ตอนที่ 4 — การค้นพบสมดุลในชีวิตประจำวัน
คุณหมอต้นนั่งฟังคุณลุงบุญธรรมเล่าด้วยความเพลิดเพลิน ท่านเล่าถึงวิธีการที่ท่านค่อยๆ ปรับมุมมองชีวิต จากคนที่เคยจมอยู่กับความทุกข์และความผิดพลาดในอดีต มาสู่การมองเห็นความงดงามเล็กๆ น้อยๆ ในปัจจุบัน ท่านเล่าว่าตอนแรกๆ ก็เป็นเรื่องยากลำบาก แต่เมื่อท่านพยายามฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ อาการหวาดระแวงและความคิดฟุ้งซ่านต่างๆ ก็ค่อยๆ ลดลง แทนที่ด้วยความสงบและความรู้สึกขอบคุณ "ฉันเริ่มมองเห็นว่า การได้ตื่นขึ้นมาตอนเช้า ได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้น ได้กินข้าวอิ่มท้อง มันเป็นเรื่องวิเศษแค่ไหน" คุณลุงบุญธรรมกล่าวเสียงใส "แล้วพวกดอกไม้สวยๆ ที่นี่ กลิ่นหอมๆ นี่สิ ทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้นทุกวันเลย"
คุณหมอต้นพยักหน้าเห็นด้วย "นั่นแหละครับคุณลุง คือหัวใจสำคัญของการฝึกสติเลยครับ การที่เราอยู่กับปัจจุบันขณะ และรับรู้สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นโดยไม่ตัดสิน"
"แล้วก็มีอีกอย่างนะหมอ" คุณลุงบุญธรรมพูดต่อ "เรื่องการ 'ปล่อยวาง' ฉันเคยยึดติดกับเรื่องเก่าๆ มากมาย คิดว่าตัวเองผิดพลาดไปหมด กลัวว่าคนอื่นจะมองไม่ดี" ท่านถอนหายใจเบาๆ "แต่พอฉันลองปล่อยวางดูนะ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีมันก็เบาลง ฉันก็เลยกล้าที่จะพูดคุยกับคนอื่นมากขึ้น"
"คุณลุงเก่งมากเลยครับ" คุณหมอต้นเอ่ยชมด้วยความจริงใจ "การปล่อยวางเป็นเรื่องที่ยาก แต่คุณลุงทำได้ แสดงว่าคุณลุงได้เข้าถึงหลักธรรมที่ผมเคยแนะนำไปแล้วจริงๆ"
"ก็เพราะหมอคอยให้คำแนะนำดีๆ นี่แหละ" คุณลุงบุญธรรมหันมายิ้มให้คุณหมอต้น "ที่สำคัญคือ ฉันได้เจอเพื่อนที่ดีที่นี่ด้วยนะ พวกเราช่วยเหลือกัน คอยให้กำลังใจกัน" ท่านชี้ไปยังผู้สูงอายุท่านอื่นที่กำลังนั่งสนทนากันอยู่ "คุณป้าสมศรี แกปลูกผักเก่งมาก ฉันก็ไปช่วยแกบ้าง ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ เยอะเลย"
บทสนทนาของคุณหมอต้นกับคุณลุงบุญธรรมดำเนินต่อไปอีกพักใหญ่ ก่อนที่คุณหมอต้นจะขอตัวกลับ บ่ายวันนั้น คุณหมอต้นขับรถกลับเข้าเมืองด้วยหัวใจที่เบิกบาน เขาได้เห็นผลลัพธ์ของการรักษาที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การใช้ยาหรือการบำบัดทางจิตวิทยา แต่เป็นการผสมผสานแนวทางการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ที่รวมเอาหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการเยียวยาจิตใจ
เมื่อกลับถึงบ้าน คุณหมอต้นก็พบว่า ‘แพร’ ลูกสาวคนเดียวของเขากำลังนั่งทำการบ้านอยู่บนโต๊ะกินข้าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "เป็นอะไรไปลูก" เขาถามพลางเดินเข้าไปลูบหัวลูกสาวเบาๆ "การบ้านยากเหรอ"
แพรเงยหน้าขึ้นมองพ่อด้วยดวงตาที่ดูเหนื่อยล้า "ก็ไม่เชิงยากหรอกค่ะพ่อ แต่มัน... รู้สึกเบื่อๆ ยังไงก็ไม่รู้ค่ะ" เธอถอนหายใจ "อ่านหนังสือเท่าไหร่ก็ไม่เข้าหัวเลย"
คุณหมอต้นเห็นท่าทางของลูกสาวแล้วก็อดนึกถึงคุณสมชายไม่ได้ เขาจึงตัดสินใจลองนำหลักธรรมที่เขาเคยสอนผู้ป่วย มาปรับใช้กับการพูดคุยกับลูกสาว "พ่อเข้าใจนะ แพร" เขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "บางทีเวลาที่เราเบื่อๆ หรือรู้สึกไม่กระตือรือร้น มันก็เป็นเรื่องปกติของชีวิตนะ"
"แต่หนูรู้สึกว่ามันแย่จังเลยค่ะพ่อ หนูอยากจะทำการบ้านให้เสร็จเร็วๆ จะได้ไปเล่นกับเพื่อน" แพรตอบอย่างหงอยๆ
"พ่อว่านะ" คุณหมอต้นนั่งลงข้างๆ แพร "ลองมองในมุมอื่นดูไหม"
"มุมอื่นแบบไหนคะพ่อ"
"ก็อย่างเช่น... ลองมองหาสิ่งที่เรา 'ทำได้ดี' ในระหว่างทำการบ้านวันนี้ดูสิ" คุณหมอต้นเสนอ "อาจจะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ได้นะ เช่น การที่เราตั้งใจอ่านหนังสือแม้จะรู้สึกเบื่อ หรือการที่เราพยายามทำความเข้าใจโจทย์ยากๆ"
แพรทำสีหน้าครุ่นคิด "ก็... หนูพยายามอ่านหนังสือค่ะพ่อ แม้ว่าจะไม่อยากอ่านก็ตาม"
"เห็นไหม" คุณหมอต้นยิ้ม "นั่นก็เป็นสิ่งที่ดีแล้วนะ" เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย "แล้วลองคิดดูสิว่า ถ้าแพรยอมรับความรู้สึกเบื่อนี้ แล้วก็ลองทำไปเรื่อยๆ โดยไม่ต้องกดดันตัวเองมากเกินไป ผลการบ้านมันอาจจะไม่ต้องสมบูรณ์แบบที่สุด แต่แพรก็จะรู้สึกดีขึ้นกว่าการฝืนทำทั้งๆ ที่หงุดหงิดใช่ไหม"
"ก็คงอย่างนั้นค่ะพ่อ" แพรพยักหน้าช้าๆ "แต่หนูไม่รู้จะ 'ปล่อยวาง' ความเบื่อนี้ยังไงดีค่ะ"
"การปล่อยวาง ไม่ได้หมายความว่าเราต้องเลิกรู้สึกนะลูก" คุณหมอต้นอธิบาย "แต่หมายถึงการที่เรายอมรับความรู้สึกนั้น โดยไม่ไปยึดติดกับมัน ไม่ปล่อยให้มันมาครอบงำเราทั้งหมด" เขาหยิบดินสอของแพรขึ้นมา "ลองจินตนาการว่า ความเบื่อมันเหมือนกับดินสอแท่งนี้" เขาถือดินสอขึ้นมา "ตอนนี้มันอยู่ในมือแพรใช่ไหม ถ้าแพรอยากจะทำการบ้านต่อ แพรก็ต้องวางดินสอแท่งนี้ลงก่อน แล้วค่อยหยิบมันขึ้นมาใหม่เมื่อพร้อม"
แพรเงยหน้ามองพ่อ ดวงตาเริ่มมีประกาย "เหมือนกับว่า... หนูไม่ต้องไปพยายาม 'กำจัด' ความเบื่อ แต่แค่ 'วาง' มันลงชั่วคราวใช่ไหมคะ"
"ถูกต้องเลยลูก" คุณหมอต้นยิ้ม "แล้วเมื่อไหร่ที่แพรรู้สึกพร้อม หรือเมื่อไหร่ที่การบ้านมันเริ่มน่าสนใจขึ้น แพรค่อยกลับมาหยิบ 'ดินสอแห่งความตั้งใจ' ของแพรขึ้นมาใหม่"
แพรพยักหน้าหงึกๆ สีหน้าดูผ่อนคลายขึ้นกว่าเดิม "หนูลองทำตามที่พ่อบอกดูนะคะพ่อ"
"ดีมากเลยลูก" คุณหมอต้นลูบหัวลูกสาวอีกครั้ง "แล้วถ้าแพรรู้สึกไม่ไหว หรือมีอะไรอยากปรึกษาพ่ออีก พ่อก็พร้อมเสมอ"
ค่ำคืนนั้น คุณหมอต้นรู้สึกอบอุ่นหัวใจ เขาได้เห็นว่าหลักธรรม ไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดนามธรรมที่ใช้ได้เฉพาะในวัดหรือในห้องบำบัดเท่านั้น แต่สามารถนำมาปรับใช้กับสถานการณ์ในชีวิตประจำวันได้อย่างง่ายดาย การสอนลูกสาวให้รู้จักการยอมรับความรู้สึก และการจัดการกับอารมณ์ที่ไม่พึงประสงค์ เป็นอีกก้าวหนึ่งที่คุณหมอต้นได้เห็นถึงพลังแห่งการเยียวยาด้วยธรรมะอย่างแท้จริง เขาหวังว่าแพรจะเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่เข้มแข็งทางจิตใจ สามารถเผชิญหน้ากับปัญหาต่างๆ ในชีวิตได้อย่างมีสติและสงบ
4,370 ตัวอักษร