บทพิสูจน์ แห่ง สมถะ

ตอนที่ 25 / 35

ตอนที่ 25 — การเริ่มต้นแห่งการเยียวยา

“ใช่ครับ กระผมเชื่อว่าเมื่อคุณได้ช่วยเหลือผู้อื่น คุณจะได้รับความสุขที่แท้จริงจากการให้” พระภัททะกล่าวต่อ น้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยความปรารถนาดี “การช่วยเหลือผู้อื่น ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องใหญ่โตเสมอไป บางครั้งเพียงการรับฟังด้วยความเข้าใจ หรือการให้กำลังใจเล็กๆ น้อยๆ ก็สามารถเปลี่ยนแปลงวันหนึ่งของใครบางคนให้ดีขึ้นได้แล้ว” สมชายพยักหน้าช้าๆ เขากำลังประมวลผลคำพูดของพระภัททะ ความคิดเรื่องการแก้แค้นที่เคยครอบงำจิตใจมานาน บัดนี้เริ่มจางหายไป ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ละเอียดอ่อนกว่านั้น ความรู้สึกที่เชื่อมโยงเขากับโลกภายนอกในอีกรูปแบบหนึ่ง “ผม...ไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดีครับ” สมชายสารภาพ “ผมไม่เคย...ไม่เคยคิดถึงเรื่องการช่วยเหลือใครมาก่อนเลย” หลวงตาบุญมาแย้มสรวล “ไม่ต้องเร่งรีบหรอกโยมสมชาย ทุกอย่างต้องค่อยเป็นค่อยไป การที่จะช่วยเหลือผู้อื่นได้นั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่เราต้องดูแลจิตใจของตนเองให้ดีเสียก่อน เมื่อจิตใจของเราสงบและมีกำลังแล้ว เราจึงจะสามารถส่งต่อพลังนั้นไปยังผู้อื่นได้” “แล้ว...ผมจะดูแลจิตใจของผมได้อย่างไรครับ” สมชายถามด้วยความสงสัย “กลับไปสู่หนทางแห่งสมถะอีกครั้ง” หลวงตาบุญมาตอบ “การเจริญสติ การสำรวมจิตให้แน่วแน่ การฝึกละวางสิ่งที่ไม่จำเป็น การหมั่นพิจารณาความเป็นไปของสรรพสิ่งเหล่านี้ ล้วนเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยเยียวยาจิตใจของคุณ” พระภัททะเสริม “อย่างที่กระผมเคยกล่าวไป การเดินจงกรม การกำหนดรู้ลมหายใจ การภาวนาในอิริยาบถต่างๆ เหล่านี้ ล้วนเป็นการฝึกฝนสติให้เข้มแข็งขึ้น เมื่อสติของเรามั่นคง เราก็จะสามารถมองเห็นความจริงของสิ่งต่างๆ ได้อย่างชัดเจน ไม่ถูกกิเลสตัณหาครอบงำ” สมชายเงียบไปครู่หนึ่ง เขาพยายามทำความเข้าใจในสิ่งที่พระทั้งสองท่านกล่าว เขาตระหนักดีว่าเส้นทางที่เขาเดินมาตลอดชีวิตนั้น เต็มไปด้วยความเร่าร้อนและความขัดแย้ง เขาได้ทำร้ายทั้งตัวเองและผู้อื่นมามากพอแล้ว และบัดนี้ เขากำลังมองหาหนทางที่จะแก้ไข “ผม...ผมจะลองดูครับ” สมชายกล่าวอย่างตั้งใจ “ผมอยากจะกลับไปฝึกการเดินจงกรมอีกครั้ง” “ดีแล้ว” หลวงตาบุญมากล่าว “เมื่อตัดสินใจแล้ว ก็จงทำด้วยความเพียร ความอดทน และความไม่ย่อท้อ” “ผมจะคอยเป็นกำลังใจให้คุณครับ” พระภัททะกล่าวเสริม บรรยากาศรอบตัวสมชายเริ่มเปลี่ยนไป ความอึดอัดที่เคยมีอยู่เริ่มจางหายไป แทนที่ด้วยความรู้สึกเบาบางและมีความหวัง เขาเดินออกจากศาลาไปด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไป จากที่เคยแบกรับภาระอันหนักอึ้ง ตอนนี้เขารู้สึกราวกับว่ามีน้ำหนักบางส่วนถูกยกออกไป วันเวลาต่อมา สมชายเริ่มกลับมาสู่กิจวัตรที่คุ้นเคยอีกครั้ง เขาตื่นนอนแต่เช้ามืด เพื่อออกไปเดินจงกรมในลานวัดที่เริ่มมีแสงแดดอ่อนๆ สาดส่องลงมา เขาเดินช้าๆ ก้าวเท้าอย่างมีสติ รับรู้ถึงสัมผัสของพื้นดินใต้ฝ่าเท้า การเคลื่อนไหวของร่างกาย และลมหายใจที่เข้าออก ในตอนแรก การเดินจงกรมยังคงเป็นเรื่องยากลำบาก ความคิดฟุ้งซ่านยังคงเข้ามาปะปนอยู่ตลอดเวลา ความทรงจำในอดีต ความรู้สึกผิด ความเสียใจ ยังคงผุดขึ้นมาเป็นระยะๆ แต่สมชายก็พยายามที่จะไม่ยึดติดกับมัน เขาพยายามดึงสติกลับมาอยู่ที่การก้าวเท้า การเคลื่อนไหว และลมหายใจ “นี่...มัน...ยาก...กว่า...ที่...คิด...จริงๆ...” สมชายพึมพำกับตัวเองขณะที่เหงื่อเริ่มไหลอาบแผ่นหลัง “ความคิด...มัน...ไม่...ยอม...หยุด...เลย...” เขาหยุดเดินชั่วครู่ หายใจลึกๆ พยายามตั้งสติอีกครั้ง “เอา...ล่ะ...สมชาย...ตั้ง...สติ...ใหม่...นะ...ใจ...เย็นๆ...” เขาเริ่มเดินอีกครั้ง คราวนี้เขาพยายามจดจ่อกับการก้าวเท้าแต่ละก้าวให้มากขึ้น เขาพยายามรู้สึกถึงแรงกดที่ปลายเท้า การยกเท้าขึ้น การก้าวไปข้างหน้า และการวางเท้าลง ทุกอย่างทำอย่างช้าๆ และตั้งใจ “แค่...การ...ก้าว...เท้า...ก็...มี...อะไร...ให้...รู้...ตั้ง...เยอะ...” สมชายคิดในใจ “ความ...รู้สึก...ของ...กล้าม...เนื้อ...การ...ทรง...ตัว...ลม...ที่...ปะทะ...ผิว...หนัง...” เมื่อเขาเดินไปเรื่อยๆ ความคิดที่ฟุ้งซ่านก็เริ่มค่อยๆ ลดน้อยลงไป เขาเริ่มสัมผัสได้ถึงความสงบที่เกิดขึ้นภายในจิตใจ ความเงียบที่ค่อยๆ แทรกซึมเข้ามาแทนที่เสียงรบกวนต่างๆ “มัน...ใช่...จริงๆ...ด้วย...” สมชายพึมพำ “การ...อยู่...กับ...ปัจจุบัน...มัน...ช่วย...ให้...เรา...ไม่...ต้อง...ไป...แบก...เรื่อง...ราว...ใน...อดีต...” เขาเดินจงกรมต่อไปจนกระทั่งพระอาทิตย์ขึ้นเต็มดวง สาดแสงสีทองอาบไล้ไปทั่วบริเวณวัด ความเหนื่อยล้าทางร่างกายมีอยู่บ้าง แต่ความรู้สึกสดชื่นทางจิตใจนั้นมีมากกว่า หลังจากนั้น สมชายก็เริ่มใช้เวลาส่วนใหญ่ในการฝึกสมาธิและเดินจงกรม เขาพบว่าการได้อยู่กับตัวเองอย่างแท้จริง การได้ฝึกฝนจิตใจให้สงบนั้น เป็นสิ่งที่เยียวยาบาดแผลภายในใจเขาได้ดีที่สุด “คุณสมชาย วันนี้ดูผ่องใสขึ้นนะครับ” พระภัททะทักทายเมื่อเจอกันที่โรงครัว สมชายยิ้มรับ “ก็...ดีขึ้น...ครับ...หลวงพี่...ผม...พยายาม...จะ...อยู่...กับ...ปัจจุบัน...ให้...มาก...ขึ้น...” “นั่น...เป็น...สิ่ง...ที่ดี...มาก...ครับ” พระภัททะกล่าว “การ...รู้...ตัว...อยู่...เสมอ...ว่า...เรา...กำลัง...ทำ...อะไร...คิด...อะไร...รู้สึก...อะไร...มัน...จะ...ช่วย...ให้...เรา...ไม่...หลง...ไป...กับ...อารมณ์...ต่างๆ...” “ผม...เคย...คิด...ว่า...การ...ปล่อย...วาง...มัน...คือ...การ...ลืม...หรือ...การ...ยอม...แพ้...” สมชายกล่าว “แต่...พอ...มา...ได้...ฝึก...จริงๆ...ผม...ถึง...ได้...รู้...ว่า...มัน...คือ...การ...ยอม...รับ...ความ...เป็น...จริง...แล้ว...ก็...ไม่...ไป...ยึด...ติด...กับ...มัน...” “ถูกต้อง...ครับ” พระภัททะพยักหน้า “การ...ปล่อย...วาง...ไม่ใช่...การ...หนี...ปัญหา...แต่...คือ...การ...เผชิญ...หน้า...กับ...มัน...ด้วย...สติ...และ...ปัญญา...” สมชายรู้สึกว่าเขากำลังก้าวไปสู่จุดที่สำคัญของการเยียวยาตนเอง เขาไม่ได้ต้องการที่จะแก้แค้นใครอีกต่อไปแล้ว ความปรารถนาที่จะสร้างสรรค์สิ่งดีๆ และช่วยเหลือผู้อื่นเริ่มก่อตัวขึ้นในจิตใจของเขาอย่างมั่นคง

4,775 ตัวอักษร