ตอนที่ 6 — บททดสอบแห่งศรัทธา
พระภัททะถูกพาตัวไปยังสถานีตำรวจรถไฟเพื่อทำการสอบสวน ชายที่กล่าวหาเขาได้ยืนกรานว่าเขาเป็นพระปลอม และพยายามหลอกลวงประชาชน ทำให้บรรยากาศภายในห้องสอบสวนเต็มไปด้วยความตึงเครียด
"คุณแน่ใจหรือว่าคุณเป็นพระสงฆ์จริง" เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบถามด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความไม่เชื่อ
"กระผมเป็นพระจริงครับท่าน" พระภัททะตอบเสียงเรียบ พยายามรวบรวมสติ "แต่กระผมไม่ได้พกใบสุทธิมาด้วยในวันนี้"
"แล้วทำไมถึงไปเรี่ยไรเงินตามที่สาธารณะ" เจ้าหน้าที่อีกคนถาม
"มารดาของกระผมป่วยหนักอยู่ที่โรงพยาบาล ค่ารักษาพยาบาลสูงมาก" พระภัททะอธิบาย "กระผมพยายามหาทางช่วยเหลือมารดาของกระผมเท่าที่ทำได้"
ชายที่กล่าวหาเขาอยู่ตลอดเวลา เริ่มพูดขึ้นอีกครั้ง "เห็นไหมครับท่าน! มันก็แค่ข้ออ้าง! มันโกหกทั้งเพ!"
พระภัททะหลับตาลง เขาพยายามดึงจิตกลับมาสู่ลมหายใจ แต่ก็ทำได้ยากยิ่งนัก ความคิดฟุ้งซ่านวิ่งวนอยู่ในหัว ความอับอาย ความโกรธ และความท้อแท้ถาโถมเข้ามา
"ผมไม่มีเจตนาที่จะหลอกลวงใครทั้งสิ้นครับ" พระภัททะกล่าว "ผมเพียงแค่ต้องการหาเงินมารักษาแม่ของผม"
เจ้าหน้าที่ตำรวจมองเอกสารที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น ซึ่งตกมาจากย่ามของพระภัททะ เขามีท่าทีลังเลเล็กน้อย
"เอกสารพวกนี้คืออะไร" ตำรวจหยิบขึ้นมาดู
"นั่นคือเอกสารที่อธิบายอาการป่วยของมารดาของกระผมครับ" พระภัททะตอบ
เจ้าหน้าที่ตำรวจอ่านเอกสารอย่างละเอียด เขาเห็นชื่อโรงพยาบาล เบอร์โทรศัพท์ และรายละเอียดการรักษา
"ถ้าอย่างนั้น...ผมจะลองติดต่อไปยังโรงพยาบาลที่ระบุไว้ในเอกสารนี้ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง" เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าว
ชายที่กล่าวหาพระภัททะมีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย
"ไม่ต้องเลยท่าน! มันโกหกทั้งเพ! ผมยืนยันได้!" เขาพูดเสียงดัง
แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่สนใจ เขาเดินออกจากห้องไปพร้อมกับโทรศัพท์
ขณะที่รอการตรวจสอบ พระภัททะนั่งนิ่ง เขารู้สึกอ่อนแรงและสิ้นหวัง ความคิดที่ว่าเขาอาจจะถูกมองว่าเป็นพระปลอม สร้างความเจ็บปวดให้กับจิตใจของเขาอย่างแสนสาหัส
"หลวงตาคงจะทรงตรัสไว้..." พระภัททะพึมพำกับตัวเอง "...ว่าการฝึกสมถะนั้น ช่วยให้เรามีสติในการเผชิญหน้ากับปัญหา"
เขาพยายามหายใจเข้าลึกๆ และปล่อยลมหายใจออกยาวๆ เขาเริ่มนึกถึงคำสอนของหลวงตาบุญมาเรื่องการปล่อยวางและการยอมรับในความเป็นจริง
"ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร...กระผมก็จะต้องยอมรับมัน"
เวลาผ่านไปสักพัก เจ้าหน้าที่ตำรวจก็กลับเข้ามาในห้อง
"ผมได้ติดต่อไปยังโรงพยาบาลแล้ว" เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าว "และข้อมูลที่ได้มานั้นตรงกับเอกสารที่คุณภัททะให้มา"
ชายที่กล่าวหาพระภัททะหน้าซีดเผือด
"และผมก็ได้โทรศัพท์ไปยังวัดที่คุณระบุไว้" เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวต่อ "ทางวัดยืนยันว่าคุณคือพระภัททะจริง และกำลังมีความจำเป็นต้องหาเงินเพื่อมารดา"
ชายคนนั้นดูเหมือนจะหมดคำพูด เขาหน้าแดงก่ำด้วยความละอาย
"ขอโทษด้วยนะคุณ" เจ้าหน้าที่ตำรวจหันมาทางพระภัททะ "ที่ทำให้คุณต้องเสียเวลาและรู้สึกไม่ดี"
พระภัททะพยักหน้าเบาๆ "ไม่เป็นไรครับท่าน"
"ส่วนคุณ..." เจ้าหน้าที่ตำรวจหันไปทางชายที่กล่าวหาพระภัททะ "คุณควรจะขอโทษพระท่าน และระมัดระวังในการกล่าวหาผู้อื่นโดยไม่มีหลักฐาน"
ชายคนนั้นก้มหน้าลง พูดตะกุกตะกัก "ผม...ผมขอโทษครับหลวงพ่อ...ผมเข้าใจผิดไปเอง"
พระภัททะมองชายคนนั้นด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสาร "ไม่เป็นไรโยม...ขอให้เจริญในธรรม"
หลังจากนั้น พระภัททะก็ได้รับอนุญาตให้กลับวัดได้ เขากลับมาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความโล่งใจที่เรื่องร้ายๆ ผ่านพ้นไป และความเจ็บปวดเล็กๆ ที่ยังคงหลงเหลืออยู่
เมื่อกลับมาถึงวัด หลวงตาบุญมาได้รอคอยเขาอยู่
"เป็นอย่างไรบ้างภัททะ" หลวงตาถามด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมด้วยความห่วงใย
พระภัททะกราบลงแทบเท้าหลวงตา
"กระผม...กระผมเกือบจะเสียศรัทธาไปแล้วครับหลวงตา" พระภัททะสารภาพ "แต่ในที่สุด...กระผมก็ผ่านมันมาได้"
หลวงตาบุญมาลูบศีรษะของพระภัททะเบาๆ "นั่นแหละ ภัททะ บทพิสูจน์แห่งศรัทธาที่แท้จริง"
"เมื่อเรามีความเพียรในการปฏิบัติธรรม จิตใจของเราก็จะเข้มแข็งขึ้น สามารถเผชิญหน้ากับอุปสรรคต่างๆ ได้" หลวงตาอธิบาย "บางครั้ง อุปสรรคก็มาในรูปแบบของการถูกกล่าวหา การดูหมิ่น หรือการไม่เข้าใจ"
"กระผมเข้าใจแล้วครับหลวงตา" พระภัททะกล่าว "แม้ภายนอกจะดูเหมือนเรากำลังลำบาก แต่หากจิตใจของเรายังคงตั้งมั่นอยู่ในคุณธรรม สิ่งเหล่านั้นก็มิอาจทำลายเราได้"
"ถูกต้องแล้ว" หลวงตาบุญมากล่าว "จงอย่าท้อถอย การเดินทางบนเส้นทางแห่งธรรมนั้น ย่อมมีอุปสรรค แต่ทุกอุปสรรคคือโอกาสในการพิสูจน์ตนเอง และทำให้เราเติบโตยิ่งขึ้น"
พระภัททะรู้สึกว่าคำพูดของหลวงตาบุญมานั้น ช่างลึกซึ้งและให้กำลังใจเป็นอย่างยิ่ง เขารู้สึกได้ว่าจิตใจของเขาได้รับการขัดเกลาให้แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมอีกขั้นหนึ่ง แม้ปัญหาเรื่องค่ารักษาพยาบาลของมารดายังคงอยู่ แต่เขาก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมันต่อไป ด้วยศรัทธาที่มั่นคงยิ่งกว่าเดิม
3,868 ตัวอักษร