การบริหารจัดการอารมณ์ ด้วยสติและปัญญา

ตอนที่ 24 / 35

ตอนที่ 24 — การสร้างวัฒนธรรมแห่งความเข้าใจ

หลังจากที่โครงการที่นภัสสรเข้าไปช่วยประสานงานประสบความสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ความสัมพันธ์ระหว่างแผนกต่างๆ ก็ดูเหมือนจะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นภัสสรกลายเป็นบุคคลที่เพื่อนร่วมงานหลายคนให้ความไว้วางใจ และมักจะเข้ามาขอคำปรึกษาเรื่องการจัดการอารมณ์ หรือการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง เช้าวันหนึ่ง นภัสสรได้รับอีเมลเชิญจากฝ่ายบุคคล ให้ไปร่วมเป็นวิทยากรในหัวข้อ “การบริหารจัดการอารมณ์ในที่ทำงาน” เพื่อจัดอบรมให้กับพนักงานใหม่ “คุณนภัสสรครับ” หัวหน้าฝ่ายบุคคลกล่าวขณะนภัสสรเดินเข้ามาในห้องทำงาน “เราเห็นถึงศักยภาพของคุณในการช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานเรื่องการจัดการอารมณ์ เราจึงอยากขอให้คุณมาแบ่งปันประสบการณ์และความรู้ให้กับน้องๆ พนักงานใหม่ครับ” นภัสสรยิ้มรับ “ยินดีค่ะ” เธอตอบ “ดิฉันจะพยายามถ่ายทอดสิ่งที่ได้เรียนรู้ให้ดีที่สุดค่ะ” “เราหวังว่าสิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนี้ จะช่วยให้น้องๆ สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมการทำงาน และสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างราบรื่นนะครับ” หัวหน้าฝ่ายบุคคลกล่าว ในวันอบรม นภัสสรเตรียมเนื้อหาอย่างรอบคอบ เธอไม่ได้ต้องการให้การอบรมเป็นเพียงการบรรยาย แต่ต้องการให้เป็นเหมือนการจุดประกายความคิด และสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้เข้าร่วม “สวัสดีค่ะทุกท่าน” นภัสสรเริ่มต้นการอบรมด้วยน้ำเสียงที่สดใส “ดิฉันนภัสสรค่ะ วันนี้ดิฉันมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้มาแบ่งปันเรื่องราวเกี่ยวกับการบริหารจัดการอารมณ์ในที่ทำงาน” เธอเริ่มเล่าถึงประสบการณ์ส่วนตัวของเธอ ตั้งแต่ช่วงเวลาที่เคยจมอยู่กับอารมณ์ด้านลบ จนกระทั่งได้ค้นพบวิธีการเยียวยาจิตใจผ่านการฝึกสติและปัญญา “หลายครั้งที่เราต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ท้าทายในที่ทำงาน” นภัสสรอธิบาย “ไม่ว่าจะเป็นความกดดันจากงาน ความขัดแย้งกับเพื่อนร่วมงาน หรือความไม่พอใจในสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น” “ในช่วงแรกๆ ดิฉันมักจะปล่อยให้อารมณ์เหล่านั้นเข้าครอบงำ” เธอกล่าวต่อ “ทำให้ดิฉันรู้สึกเหนื่อยล้า สิ้นหวัง และมองเห็นแต่ปัญหา” “แต่เมื่อดิฉันได้เรียนรู้ที่จะ ‘สังเกต’ อารมณ์ของตัวเอง โดยไม่ตัดสิน ไม่ต่อต้าน มันเหมือนกับว่า มีประตูบานหนึ่งที่เปิดออก” นภัสสรถ่ายทอด “เราจะเริ่มเห็นว่า อารมณ์เหล่านั้น ไม่ใช่ ‘ตัวเรา’ ทั้งหมด แต่มันเป็นเพียง ‘สิ่งที่เกิดขึ้น’ กับเราในขณะนั้น” “และเมื่อเรามีสติ เราจะสามารถ ‘เลือก’ ที่จะตอบสนองต่อสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น” เธอเน้นย้ำ “แทนที่จะปล่อยให้ความโกรธนำพาไปสู่การทะเลาะเบาะแว้ง เราอาจจะเลือกที่จะพูดคุยกันอย่างใจเย็น” “แทนที่จะปล่อยให้ความกังวลครอบงำ จนทำงานไม่ได้ เราอาจจะเลือกที่จะแบ่งปัญหาออกเป็นส่วนเล็กๆ แล้วค่อยๆ แก้ไปทีละส่วน” นภัสสรยกตัวอย่างสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นในออฟฟิศ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมเห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้น “เช่น เมื่อเราได้รับฟีดแบ็กที่ไม่ถูกใจ” เธอกล่าว “แทนที่จะรู้สึกโกรธ หรือรู้สึกว่าถูกโจมตี เราอาจจะลองมองว่า ฟีดแบ็กนั้นเป็นโอกาสในการพัฒนาตัวเอง” “ลองถามตัวเองว่า ‘มีส่วนไหนบ้างที่ฉันสามารถนำไปปรับปรุงได้’ หรือ ‘สิ่งที่เขาพูด มีข้อเท็จจริงอยู่บ้างหรือไม่’” “การตั้งคำถามเหล่านี้ จะช่วยให้เรามองปัญหาได้อย่างเป็นกลางมากขึ้น และลดทอนอารมณ์ด้านลบที่อาจเกิดขึ้น” ผู้เข้าร่วมอบรมหลายคนพยักหน้าอย่างตั้งใจ บางคนจดบันทึกอย่างขะมักเขม้น “และอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ ‘การให้อภัย’” นภัสสรกล่าว “ทั้งการให้อภัยผู้อื่น และการให้อภัยตัวเอง” “เมื่อเรายึดติดอยู่กับความขุ่นเคือง หรือความผิดพลาดในอดีต มันเหมือนกับการแบกหินก้อนใหญ่ไว้ตลอดเวลา” เธออธิบาย “การให้อภัย จะช่วยปลดเปลื้องภาระเหล่านั้น ทำให้เรามีพื้นที่ในหัวใจสำหรับสิ่งดีๆ ใหม่ๆ” “การให้อภัย ไม่ได้หมายความว่า เรายอมรับในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง” นภัสสรอธิบายเพิ่มเติม “แต่หมายถึงการที่เราเลือกที่จะไม่ปล่อยให้เหตุการณ์ในอดีต มากำหนดปัจจุบันและอนาคตของเรา” “เมื่อเราให้อภัยผู้อื่น เรากำลังปลดปล่อยตัวเองจากความโกรธและความขุ่นเคือง” เธอกล่าว “และเมื่อเราให้อภัยตัวเอง เรากำลังมอบโอกาสให้ตัวเองได้เรียนรู้ เติบโต และก้าวต่อไป” “สุดท้าย” นภัสสรกล่าวสรุป “การบริหารจัดการอารมณ์ ไม่ใช่การกดเก็บอารมณ์ หรือการฝืนไม่ให้ตัวเองรู้สึก แต่คือการ ‘รู้เท่าทัน’ อารมณ์ของตัวเอง การ ‘ยอมรับ’ ในสิ่งที่เกิดขึ้น และการ ‘เลือก’ ที่จะตอบสนองอย่างมีสติและปัญญา” “เมื่อเราสามารถจัดการกับอารมณ์ของตัวเองได้ เราจะไม่เพียงแค่มีความสุขในการทำงานมากขึ้นเท่านั้น แต่เรายังสามารถสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงานร่วมกับผู้อื่น และส่งต่อพลังบวกให้กับคนรอบข้างได้อีกด้วย” เธอเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ซักถาม ซึ่งก็มีคำถามมากมายที่แสดงให้เห็นถึงความสนใจใคร่รู้ “คุณนภัสสรคะ ถ้าสมมติว่าเราพยายามฝึกแล้ว แต่บางทีเราก็ยังกลับไปเป็นเหมือนเดิม ทำอย่างไรดีคะ” พนักงานใหม่คนหนึ่งถามด้วยน้ำเสียงกังวล “เป็นคำถามที่ดีมากค่ะ” นภัสสรตอบ “การเปลี่ยนแปลงต้องอาศัยเวลาและการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอค่ะ” “อย่าเพิ่งท้อนะคะ” เธอให้กำลังใจ “ทุกครั้งที่เรากลับไปเป็นเหมือนเดิม นั่นคือโอกาสที่เราจะได้ฝึกฝนอีกครั้ง เพียงแค่รู้ตัวว่าเรากำลังจะกลับไปเป็นแบบนั้น ก็ถือเป็นความก้าวหน้าแล้วค่ะ” “ลองกลับไปสังเกตตัวเองอีกครั้ง ว่าอะไรเป็นตัวกระตุ้นให้เรากลับไปมีอารมณ์แบบเดิม จากนั้นเราค่อยๆ หาทางรับมือกับสิ่งกระตุ้นนั้น” การอบรมดำเนินไปอย่างราบรื่น และจบลงด้วยเสียงปรบมือแสดงความชื่นชม นภัสสรเดินออกจากห้องอบรมด้วยความรู้สึกอิ่มเอมใจ เธอได้เห็นประกายแห่งความเข้าใจและกำลังใจในดวงตาของผู้เข้าร่วมอบรม และเธอเชื่อมั่นว่า สิ่งที่เธอได้แบ่งปันในวันนี้ จะเป็นเมล็ดพันธุ์เล็กๆ ที่จะช่วยสร้างวัฒนธรรมแห่งความเข้าใจและการเยียวยาในองค์กรนี้ต่อไป เธอได้ค้นพบแล้วว่า การบริหารจัดการอารมณ์ ไม่ใช่เพียงแค่การพัฒนาตนเอง แต่คือการส่งต่อพลังดีๆ ที่จะสร้างสรรค์สังคมรอบตัวให้ดีขึ้นได้จริงๆ

4,699 ตัวอักษร