ตอนที่ 7 — การพิสูจน์ตนและการก้าวข้าม
เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินกลับเข้ามาในห้องสอบสวน ใบหน้าของเขานิ่งขรึม แต่แววตาที่มองมายังพระภัททะฉายแววบางอย่างที่อ่านยาก เขาถือโทรศัพท์ในมือ นั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามกับพระภัททะ ชายที่กล่าวหาเขายังคงยืนอยู่ข้างๆ ด้วยท่าทีที่ไม่ลดละ
"หลวงพ่อครับ" เจ้าหน้าที่ตำรวจเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย "ผมได้ติดต่อไปยังโรงพยาบาลที่ท่านระบุไว้แล้ว และได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ที่นั่น"
พระภัททะเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง บัดนี้ฉายแววแห่งความหวังระคนสงสัย เขานั่งนิ่ง รอคอยคำตัดสิน
"ทางโรงพยาบาลยืนยันว่า มีผู้ป่วยชื่อ... (เจ้าหน้าที่ตำรวจเอ่ยชื่อมารดาของพระภัททะ) ...เข้ารับการรักษาอยู่จริง และอาการของท่านค่อนข้างหนักจริงครับ" เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าว เสียงของเขาหนักแน่นขึ้น "ค่าใช้จ่ายในการรักษาก็สูงตามที่เอกสารระบุไว้"
สิ้นคำพูดของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชายผู้กล่าวหาพระภัททะถึงกับหน้าซีดเผือด เขาอ้าปากพะงาบๆ ราวกับจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็หาคำพูดที่เหมาะสมไม่ได้
"และจากการตรวจสอบเบื้องต้น" เจ้าหน้าที่ตำรวจพูดต่อ โดยไม่มองชายผู้นั้น "ข้อมูลในเอกสารของท่าน ตรงกับข้อมูลของทางโรงพยาบาลทุกประการ"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องสอบสวนอีกครั้ง คราวนี้เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยความโล่งใจของพระภัททะ และความอึดอัดของชายผู้กล่าวหา
"ผมต้องขอโทษด้วยนะครับหลวงพ่อ" เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าว "ที่ทำให้ท่านต้องเสียเวลาและได้รับความเดือดร้อน"
พระภัททะก้มกราบลงที่ตักของตนเองเบาๆ เป็นการแสดงความเคารพต่อคำพูดของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
"ไม่เป็นไรครับท่าน" พระภัททะตอบด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย "กระผมเข้าใจดีว่า ท่านต้องทำหน้าที่ของท่าน"
"แต่ผมก็ต้องขอโทษด้วยเช่นกันครับ" เจ้าหน้าที่ตำรวจพูดต่อ "ที่ไม่ได้ให้ความเชื่อถือท่านตั้งแต่แรก"
ชายที่กล่าวหาพระภัททะเริ่มจะก้าวเข้าไปพูดบางอย่าง แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยกมือห้ามไว้เสียก่อน
"ท่านครับ" เจ้าหน้าที่ตำรวจหันไปพูดกับชายผู้นั้นด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง "ผมได้ตรวจสอบแล้ว ข้อกล่าวหาของท่านไม่เป็นความจริง ท่านอาจจะต้องรับผิดชอบต่อการแจ้งความเท็จ และสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น"
ชายผู้นั้นหน้าซีดกว่าเดิม เขาถอยหลังไปเล็กน้อย ราวกับจะหาทางหนี
"กระผม...กระผม...เข้าใจผิดไปเองครับท่าน" เขาพูดตะกุกตะกัก "ผม...ผมขอโทษหลวงพ่อด้วยครับ"
พระภัททะมองชายผู้นั้นด้วยสายตาที่ปราศจากความโกรธเคือง มีเพียงความสงสารระคนเหนื่อยอ่อน
"โยม..." พระภัททะเริ่มพูด "การเข้าใจผิดนั้นเกิดขึ้นได้เสมอ...แต่การกระทำใดๆ ที่เกิดจากความไม่รู้ หรือความเห็นแก่ตัว ย่อมนำมาซึ่งความเดือดร้อน...ขอให้โยมจงพิจารณาตนเองต่อไป"
ชายผู้นั้นก้มหน้าลง ไม่กล้าสบตาใคร ก่อนจะรีบเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว
เจ้าหน้าที่ตำรวจมองตามหลังไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาหาพระภัททะ
"หลวงพ่อครับ" เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าว "ผมขอโทษที่ทำให้ท่านต้องเผชิญกับเรื่องแบบนี้"
"ไม่เป็นไรครับท่าน" พระภัททะกล่าว "เรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้ ก็ถือเป็นบทเรียนอันมีค่าแก่กระผม"
"บทเรียน?" เจ้าหน้าที่ตำรวจเลิกคิ้ว
"ใช่ครับท่าน" พระภัททะพยักหน้า "กระผมได้เรียนรู้ว่า การฝึกจิตตามคำสอนของหลวงตาบุญมานั้นสำคัญเพียงใด"
"ในยามที่เผชิญกับความกดดัน ความอับอาย และความไม่เป็นธรรม" พระภัททะกล่าวต่อ "หากจิตไม่มั่นคง ก็ย่อมถูกกิเลสตัณหาครอบงำได้ง่าย"
"แต่กระผมก็พยายามดึงจิตกลับมาที่ลมหายใจ พยายามปล่อยวางความโกรธ ความท้อแท้ และเชื่อมั่นในความถูกต้อง" พระภัททะเสริม "แม้จะยากลำบาก แต่ในที่สุด กระผมก็ผ่านมันมาได้"
เจ้าหน้าที่ตำรวจพยักหน้าช้าๆ ราวกับเข้าใจในสิ่งที่พระภัททะกำลังสื่อสาร
"ท่านเป็นพระที่น่าเลื่อมใสจริงๆ ครับหลวงพ่อ" เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวอย่างจริงใจ "ผมขออนุโมทนาด้วยครับ"
"ขอเจริญพรครับท่าน" พระภัททะกล่าว
หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ช่วยเก็บเอกสารของพระภัททะที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น นำใส่ย่ามให้เรียบร้อย
"ผมขอคืนย่ามและบาตรของท่านครับ" เจ้าหน้าที่ตำรวจยื่นให้
พระภัททะรับมาด้วยความรู้สึกขอบคุณอย่างสุดซึ้ง
"ขอบพระคุณมากครับท่าน"
"ไม่เป็นไรครับ" เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าว "หากท่านต้องการความช่วยเหลือใดๆ อีก แจ้งมาได้เลยนะครับ"
พระภัททะก้มศีรษะให้อีกครั้ง ก่อนจะเดินออกจากสถานีตำรวจรถไฟ เขาเดินออกไปสู่แสงแดดอันอบอุ่นของยามบ่าย ความรู้สึกเหน็ดเหนื่อยยังคงมีอยู่ แต่ความรู้สึกผิดหวังและความสิ้นหวังได้จางหายไปหมดแล้ว สิ่งที่เหลืออยู่คือความสงบภายใน และความเชื่อมั่นในหนทางที่ตนเองได้เลือกเดิน
เขาเดินไปตามทางเท้า มุ่งหน้ากลับไปยังวัดด้วยหัวใจที่เบาหวิว การเผชิญหน้ากับสถานการณ์เลวร้ายครั้งนี้ ได้กลายเป็นเครื่องพิสูจน์ความแข็งแกร่งทางจิตใจของเขา เป็นบทพิสูจน์ที่เกิดขึ้นจากการฝึกฝนอันยาวนาน
เมื่อเดินมาถึงบริเวณที่เคยเจอหญิงสาวที่เข้ามาทำบุญกับตนเมื่อวานนี้ พระภัททะก็เห็นเธอยืนรออยู่ตรงนั้น พร้อมด้วยรถสามล้อคันหนึ่ง
"หลวงพ่อคะ!" หญิงสาวร้องเรียกด้วยความดีใจ "ดิฉันรอหลวงพ่ออยู่ค่ะ"
พระภัททะเดินเข้าไปหาด้วยรอยยิ้ม
"โยม...ไม่ต้องเป็นห่วงนะ" พระภัททะกล่าว "อาตมาปลอดภัยดี"
"เมื่อวานนี้...ดิฉันได้บอกเรื่องของหลวงพ่อให้เพื่อนๆ ฟังค่ะ" หญิงสาวกล่าวต่อ "หลายคนอยากจะช่วยเหลือหลวงพ่อค่ะ"
"จริงๆ หรือโยม" พระภัททะกล่าวด้วยความประหลาดใจ
"ค่ะ" หญิงสาวพยักหน้า "คนขับรถสามล้อคนเมื่อวานนี้เขาก็อยู่ที่นี่ค่ะ เขาอยากจะช่วยหลวงพ่อด้วย"
ชายคนขับรถสามล้อเดินเข้ามาหาพระภัททะ พร้อมกับถุงผ้าใบเล็กๆ ใบหนึ่ง
"หลวงพ่อครับ" ชายคนขับรถสามล้อกล่าว "เมื่อวานผมเห็นหลวงพ่อแล้ว รู้สึกเห็นใจมากครับ วันนี้ผมเลยไปบอกเพื่อนบ้านมาให้ช่วยกันทำบุญอีกหน่อยครับ"
เขาเปิดถุงผ้าออก ภายในมีเงินจำนวนหนึ่ง ซึ่งอาจจะไม่มากนัก แต่ก็เป็นน้ำใจที่เปี่ยมไปด้วยความหมาย
"ขอบใจโยมมากนะ" พระภัททะรับเงินมาด้วยความซาบซึ้ง "น้ำใจของโยมทั้งสองคนนี้ เป็นกำลังใจอันยิ่งใหญ่แก่กระผม"
"แค่นี้เองหลวงพ่อค่ะ" หญิงสาวกล่าว "ดิฉันเชื่อว่า หลวงพ่อจะต้องผ่านพ้นไปได้ค่ะ"
พระภัททะมองใบหน้าของทั้งสองคน ความเมตตาที่พวกเขามอบให้ เป็นเหมือนแสงสว่างที่สาดส่องเข้ามาในชีวิตของเขา
"ถ้าอย่างนั้น...อาตมาขออนุญาตพาโยมทั้งสองไปวัด เพื่อแสดงความขอบคุณอย่างเป็นทางการนะครับ" พระภัททะกล่าว
"ยินดีเลยค่ะหลวงพ่อ!" หญิงสาวตอบรับอย่างกระตือรือร้น
ทั้งสามคนขึ้นรถสามล้อของชายคนขับ ที่คราวนี้ดูเหมือนจะเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสุข รถสามล้อเคลื่อนตัวออกจากบริเวณนั้น มุ่งหน้ากลับสู่วัด ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่น และความหวังใหม่ที่ได้ถือกำเนิดขึ้น
5,237 ตัวอักษร