บทพิสูจน์ แห่ง สมถะ

ตอนที่ 11 / 35

ตอนที่ 11 — การรับมือกับคำตำหนิ

หลายวันผ่านไป พระภัททะยังคงปักหลักอยู่ที่โรงพยาบาล คอยดูแลปรนนิบัติมารดาอย่างใกล้ชิด เขาจัดเวลาส่วนหนึ่งในแต่ละวันสำหรับการภาวนา การสวดมนต์ และการอ่านหนังสือธรรมะ เพื่อรักษาความสงบภายในจิตใจ "วันนี้คุณแม่ดูสดใสขึ้นนะครับ" พระภัททะกล่าวขณะป้อนข้าวต้มให้มารดา "ก็เพราะมีลูกอยู่ข้างๆ นี่แหละ" มารดาตอบ "แม่มีกำลังใจขึ้นเยอะเลย" "คุณหมอบอกว่า...อาการของคุณแม่ดีขึ้นเรื่อยๆ นะครับ" พระภัททะเสริม "อีกไม่นานก็คงจะได้กลับบ้านแล้ว" "จริงเหรอลูก" มารดาถามด้วยความดีใจ "ครับคุณแม่" พระภัททะยิ้ม "คุณหมอท่านชมคุณแม่ด้วยนะครับว่า เป็นผู้ป่วยที่เข้มแข็งมาก" ขณะที่กำลังสนทนากันอยู่นั้น ประตูห้องพักผู้ป่วยก็ถูกเปิดออกอย่างแรง หญิงวัยกลางคนท่าทางหงุดหงิดก้าวเข้ามา พร้อมกับชายหนุ่มที่เดินตามมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย "นี่มันอะไรกัน! ท่านเจ้าอาวาสวัดนั้น เขาบอกว่าลูกชายคุณบวชเป็นพระ แล้วมาอยู่ที่นี่ทำไม" หญิงวัยกลางคนถามเสียงดัง พระภัททะมองตามเสียงด้วยความแปลกใจ ก่อนจะหันไปมองมารดาที่เริ่มมีสีหน้ากังวล "โยม...เข้ามาทำอะไรที่นี่" มารดาถามเสียงแผ่ว "ดิฉันเป็นญาติของคุณ...มาดูว่าทำไมถึงได้มีเรื่องอื้อฉาวแบบนี้" หญิงวัยกลางคนพูด "เห็นเขาบอกว่าลูกชายคุณบวชแล้วมาอยู่กับผู้หญิงที่โรงพยาบาล...แถมยังมาทำเรื่องวุ่นวายอีก" พระภัททะรู้สึกถึงความไม่สบายใจที่ก่อตัวขึ้น แต่เขาก็พยายามระงับอารมณ์ไว้ นึกถึงคำสอนเรื่องการไม่ถือโทษโกรธเคือง "โยม...โปรดเข้าใจผิดแล้ว" พระภัททะกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สงบนิ่ง "อาตมาภาพบวชเป็นพระภิกษุจริง และกำลังดูแลมารดาที่กำลังป่วย" "บวชแล้วก็เป็นพระสิ! มาอยู่ที่นี่ทำไม" หญิงวัยกลางคนยังคงกล่าวหา "แถมยังไปสร้างความเดือดร้อนให้วัดอีก! เขาบอกว่าลูกชายคุณไปเรี่ยไรเงินจนเป็นข่าวใหญ่โต! เป็นถึงพระไปทำแบบนั้นได้ยังไง!" คำพูดเหล่านั้นยิ่งทำให้บรรยากาศในห้องตึงเครียดขึ้น มารดาเริ่มมีสีหน้าซีดเผือด พระภัททะมองเห็นอาการของมารดา จึงรีบกล่าว "โยม...เรื่องที่เกิดขึ้นนั้น มีความเข้าใจผิดอยู่มาก" พระภัททะอธิบาย "อาตมาภาพไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้วัด แต่กำลังรักษาชีวิตของมารดา" "รักษาชีวิต? ด้วยการไปขอทานคนอื่นอย่างนั้นเหรอ!" หญิงวัยกลางคนยังคงใช้น้ำเสียงตำหนิ "เป็นพระที่ดีเขาไม่ทำกันนะ! เสียชื่อเสียงหมด!" พระภัททะหลับตาลง หายใจเข้าลึกๆ พยายามดึงสติกลับมา "อาตมาภาพไม่ได้ขอทาน โยม" "แล้วมันคืออะไร! ค่ารักษาพยาบาลเป็นแสนๆ เป็นล้านๆ! ลูกชายคุณเอาเงินจากไหนมาจ่าย! เขาไม่ได้ไปขอทานมา แล้วจะเอาเงินมาจากไหน!" "อาตมาภาพได้รับการช่วยเหลือจากผู้มีจิตเมตตา โยม" พระภัททะตอบ "เป็นไปตามหลักการของการบอกบุญ และการทำบุญร่วมกัน" "บอกบุญ! นั่นแหละคือการขอทาน!" หญิงวัยกลางคนตะโกน "เป็นพระแล้วต้องสงเคราะห์โลกสิ! ไม่ใช่สงเคราะห์ตัวเอง!" "การสงเคราะห์โลก...ย่อมรวมถึงการดูแลบุพการีด้วย" พระภัททะกล่าว "และอาตมาภาพก็เชื่อว่า การช่วยเหลือมารดาของอาตมาภาพ...ย่อมเป็นกุศล" "กุศลบ้านคุณสิ! เป็นพระแล้วควรจะละกิเลส! ละเรื่องทางโลก! มายุ่งเกี่ยวกับเงินทองแบบนี้ได้ยังไง!" พระภัททะเงียบไป เขาพยายามไม่ตอบโต้ด้วยอารมณ์ เขาเห็นมารดาเริ่มหอบหายใจแรงขึ้น "คุณแม่...ใจเย็นๆ นะครับ" พระภัททะกล่าวกับมารดา "นี่! อย่ามาทำเป็นบีบคั้นทางอารมณ์นะ!" หญิงวัยกลางคนกล่าว "ฉันมาที่นี่เพื่อจะบอกให้รู้ว่า...เรื่องที่คุณทำมันไม่ถูกต้อง! ถ้ายังเป็นพระอยู่ ก็ควรจะไปอยู่ที่วัด! อย่ามาสร้างความเสื่อมเสียแบบนี้!" ชายหนุ่มที่มาด้วยกัน ซึ่งยืนเงียบมาตลอด ก็เอ่ยขึ้นมาบ้าง "พี่...พอแล้ว" เขาพูดเสียงเรียบ "เรากลับกันเถอะ" "ยัง! ฉันยังพูดไม่จบ!" หญิงวัยกลางคนยังคงยืนกราน "นี่มันเรื่องเสียหายใหญ่โตนะ! ต้องจัดการให้ถูกต้อง!" พระภัททะตัดสินใจที่จะพูดให้ชัดเจนอีกครั้ง "โยม...อาตมาภาพเข้าใจว่าโยมอาจจะมีความไม่สบายใจ แต่ขอให้โยมรับฟังอาตมาภาพก่อน" "มีอะไรจะแก้ตัวอีก!" "อาตมาภาพไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้วัด" พระภัททะกล่าว "แต่ได้รับความช่วยเหลือจากผู้คน...ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นญาติโยมที่รู้จักมารดาของอาตมาภาพ" "แล้วไง! การเรี่ยไรเงินแบบนั้นมันเป็นเรื่องไม่เหมาะสมสำหรับพระ!" "การเรี่ยไรเงิน...เกิดขึ้นเมื่อถึงคราวจำเป็นจริงๆ" พระภัททะอธิบาย "เมื่อชีวิตของมารดากำลังตกอยู่ในอันตราย และเงินที่มีอยู่ไม่เพียงพอ" "แล้วทำไมไม่ไปขอความช่วยเหลือจากญาติๆ คนอื่นล่ะ! ทำไมต้องไปขอเงินจากคนแปลกหน้า!" "ญาติๆ บางส่วนก็ช่วยเหลือแล้วครับโยม" พระภัททะตอบ "แต่ก็ยังไม่เพียงพอ" "แล้วก็ไปขอจากคนอื่นเนี่ยนะ! เป็นการทำที่ไม่ถูกต้อง!" พระภัททะถอนหายใจ "อาตมาภาพ...ยอมรับในความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นจากวิธีการ...แต่เจตนาของอาตมาภาพคือ...ต้องการรักษาชีวิตของมารดา" "เจตนาดี...แต่การกระทำผิด...มันก็คือผิด!" หญิงวัยกลางคนยังคงยืนกราน "พี่...พอเถอะ" ชายหนุ่มพูดอีกครั้ง "เรามาดูอาการคุณป้าก่อนดีกว่า" หญิงวัยกลางคนมองพระภัททะด้วยสายตาตำหนิ ก่อนจะหันไปมองมารดาที่เริ่มมีน้ำตาคลอ "คุณป้า...เป็นยังไงบ้างคะ" เธอถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อย แต่ก็ยังคงมีความไม่พอใจแฝงอยู่ "แม่...ไม่เป็นไร" มารดากล่าวเสียงสั่น พระภัททะรู้สึกถึงความเหนื่อยล้าที่ถาโถมเข้ามา การต้องเผชิญหน้ากับความเข้าใจผิด และคำตำหนิ เป็นเรื่องที่หนักหนาไม่น้อย "อาตมาภาพ...จะขอน้อมรับทุกคำติชม" พระภัททะกล่าว "หากมีสิ่งใดที่อาตมาภาพปฏิบัติไปแล้วไม่เหมาะสม...อาตมาภาพก็จะนำไปปรับปรุงแก้ไข" "ปรับปรุงแก้ไขอะไร! เลิกบวชไปซะก็จบเรื่อง!" หญิงวัยกลางคนกล่าว คำพูดนั้นทำให้พระภัททะสะท้านไปทั้งตัว เขาหลับตาลงอีกครั้ง นึกถึงคำสอนของหลวงตาบุญมา "กิเลส...มันจะคอยบั่นทอนเราอยู่เสมอ" "ถ้ามีคนมาตำหนิเรา...เราก็ต้องพิจารณาว่า...คำตำหนินั้น...มีส่วนใดเป็นจริงบ้าง" "ถ้าเป็นความจริง...เราก็ควรน้อมรับและนำไปปรับปรุง" "แต่ถ้าเป็นความเข้าใจผิด...เราก็ต้องใช้สติ...ไม่ใช้อารมณ์...ในการอธิบาย" "และที่สำคัญที่สุด...คือการไม่ยึดติดในคำสรรเสริญ...และไม่ถือโทษโกรธเคืองในคำตำหนิ" พระภัททะลืมตาขึ้น มองหญิงวัยกลางคนด้วยแววตาที่สงบนิ่ง "อาตมาภาพ...จะยังคงดำรงอยู่ในสมณเพศต่อไป" พระภัททะกล่าว "เพราะนี่คือการปฏิบัติธรรม...และการทดสอบตนเอง" "การทดสอบตัวเอง...ในทุกสถานการณ์" "แม้แต่ในสถานการณ์ที่ถูกกล่าวหา...หรือถูกตำหนิ" "ขอให้โยม...อย่าได้เป็นกังวล" "อาตมาภาพ...จะตั้งมั่นในพระธรรมวินัย" "และจะดูแลมารดาให้ดีที่สุด" หญิงวัยกลางคนมองพระภัททะด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน อาจจะมีความสงสัย ความไม่เชื่อ หรืออาจจะมีความเห็นใจเล็กๆ น้อยๆ แฝงอยู่ "ฉัน...ฉันก็แค่อยากให้คุณป้าปลอดภัย" เธอพูดเสียงเบาลง "แล้วก็...ไม่อยากให้มีเรื่องเสียหายเกิดขึ้น" "อาตมาภาพ...รับทราบเจตนาของโยม" พระภัททะกล่าว "ขอบคุณที่มาเยี่ยมเยียน" ชายหนุ่มก้มศีรษะให้มารดาและพระภัททะ "ขอโทษด้วยนะครับ ที่ทำให้เสียบรรยากาศ" เขาพูด "เรากลับก่อนนะครับ" เมื่อทั้งสองคนออกไปจากห้องแล้ว มารดาก็ถอนหายใจยาว "แม่...ขอโทษนะลูก...ที่ทำให้ลูกต้องมาเจอเรื่องแบบนี้" "ไม่เป็นไรครับคุณแม่" พระภัททะกล่าว พร้อมกับจับมือมารดาอีกครั้ง "คุณแม่ไม่ต้องกังวลนะครับ" "เขา...เขาไม่เข้าใจเราเลย" มารดากล่าว "ไม่เป็นไรครับคุณแม่" พระภัททะย้ำ "ทุกอย่าง...มันมีเหตุและผลของมัน" "เรา...ไม่สามารถควบคุมความคิดของคนอื่นได้" "แต่เราสามารถควบคุม...การตอบสนองของเราเองได้" พระภัททะรู้สึกว่า การเผชิญหน้ากับคำตำหนิในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ ที่ทดสอบความเข้มแข็งทางจิตใจของเขา เขาได้เรียนรู้ว่า การเป็นพระ ไม่ได้หมายถึงการอยู่เหนือกิเลส หรือเหนือปัญหา แต่หมายถึงการมีเครื่องมือในการจัดการกับกิเลสและปัญหาเหล่านั้นต่างหาก

6,096 ตัวอักษร