วิสุทธิธรรม นำสู่ นิพพาน

ตอนที่ 2 / 35

ตอนที่ 2 — แรงศรัทธาปะทะอคติในใจ

หลังจากเสร็จสิ้นการบิณฑบาตในเช้าวันนั้น หลวงปู่ภาก็พากลับมายังวัด พร้อมด้วยอาหารบิณฑบาตพอประมาณที่โยมนำมาถวาย เช้าวันนั้นเป็นเช้าที่อากาศค่อนข้างเย็นสบาย มีลมพัดเอื่อยๆ มาเป็นระยะๆ ทำให้รู้สึกสดชื่น พระอาจารย์ชานนท์เดินตามหลังหลวงปู่ภาอย่างเงียบๆ ด้วยความเคารพ เมื่อกลับมาถึงวัด หลวงปู่ภาได้สั่งให้พระอาจารย์ชานนท์นำอาหารบิณฑบาตไปจัดเตรียมเพื่อฉันเพล พร้อมกับเตือนให้ระวังเรื่องความประณีตในการจัดอาหารถวายสงฆ์ "พ่อหนุ่มชานนท์" หลวงปู่ภาเอ่ยขึ้นขณะที่กำลังพิจารณาผ้าไตรผืนใหม่ที่โยมนำมาถวาย "เมื่อเช้านี้ตอนที่เราบิณฑบาตที่บ้านของคุณตาอิน เจ้าสังเกตเห็นอะไรบ้างหรือไม่" พระอาจารย์ชานนท์ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบ "ผมเห็นว่าคุณตาอินท่านดูซึมเศร้าผิดปกติไปจากทุกครั้งครับหลวงปู่" "ใช่แล้ว" หลวงปู่ภาพยักหน้า "แววตาของท่านฉายไปด้วยความทุกข์ระทม" "ผมได้ยินโยมผู้หญิงคนหนึ่งกระซิบกระซาบกับโยมอีกคนหนึ่งครับ" พระอาจารย์ชานนท์เล่าต่อ "เขาพูดกันถึงเรื่องที่ลูกชายของคุณตาอินที่ไปทำงานต่างจังหวัด กำลังจะแต่งงานกับผู้หญิงที่เขาไม่ชอบน่ะครับ" "นั่นแหละ คือสาเหตุแห่งความทุกข์" หลวงปู่ภาอธิบาย "เมื่อเรามีความผูกพันกับสิ่งใด เมื่อสิ่งนั้นไม่เป็นไปตามที่เราปรารถนา เราย่อมเกิดความทุกข์" "แต่คุณตาอินก็รักลูกชายของท่านนะครับหลวงปู่" พระอาจารย์ชานนท์กล่าว "การที่ท่านอยากให้ลูกชายได้เจอคู่ครองที่ดี ก็ไม่ใช่เรื่องผิดใช่ไหมครับ" "ความรักเป็นสิ่งที่ดี" หลวงปู่ภาตอบ "แต่หากความรักนั้นมาพร้อมกับการยึดติด เราก็ย่อมทุกข์เมื่อสิ่งที่เราอยากให้เป็น ไม่เป็นไปตามนั้น" ท่านเปรียบเปรย "ความรักที่แท้จริงนั้น คือการปรารถนาให้ผู้ที่เรารักมีความสุข แม้ว่าความสุขนั้น อาจจะไม่ได้เป็นไปตามที่เราคาดหวังก็ตาม" "ผมยังไม่ค่อยเข้าใจถ่องแท้ครับหลวงปู่" พระอาจารย์ชานนท์สารภาพ "ผมยังคงสับสนระหว่างการรักกับการยึดติด" "การยึดติดนั้น คือการที่เราอยากให้สิ่งต่างๆ เป็นไปตามใจเรา" หลวงปู่ภาอธิบายอย่างใจเย็น "เราอยากให้ลูกเป็นแบบนั้น เราอยากให้สามีเป็นแบบนี้ เราอยากให้ภรรยาเป็นอย่างโน้น เมื่อสิ่งเหล่านั้นไม่เป็นไปตามที่เรากำหนดไว้ เราก็ยึดติดอยู่กับความผิดหวัง โกรธ เศร้า เสียใจ" "แต่การรักนั้น คือการที่เราเห็นคุณค่าของผู้ที่เราปรารถนาดี และปรารถนาให้เขาพบเจอแต่สิ่งที่ดีงาม" ท่านกล่าวต่อ "แม้ว่าเส้นทางชีวิตของเขา อาจจะแตกต่างจากที่เราวางแผนไว้ก็ตาม เราก็ยินดีที่จะสนับสนุน และให้กำลังใจเขา" "เช่นเดียวกับคุณตาอิน" หลวงปู่ภาชี้แจง "ท่านรักลูกชาย แต่ท่านอาจจะยึดติดอยู่กับภาพลักษณ์ของลูกเขยที่ท่านคาดหวังไว้ เมื่อลูกชายเลือกทางเดินของตนเองที่แตกต่างออกไป ท่านจึงเกิดความทุกข์" "ผมเข้าใจแล้วครับหลวงปู่" พระอาจารย์ชานนท์กล่าว "ผมจะนำคำสอนของหลวงปู่ไปพิจารณาดูครับ" ทันใดนั้น มีเสียงรถยนต์แล่นเข้ามาจอดที่หน้าวัด เสียงประตูรถเปิดปิดดังขึ้น พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามาอย่างรีบร้อน "หลวงปู่ครับ!" เสียงดังมาจากด้านหน้าวัด เป็นเสียงของนายสมชาย ชาวบ้านในหมู่บ้านที่มักจะนำอาหารมาถวายหลวงปู่เป็นประจำ "มีเรื่องร้อนใจมาขอคำปรึกษาหลวงปู่ครับ" นายสมชายเดินเข้ามาพร้อมกับสีหน้าเคร่งเครียด เขาน้อมเคารพหลวงปู่ภา และพระอาจารย์ชานนท์ ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงร้อนรน "คือเรื่องลูกชายผมน่ะครับหลวงปู่ เขาบอกว่าจะไม่ยอมสืบทอดกิจการของครอบครัวต่อ เขาบอกว่าอยากไปทำงานที่อื่น ทำงานที่เขาสนใจมากกว่า" "กิจการของครอบครัวนั้น เป็นสิ่งที่พ่อแม่ได้สร้างสมมาด้วยความยากลำบาก" นายสมชายกล่าวเสียงสั่นเครือ "ผมอยากให้ลูกชายรับช่วงต่อ เพื่อสืบทอดสิ่งที่พวกเราได้ทุ่มเทมา" "แล้วเจ้าอยากให้ลูกชายเจ้าทำอย่างไรเล่า" หลวงปู่ภาถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ผมอยากให้เขายอมทำตามความต้องการของพวกเราครับหลวงปู่" นายสมชายตอบอย่างตรงไปตรงมา "เขาจะมีความสุขในระยะยาวหากเขายอมทำตามที่พวกเราแนะนำ" พระอาจารย์ชานนท์มองนายสมชายด้วยความรู้สึกเห็นใจ แต่ก็อดที่จะนึกถึงคำสอนของหลวงปู่ภาไม่ได้ "พ่อหนุ่มสมชาย" หลวงปู่ภากล่าว "เจ้าบอกว่าอยากให้ลูกชายมีความสุขในระยะยาว" "ครับหลวงปู่" นายสมชายตอบ "แล้วความสุขของลูกชายเจ้า อยู่ที่การได้ทำในสิ่งที่เขารัก หรืออยู่ที่การได้ทำตามความต้องการของเจ้า" หลวงปู่ภาถามกลับ นายสมชายถึงกับนิ่งอึ้งไป เขาไม่เคยคิดในมุมนี้มาก่อน "การที่เราปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุขนั้นเป็นสิ่งที่ดี" หลวงปู่ภาอธิบายต่อไป "แต่เราต้องเข้าใจว่า ความสุขของแต่ละคนนั้น ย่อมแตกต่างกันไป" "ลูกชายของเจ้า มีความฝัน มีเป้าหมายในชีวิตของเขาเอง" ท่านกล่าว "การที่เราบังคับให้เขาเดินไปในเส้นทางที่เราต้องการ อาจจะทำให้เขาได้ในสิ่งที่เจ้าต้องการ แต่เขาอาจจะสูญเสียความสุขที่แท้จริงของเขาไป" "ผม...ผมไม่รู้จะทำอย่างไรดีครับหลวงปู่" นายสมชายยอมรับ "ผมกลัวว่าเขาจะลำบาก จะผิดหวัง" "ความกลัวนั้น เป็นธรรมชาติของมนุษย์" หลวงปู่ภาชี้แจง "แต่เราต้องใช้สติปัญญาในการจัดการกับความกลัวนั้น" "ลองมองดูว่า เจ้าได้สร้างสมคุณธรรมใดๆ ให้แก่ลูกชายเจ้าบ้าง" ท่านกล่าว "เจ้าได้สอนให้เขาเป็นคนดี มีคุณธรรม มีความขยันหมั่นเพียรหรือไม่" "ถ้าเจ้าได้สั่งสอนสิ่งเหล่านั้นแก่เขาแล้ว" หลวงปู่ภากล่าว "เจ้าก็ควรจะเชื่อมั่นในตัวเขา ว่าเขาจะสามารถยืนหยัดในชีวิตได้ด้วยตนเอง" "การปล่อยให้เขาได้ลองผิดลองถูก ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของตนเอง" ท่านกล่าว "ย่อมเป็นสิ่งที่ดีกว่าการที่เราชี้นำเขาไปทุกย่างก้าว" "บางครั้ง สิ่งที่เราคิดว่าดีที่สุดสำหรับเขา อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดจริงๆ ก็ได้" หลวงปู่ภาเสริม "ลองปล่อยให้เขาได้เลือกทางเดินของเขาเอง แล้วเจ้าค่อยเป็นกำลังใจอยู่ห่างๆ" นายสมชายค่อยๆ พยักหน้า เขาเริ่มเข้าใจในสิ่งที่หลวงปู่ภากล่าว "การที่เรายึดติดกับความคิดของเราเอง" หลวงปู่ภาอธิบาย "ย่อมเป็นอุปสรรคต่อความสุขของเรา และอาจจะสร้างความทุกข์ให้กับผู้อื่นด้วย" "ลองปล่อยวางความคาดหวังและความปรารถนาของเจ้าลงเสีย" ท่านกล่าว "แล้วเจ้าจะเห็นว่า ชีวิตของเจ้าและลูกชายของเจ้า จะมีความสุขและสงบเย็นมากขึ้น" "ผมจะลองนำคำสอนของหลวงปู่ไปปฏิบัติครับ" นายสมชายกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้น "ผมจะลองคุยกับลูกชายของผมอีกครั้ง ด้วยหัวใจที่เปิดกว้างขึ้น" "ดีแล้ว" หลวงปู่ภากล่าว "จำไว้ว่า การไม่ยึดติด คือการปล่อยวาง การปล่อยวาง คือการเห็นแจ้งในธรรม" นายสมชายกราบลาหลวงปู่ภาและพระอาจารย์ชานนท์ พร้อมกับเดินออกจากวัดไปด้วยความรู้สึกที่เบาบางลง ความคิดที่เคยสับสน เริ่มคลี่คลายลงไปทีละน้อย "หลวงปู่ครับ" พระอาจารย์ชานนท์กล่าวหลังจากนายสมชายจากไป "ผมเห็นว่าหลายๆ คนที่มาหาหลวงปู่ ล้วนมีปัญหาเรื่องความยึดติดทั้งสิ้นเลยนะครับ" "ใช่แล้ว พ่อหนุ่ม" หลวงปู่ภาตอบ "กิเลสอันดับต้นๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการหลุดพ้น ก็คือ ความยึดมั่นถือมั่นในตัวตน ในสิ่งต่างๆ ที่เราเห็นว่า เป็นของเรา เป็นของเรา" "การปฏิบัติธรรม ก็คือการค่อยๆ คลายความยึดมั่นนั้นออกไปทีละน้อย" ท่านกล่าว "จนกว่าจิตใจจะว่างเปล่า บริสุทธิ์ ผ่องใส" "แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรครับหลวงปู่ ว่าเราคลายความยึดติดได้แล้ว" พระอาจารย์ชานนท์ถาม "เมื่อเจ้าไม่ทุกข์ร้อน ไม่เดือดร้อน ไม่เสียใจ ไม่โกรธ เมื่อสิ่งต่างๆ ไม่เป็นไปตามที่เจ้าปรารถนา" หลวงปู่ภาตอบ "เมื่อเจ้าเห็นสิ่งต่างๆ ตามความเป็นจริง คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เมื่อนั้นเจ้าจะรู้ว่า เจ้าได้ก้าวไปสู่หนทางอันประเสริฐแล้ว" พระอาจารย์ชานนท์น้อมรับคำสอนด้วยความเคารพ วันเวลาแห่งการเรียนรู้และฝึกฝน ยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง ณ วัดป่าอรุณวดีแห่งนี้ ภายใต้แสงธรรมที่สาดส่องจากหลวงปู่ภา

6,035 ตัวอักษร