ตอนที่ 10 — การเผชิญหน้ากับความเจ็บป่วย
พระภัททะนั่งอยู่ริมหน้าต่างรถไฟ ภาพทิวทัศน์นอกหน้าต่างเลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ต้นไม้ทุ่งนาบ้านเรือนสลับกันไปมา เป็นภาพที่คุ้นตาแต่ก็ให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไปในครั้งนี้ ทุกสรรพสิ่งล้วนเคลื่อนไหวไปตามกาลเวลา เช่นเดียวกับชีวิตของมนุษย์ที่ไม่อาจหยุดนิ่งได้ การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเดินทางทางกายภาพ แต่เป็นการเดินทางเพื่อเผชิญหน้ากับความเป็นจริงอีกด้านหนึ่งของชีวิต การเดินทางที่จะนำพาเขาไปสู่การเผชิญหน้ากับความเจ็บป่วยของมารดา การเผชิญหน้ากับความรู้สึกผิด ความกังวล และความไม่แน่นอนของชีวิต
"ทุกสิ่งล้วนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป" พระภัททะพึมพำกับตัวเองอีกครั้ง เขาหลับตาลง หายใจเข้าลึกๆ และเริ่มเจริญสติ นึกถึงลมหายใจที่เข้าออกอย่างสม่ำเสมอ สติสัมปชัญญะเริ่มกลับคืนมา ความวุ่นวายในจิตใจเริ่มสงบลง เขาตั้งมั่นอยู่ในปัจจุบันขณะ รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนของขบวนรถไฟ รู้สึกถึงสัมผัสของผ้าจีวรบนผิวหนัง รู้สึกถึงเสียงต่างๆ ที่ดังเข้ามาในโสตประสาท
เมื่อรถไฟจอดเทียบชานชาลาสถานีปลายทาง พระภัททะก็ลุกขึ้นยืน จัดแจงสัมภาระในย่ามด้วยความเรียบร้อย เขาเดินออกจากสถานีรถไฟ สู่บรรยากาศที่คุ้นเคยแต่ก็รู้สึกแปลกแยกไปจากเดิมเล็กน้อย อากาศร้อนอบอ้าวของเมืองหลวงปะทะเข้ากับผิวหน้า เสียงจอแจของผู้คน เสียงแตรของรถยนต์ที่ดังระงม เป็นภาพและเสียงที่ตรงกันข้ามกับความสงบภายในวัดอย่างสิ้นเชิง
เขาตรงไปยังโรงพยาบาลทันที หัวใจเต้นระรัวด้วยความกังวลผสมผสานกับความตื่นเต้น เมื่อมาถึงห้องพักผู้ป่วยของมารดา พระภัททะก็หยุดชะงักอยู่หน้าประตูเพียงครู่หนึ่ง เขาเพ่งสมาธิ เจริญสติ ระลึกถึงคำสอนของหลวงตาบุญมา "การเผชิญหน้ากับความทุกข์ ย่อมดีกว่าการหนีมัน" เขาค่อยๆ ผลักประตูเข้าไป
ภาพแรกที่เห็นคือมารดานอนอยู่บนเตียงผู้ป่วย ใบหน้าซีดเซียว เส้นผมขาวบางส่วนที่เคยจัดแต่งไว้อย่างเรียบร้อย บัดนี้กลับยุ่งเหยิง ดวงตาของท่านดูอิดโรย แต่เมื่อเห็นพระภัททะ ท่านก็เบิกตากว้างขึ้นด้วยความประหลาดใจ
"ภัททะ...ลูกมาแล้วเหรอ" เสียงของมารดาแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยความยินดี
พระภัททะรีบเดินเข้าไปหา ย่อตัวลงกราบที่มือของมารดา "กระผมมาแล้วครับคุณแม่"
"ลูก...ลูกไม่ต้องห่วงนะ" มารดาพูดพลางลูบศีรษะของพระภัททะ "แม่สบายดี...แม่แค่...แค่ไม่สบายหน่อย"
"คุณแม่ครับ...อย่าเพิ่งพูดมากเลยนะครับ" พระภัททะกล่าว "ผมจะคอยดูแลคุณแม่อย่างใกล้ชิดเอง"
เขาเห็นสายน้ำเกลือที่ระโยงระยาง สายวัดต่างๆ ที่ต่อเข้ากับเครื่องมือแพทย์ ภาพเหล่านั้นทำให้หัวใจของพระภัททะบีบรัดด้วยความเจ็บปวด เขาพยายามเก็บกักน้ำตาไว้ ไม่ให้ไหลออกมาต่อหน้ามารดา
"คุณหมอบอกว่า...คุณแม่ต้องพักผ่อนเยอะๆ นะครับ" พระภัททะพูด พยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด "ส่วนค่ารักษาพยาบาล...ผมได้จัดการเรียบร้อยแล้วครับ"
"ลูก...ลูกหาเงินมาจากไหน" มารดาถามด้วยความสงสัย "ตอนที่ลูกบอกว่าจะบวช แม่ก็เป็นห่วง...กลัวว่าลูกจะลำบาก..."
"กระผมได้รับการช่วยเหลือจากผู้มีจิตเมตตาครับคุณแม่" พระภัททะตอบ "และกระผมก็ได้บอกบุญไป...ผู้คนก็เมตตาบริจาคให้ครับ"
"ดีแล้ว...ดีแล้วลูก" มารดาพยักหน้าอย่างอ่อนแรง "ลูกเป็นคนดี...มีความกตัญญู...แม่ภูมิใจในตัวลูกนะ"
คำพูดนั้นทำให้พระภัททะรู้สึกตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก เขาจับมือของมารดาไว้แน่น สัมผัสได้ถึงความอ่อนแรง แต่ก็สัมผัสได้ถึงความรักที่ส่งผ่านมา
"คุณแม่ครับ...ผมจะขอพักอยู่กับคุณแม่สักระยะนะครับ" พระภัททะกล่าว "ผมอยากจะคอยดูแลป้อนข้าวป้อนน้ำ...อ่านหนังสือให้คุณแม่ฟัง"
"ดีสิลูก...ดีที่สุดเลย" มารดากล่าว "ถ้าลูกอยู่ข้างๆ แม่...แม่ก็จะรู้สึกมีกำลังใจมากขึ้น"
หลังจากพูดคุยกันไม่นาน มารดาก็เริ่มอ่อนเพลีย พระภัททะจึงขอตัวออกมานั่งที่ม้านั่งนอกห้องพักผู้ป่วย เขาถอนหายใจยาว ความรู้สึกที่อัดอั้นมานานค่อยๆ ผุดขึ้นมา เขาหยิบย่ามออกมา นั่งลงบนม้านั่ง แล้วเริ่มเข้าสู่การภาวนาอีกครั้ง
"ทุกสิ่งล้วนไม่แน่นอน" เขาคิด "ความเจ็บป่วยก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต"
เขาตั้งสติ นึกถึงลมหายใจ ไม่นานนัก ความสงบก็กลับคืนมา เขาตัดสินใจที่จะใช้เวลาในช่วงที่อยู่กับมารดาให้เป็นประโยชน์สูงสุด ทั้งการปรนนิบัติท่าน และการฝึกฝนจิตใจของตนเอง
"การดูแลมารดา ก็คือการปฏิบัติธรรมรูปแบบหนึ่ง" เขาคิด "เป็นโอกาสที่จะฝึกความอดทน ความเมตตา และความไม่ยึดติด"
เมื่อความกังวลเริ่มคลี่คลายลง พระภัททะก็ลุกขึ้น เดินกลับเข้าไปในห้องพักของมารดา เขาเห็นพยาบาลกำลังเข้ามาตรวจอาการ และให้ยา
"สวัสดีครับ" พระภัททะกล่าวกับพยาบาล
"สวัสดีค่ะ คุณแม่ท่านนี้อาการดีขึ้นนะคะ" พยาบาลกล่าว "ทานอาหารได้แล้ว และก็ดูสดใสขึ้นด้วย"
"เป็นเพราะมีลูกชายมาดูแลค่ะ" มารดาพูดเสริม
พระภัททะยิ้มรับ เขารู้สึกขอบคุณในความเมตตาของพยาบาล และขอบคุณในกำลังใจที่มารดามอบให้
"คุณหมอจะเข้ามาตรวจอาการช่วงบ่ายนะครับ" พยาบาลกล่าว "ถ้ามีอะไรฉุกเฉิน เรียกพยาบาลได้ตลอดเวลานะคะ"
"ขอบคุณครับ" พระภัททะกล่าว
หลังจากพยาบาลออกไป พระภัททะก็หยิบหนังสือสวดมนต์เล่มเล็กออกมาจากย่าม เขาค่อยๆ เปิดอ่าน และเริ่มสวดมนต์เสียงเบาๆ เพื่อสร้างบรรยากาศที่สงบภายในห้องพัก
"บทสวดนี้...ช่วยให้แม่รู้สึกผ่อนคลายขึ้นนะ" มารดากล่าว
"กระผมคิดว่า...การสวดมนต์ จะช่วยให้จิตใจสงบ และมีกำลังใจมากขึ้นครับคุณแม่" พระภัททะตอบ
เขาอ่านบทสวดมนต์ต่อไป เสียงสวดมนต์ที่ราบเรียบและอ่อนโยน คลอเคล้าไปกับเสียงเครื่องช่วยหายใจ และเสียงพัดลมที่พัดเอื่อยๆ บรรยากาศภายในห้องเริ่มมีความสงบขึ้นเรื่อยๆ
พระภัททะตัดสินใจที่จะใช้เวลาทุกนาทีที่มีอยู่ให้คุ้มค่าที่สุด การดูแลมารดาไม่ใช่ภาระ แต่เป็นโอกาสอันดีงามที่จะตอบแทนบุญคุณ และฝึกฝนจิตใจไปพร้อมๆ กัน
เขาได้เรียนรู้ว่า การเผชิญหน้ากับความเจ็บป่วยของคนที่รักนั้น เป็นบททดสอบที่ยิ่งใหญ่ แต่ก็เป็นบททดสอบที่สามารถนำพาไปสู่ความเข้าใจชีวิตที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นได้
"ทุกอย่างที่เกิดขึ้น...มีเหตุและมีผล" พระภัททะคิด "เราไม่อาจหลีกเลี่ยงมันได้ แต่เราสามารถเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันได้อย่างสงบ"
เขาตั้งมั่นในความดีงาม และความเพียรในการฝึกจิตใจ เพื่อที่จะเป็นกำลังสำคัญให้กับมารดา และเพื่อที่จะผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปให้ได้
4,889 ตัวอักษร