ตอนที่ 4 — ความจริงอันเจ็บปวดปรากฏ
สมชายยืนนิ่งไปครู่หนึ่ง ใบหน้าของเขาฉายแววลำบากใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้นเสียงเบา "เรื่องแก้ว... ยังไม่มีข่าวคราวอะไรเลยอรุณ ฉันพยายามตามหามาตลอด แต่ก็เหมือนงมเข็มในมหาสมุทร"
อรุณถอนหายใจยาว เขาคาดไว้แล้ว แต่การได้ยินเช่นนี้จากปากเพื่อนสนิท ก็ยังคงทำให้หัวใจห่อเหี่ยวลงไปอีก "ไม่เป็นไร ขอบใจมากที่พยายามนะ"
"ฉันเสียใจด้วยจริงๆ" สมชายพูด "แต่ฉันก็อยากบอกนายว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ฉันจะอยู่ตรงนี้เสมอ"
ปิ่นอนงค์มองเห็นความเศร้าสร้อยบนใบหน้าของอรุณ จึงเดินเข้าไปใกล้ "คุณอาคะ อย่าเพิ่งคิดมากนะคะ" เธอวางมือลงบนแขนของเขาเบาๆ "บางที... เรื่องราวอาจจะไม่ได้เลวร้ายอย่างที่เราคิดก็ได้"
อรุณหันไปมองปิ่นอนงค์ รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า "ขอบใจนะปิ่น" เขาหันกลับมาทางสมชาย "แล้วเรื่องคดีล่ะ มีความคืบหน้าอะไรบ้างไหม"
สมชายส่ายหน้า "คดีก็ยังคงเหมือนเดิม พวกนักสืบพยายามเต็มที่แล้ว แต่หลักฐานมันน้อยมาก จนแทบจะไม่มีอะไรเลย"
"แล้ว... พวกเขาคิดว่ายังไง" อรุณถามเสียงเครียด "ใครคือผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้"
"เรื่องนี้มันซับซ้อนมากอรุณ" สมชายอธิบาย "มีหลายคนที่อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ก็ไม่มีใครมีหลักฐานชัดเจนพอที่จะเอาผิดได้เลย พวกเขาแค่สงสัย และบางคนก็มีเหตุผลที่น่าเชื่อถือ แต่ก็ยังไม่ใช่ข้อสรุป"
"ฉันไม่เข้าใจ" อรุณขมวดคิ้ว "ทำไมมันถึงได้ยุ่งยากขนาดนี้"
"มันคือการเมืองอรุณ" สมชายกล่าว "อำนาจ เงินตรา มันเป็นสิ่งที่ทำให้คนทำเรื่องที่เลวร้ายได้ โดยไม่รู้สึกผิดชอบชั่วดี"
ปิ่นอนงค์ได้ยินดังนั้นก็หน้าซีดลงเล็กน้อย เธอรู้ว่าอรุณกำลังพยายามหลีกหนีจากโลกแห่งอดีต แต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นก็เป็นสิ่งที่ตัดกันไม่ขาด
"ฉัน... ฉันไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้อีกแล้ว" อรุณพูดเสียงหนักแน่น "ฉันอยากใช้ชีวิตอย่างสงบ"
"ฉันเข้าใจ" สมชายพยักหน้า "แต่บางที การเผชิญหน้ากับความจริง ก็อาจจะเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้เราหลุดพ้นได้นะ"
"แต่ผมก็กำลังพยายามอยู่นี่ครับ" อรุณกล่าว "ผมกำลังฝึกสติ ผมกำลังเรียนรู้ที่จะปล่อยวาง"
"ฉันรู้ ฉันเห็น" สมชายตอบ "และฉันก็ดีใจที่เห็นนายก้าวเดินมาถึงจุดนี้ แต่นายก็ต้องยอมรับด้วยว่า เรื่องที่เกิดขึ้นกับแก้ว มันส่งผลกระทบต่อชีวิตของคนอื่นอีกมากมาย"
"ผมรู้ครับ" อรุณตอบ "แต่ผมทำอะไรไม่ได้จริงๆ"
"อาจจะทำได้ก็ได้" สมชายพูดขึ้น "บางที การที่เราได้รู้ความจริงทั้งหมด อาจจะช่วยให้เราทำบางสิ่งบางอย่างได้"
อรุณมองหน้าสมชาย เขาเห็นแววตาที่จริงจังของเพื่อน
"มีอะไร นายกำลังจะบอกอะไรฉันใช่ไหม" อรุณถาม
สมชายลังเลเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจ "จริงๆ แล้ว... ฉันได้รับข้อมูลบางอย่างมาเมื่อคืนนี้"
"ข้อมูลอะไร" อรุณถามเสียงกระตือรือร้น
"เป็นข้อมูลที่ค่อนข้างจะ... อันตราย" สมชายกล่าว "มันเป็นข้อมูลที่เกี่ยวกับต้นตอของเรื่องราวทั้งหมด"
"บอกฉันมาสิ สมชาย" อรุณเร่ง
"ข้อมูลนี้มาจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ" สมชายอธิบาย "เขาบอกว่า... แก้วไม่ได้เสียชีวิตอย่างอุบัติเหตุ"
หัวใจของอรุณกระตุกวูบ เขาหันไปมองสมชายด้วยความตกตะลึง
"เขาบอกว่า... แก้วถูกฆาตกรรม" สมชายพูดเสียงเบา
ปิ่นอนงค์ร้องอุทานออกมาเบาๆ เธอรีบจับแขนอรุณไว้แน่น
"อะไรนะ!" อรุณอุทาน "ฆาตกรรม... ใคร... แล้วทำไม..."
"ข้อมูลที่ฉันได้มา บอกว่า... คนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ คือ... ท่านประธานบริษัทของเรานั่นแหละ" สมชายกล่าว
คำพูดของสมชายเหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจของอรุณ ท่านประธาน... คนที่เขาเคยเคารพนับถือ คนที่เขาเคยร่วมงานด้วยมานานหลายปี จะเป็นฆาตกรได้อย่างไร
"เป็นไปไม่ได้" อรุณส่ายหน้า "นายแน่ใจนะ สมชาย"
"ฉันก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกัน" สมชายตอบ "แต่แหล่งข่าวของฉันเป็นคนที่เคยทำงานใกล้ชิดกับท่านประธานมานาน และเขาก็มีหลักฐานบางอย่างที่ชี้ไปในทิศทางนั้น"
"หลักฐานอะไร" อรุณถามเสียงสั่นเครือ
"เขาบอกว่า... แก้วกำลังจะเปิดโปงการทุจริตครั้งใหญ่ของท่านประธาน" สมชายอธิบาย "และท่านประธานก็กลัวว่าเรื่องนี้จะกระทบถึงตำแหน่งและชื่อเสียงของเขา เลยตัดสินใจ... กำจัดแก้วทิ้ง"
ความรู้สึกต่างๆ ท่วมท้นอรุณ ทั้งความโกรธ ความเสียใจ และความสับสน เขารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังจะพังทลายลง
"แล้ว... หลักฐานที่ว่าน่ะ คืออะไร" อรุณถาม
"ฉันกำลังพยายามขอหลักฐานชิ้นนั้นมา" สมชายกล่าว "แต่แหล่งข่าวก็บอกว่า มันอันตรายมาก ถ้าหากเรื่องนี้รั่วไหลออกไป"
"อันตรายมากแค่ไหน" อรุณถาม
"อันตรายถึงชีวิต" สมชายตอบ "ถ้าหากท่านประธานรู้ว่ามีคนพยายามจะเปิดโปงเขา เขาจะไม่ลังเลที่จะกำจัดทุกคนที่ขวางทาง"
อรุณมองไปที่ปิ่นอนงค์ เธอหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ
"ฉัน... ฉันจะทำอย่างไรดี" อรุณพึมพำ
"นายต้องตัดสินใจเองอรุณ" สมชายกล่าว "นายจะเลือกที่จะอยู่เฉยๆ ปล่อยให้คนชั่วลอยนวล หรือจะสู้เพื่อความยุติธรรม"
"แต่ผม... ผมก็กำลังฝึกสติอยู่" อรุณกล่าว "ผมกำลังพยายามปล่อยวาง"
"การปล่อยวาง ไม่ได้หมายถึงการยอมจำนนนะอรุณ" สมชายกล่าว "บางที การที่เราได้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง ก็อาจจะเป็นการปล่อยวางอย่างแท้จริงก็ได้"
อรุณมองออกไปนอกหน้าต่าง เขาเห็นแสงแดดที่สาดส่องเข้ามา แต่ในใจกลับรู้สึกมืดมิด เขามองเห็นเปลวเทียนที่เคยจุดไว้บนหิ้งบูชา มันสว่างไสว แต่ก็กำลังจะหมดไป
"ฉัน... ฉันไม่รู้" อรุณพูดเสียงแผ่วเบา "ฉันสับสนไปหมดแล้ว"
"ไม่เป็นไร" สมชายตบไหล่เขาเบาๆ "ฉันจะช่วยนายเอง"
ปิ่นอนงค์กอดแขนอรุณแน่น "ไม่ว่าคุณอาจะตัดสินใจอย่างไร หนูจะอยู่เคียงข้างเสมอค่ะ"
อรุณมองดูทั้งสองคน ความรู้สึกอบอุ่นใจเล็กๆ เกิดขึ้นท่ามกลางความสับสน เขาตระหนักดีว่า ชีวิตของเขาได้มาถึงจุดที่ต้องตัดสินใจครั้งสำคัญอีกครั้ง การปล่อยวางจากความทุกข์ อาจจะไม่ใช่การหนี แต่คือการเผชิญหน้าอย่างกล้าหาญ
4,438 ตัวอักษร