตล่วงหน้า” นภัสสรเสนอ “หรืออาจจะลองหาแหล่งวัตถุดิบบางประเภทที่สามารถจัดหาได้รวดเร็วกว่านี้” “วัตถุดิบที่เราใช้เป็นวัตถุดิบพิเศษนะครับ” คุณสมชายกล่าว “การเปลี่ยนแหล่งวัตถุดิบอาจจะส่งผลต่อคุณภาพ” “แล้วถ้าเราลองแบ่งการผลิตออกเป็นเฟสๆ ล่ะคะ” นภัสสรถาม “ผลิตบางส่วนออกไปก่อน เพื่อให้ทันตามกำหนด แล้วส่วนที่ต้องใช้เวลามากขึ้น ก็ผลิตตามมาทีหลัง” “นั่นก็อาจจะเป็นทางออกหนึ่ง” คุณประภาสพิจารณา “แต่เราต้องแน่ใจว่าการแบ่งเฟสนี้ จะไม่ทำให้เกิดปัญหาในการจัดส่ง หรือการวางแผนการตลาด” “ผมมองว่ามีข้อจำกัดหลายอย่าง” คุณสมชายกล่าว “ผมอยากให้คุณประภาสเข้าใจว่า ฝ่ายผลิตมีข้อจำกัดมากกว่าที่คุณคิด” “และผมก็อยากให้คุณสมชายเข้าใจว่า ฝ่ายการตลาดมีแรงกดดันมากกว่าที่คุณคิดเช่นกัน” คุณประภาสตอบโต้ นภัสสรสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เธอสัมผัสได้ถึงคลื่นความไม่พอใจที่กำลังก่อตัวขึ้นในห้องประชุม เธอรู้ดีว่านี่คือช่วงเวลาสำคัญที่เธอจะต้องใช้สติและปัญญาที่ได้ฝึกฝนมา “คุณสมชายครับ” นภัสสรเริ่มพูด น้ำเสียงของเธออ่อนโยนแต่หนักแน่น “ผมเข้าใจดีว่าการรักษาคุณภาพคือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับฝ่ายผลิต และผมเชื่อมั่นในความเป็นมืออาชีพของคุณ” คุณสมชายมองนภัสสรเล็กน้อย น้ำเสียงของเขาอ่อนลงเล็กน้อย “และคุณประภาสครับ” นภัสสรหันไปทางคุณประภาส “ผมก็เข้าใจดีถึงความสำคัญของการวางแผนการตลาด และการตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ทันเวลา” คุณประภาสพยักหน้า “ทีนี้” นภัสสรกล่าวต่อ “แทนที่เราจะมองว่าใครถูกใครผิด หรือใครมีข้อจำกัดมากกว่า เราลองมามองว่า เราจะสามารถทำงานร่วมกันเพื่อให้เป้าหมายของบริษัทบรรลุผลได้อย่างไร” เธอหยุดเล็กน้อยเพื่อให้ทุกคนได้คิดตาม “ผมคิดว่า ปัญหาที่แท้จริงของเราในตอนนี้ ไม่ใช่เรื่องของข้อจำกัดทางเทคนิค หรือการตลาด” นภัสสรกล่าว “แต่เป็นเรื่องของ ‘การสื่อสาร’ และ ‘การหาทางออกร่วมกัน’” “คุณหมายความว่าอย่างไร” คุณประภาสถาม “ผมหมายความว่า เราทุกคนต้องการให้โครงการนี้สำเร็จ” นภัสสรกล่าว “แต่เราอาจจะยังมองเห็นภาพรวมของปัญหาไม่เหมือนกัน” “ถ้าอย่างนั้น” นภัสสรสานต่อ “เราลองมาลิสต์ ‘ข้อจำกัด’ ของแต่ละฝ่ายออกมาอย่างชัดเจนก่อน จากนั้น เรามาช่วยกันระดมสมองว่า จะมีวิธีไหนบ้างที่เราสามารถ ‘ลดทอน’ หรือ ‘จัดการ’ กับข้อจำกัดเหล่านั้นได้บ้าง” “เช่น ถ้าฝ่ายผลิตมีข้อจำกัดเรื่องเครื่องจักร” นภัสสรยกตัวอย่าง “เราจะสามารถหาทางเลือกอื่นในการผลิตส่วนนั้นๆ ได้หรือไม่ โดยที่ยังคงคุณภาพอยู่” “หรือถ้าฝ่ายการตลาดมีข้อจำกัดเรื่องเวลา” นภัสสรกล่าวต่อ “เราจะสามารถปรับแผนการตลาดบางส่วน หรือสื่อสารกับลูกค้าเกี่ยวกับกรอบเวลาที่ชัดเจนขึ้นได้หรือไม่” คุณสมชายและคุณประภาสนั่งเงียบไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังประมวลผลสิ่งที่นภัสสรพูด “ผมไม่เคยคิดในมุมนี้มาก่อน” คุณสมชายยอมรับ “ผมมักจะคิดว่าปัญหาคือปัญหาของฝ่ายผลิต แต่คุณทำให้ผมเห็นว่า มันเป็นปัญหาที่เกี่ยวโยงกัน” “เช่นเดียวกันครับ” คุณประภาสกล่าว “ผมมัวแต่คิดถึงเป้าหมายทางธุรกิจ จนอาจจะมองข้ามรายละเอียดทางเทคนิคที่สำคัญไป” “ดีครับ” นภัสสรยิ้ม “งั้นเรามาเริ่มกันที่การลิสต์ข้อจำกัดกันก่อน” การประชุมดำเนินต่อไปด้วยบรรยากาศที่แตกต่างออกไป จากที่เคยเต็มไปด้วยความตึงเครียด กลายเป็นบรรยากาศของการร่วมมือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น นภัสสรใช้เทคนิคการตั้งคำถามปลายเปิด การรับฟังอย่างตั้งใจ และการสะท้อนความคิดเห็น เพื่อให้ทั้งคุณสมชายและคุณประภาสรู้สึกว่า ได้รับการยอมรับและเข้าใจ เธอสังเกตเห็นว่า เมื่อทั้งสองฝ่ายเริ่มเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของอีกฝ่ายหนึ่ง ปัญหาที่เคยดูเหมือนจะใหญ่โต ก็เริ่มมีทางออกที่ชัดเจนขึ้น “ผมว่า เราอาจจะลองเพิ่มกะการทำงานในส่วนที่จำเป็นได้นะครับ” คุณสมชายเสนอ “ถ้าจำเป็นจริงๆ” “และผมว่า เราอาจจะลองสื่อสารกับลูกค้าเรื่องกำหนดการผลิตที่อาจจะมีความยืดหยุ่นได้บ้าง” คุณประภาสเสริม “ถ้าจำเป็น” นภัสสรพยักหน้าอย่างพอใจ “ดีเลยครับ เรามาสรุปประเด็นสำคัญในวันนี้ และกำหนดการประชุมครั้งต่อไปกัน” เมื่อการประชุมสิ้นสุดลง นภัสสรรู้สึกได้ถึงความเหนื่อยล้า แต่ก็เป็นความเหนื่อยล้าที่มาพร้อมกับความพึงพอใจ เธอได้เห็นพลังของการจัดการอารมณ์และการใช้ปัญญาในการแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง “คุณนภัสสร ทำได้ดีมากครับ” คุณสมชายกล่าวขณะเดินออกจากห้องประชุม “ผมไม่เคยคิดว่าการทำงานร่วมกับฝ่ายการตลาดจะราบรื่นขนาดนี้” “ขอบคุณครับคุณสมชาย” นภัสสรยิ้ม “ผมก็ดีใจที่ได้ทำงานร่วมกับคุณเช่นกัน” “ผมก็เช่นกันครับ” คุณประภาสกล่าวเสริม “ผมว่าเราจะคุยกันเรื่องนี้ได้อีกเยอะเลย” นภัสสรยิ้มรับคำชม เธอรู้ดีว่านี่เป็นเพียงก้าวแรกของการเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งใหม่ แต่เธอได้พิสูจน์แล้วว่า ด้วยสติและปัญญา เธอก็สามารถก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆ ไปได้

6,174 ตัวอักษร