สายลมพัดผ่านรอยยิ้มของเธอ

ตอนที่ 4 / 40

ตอนที่ 4 — สายลมพัดพาคำถามที่ค้างคา

น้ำมะม่วงปั่นเย็นชื่นใจส่งกลิ่นหอมหวาน ปิ่นรับแก้วจากมือดิน ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยรอยยิ้มขณะที่จิบเครื่องดื่มเย็นๆ “อร่อยจังค่ะคุณดิน” เธอเอ่ยชม “เปรี้ยวนิดๆ หวานหน่อยๆ ชื่นใจดี” “คุณตาบุญท่านชอบทำน้ำมะม่วงปั่นครับ” ดินเล่าพลางเก็บกิ่งมะม่วงที่ร่วงหล่น “ท่านบอกว่าช่วยดับร้อนได้ดี” คุณฟ้าที่ยืนอยู่ข้างๆ ดูเหมือนจะไม่พอใจนัก เธอยกถุงขนมขึ้นมา “ฉันเอาขนมมาฝากน่ะค่ะ คุณดิน ช่วยชิมหน่อยนะคะ” “ขอบคุณครับคุณฟ้า” ดินรับถุงขนมมา แต่ก็ไม่ได้แกะออกดูทันที เขากลับหันมาสนใจปิ่นมากกว่า “คุณปิ่นชอบทานมะม่วงพันธุ์ไหนเป็นพิเศษครับ” “เอ่อ... ดิฉันก็ไม่ค่อยรู้เรื่องมะม่วงเท่าไหร่ค่ะ” ปิ่นตอบอย่างลังเล “แต่ชอบมะม่วงที่มันมีรสชาติเปรี้ยวนำหวานตามแบบนี้ค่ะ” “ถ้าคุณปิ่นชอบ ผมจะลองหากิ่งพันธุ์ที่ออกผลแบบที่คุณปิ่นชอบมาปลูกให้ที่นี่นะครับ” ดินพูดอย่างจริงจัง คำพูดนั้นทำให้ปิ่นใจเต้นแรง เธอหันไปมองหน้าดินอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง “จริงๆ เหรอคะ” “ครับ” ดินตอบด้วยรอยยิ้มบางๆ “คุณตาบุญเคยบอกว่า ถ้าอยากเห็นอะไรดีๆ ในไร่ ก็ต้องลงมือปลูกมัน” คุณฟ้าแทรกขึ้นมาทันที “คุณปิ่นคะ กลับไปกรุงเทพฯ แล้วอย่าลืมทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ นะคะ อากาศที่นี่ร้อน เดี๋ยวจะท้องเสียเอา” น้ำเสียงของเธอแฝงความห่วงใยที่ฟังดูเหมือนจะมีความหมายอื่นซ่อนอยู่ ปิ่นมองคุณฟ้าอย่างแปลกใจ “ขอบคุณสำหรับความห่วงใยนะคะคุณฟ้า” เธอยิ้มตอบ “แต่ดิฉันว่าอากาศที่นี่ดีมากๆ เลยค่ะ สดชื่นดี” “ก็ดีสำหรับคนที่ไม่คุ้นเคย” คุณฟ้าตอบ “แต่สำหรับคนเมืองอย่างคุณปิ่น อาจจะไม่เหมาะเท่าไหร่หรอกค่ะ” ดินที่กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง กลับชะงัก เขาหันไปมองคุณฟ้า ก่อนจะหันมามองปิ่น “ถ้าคุณปิ่นไม่ชอบ ผมจะให้คนช่วยจัดหาพัดลมมาติดให้ที่ห้องครับ” “ไม่เป็นไรค่ะคุณดิน” ปิ่นรีบปฏิเสธ “ดิฉันชอบอากาศแบบนี้ค่ะ มันทำให้รู้สึกผ่อนคลาย” คุณฟ้าหัวเราะเบาๆ “คุณปิ่นนี่เข้มแข็งจังเลยนะคะ” เธอพูดพลางเอามือแตะที่แขนของปิ่นเบาๆ “แต่บางทีการอ่อนแอบ้างก็ดีนะคะ จะได้มีคนคอยดูแล” คำพูดนั้นทำให้ปิ่นรู้สึกไม่สบายใจ เธอไม่ชอบการถูกเปรียบเทียบหรือถูกตัดสินแบบนี้ “ดิฉันว่าการดูแลตัวเองได้ก็เป็นเรื่องที่ดีนะคะ” เธอตอบเสียงเรียบ “แน่ใจเหรอคะ” คุณฟ้าเลิกคิ้ว “แล้วเรื่องที่ดินแถวนี้เป็นยังไงบ้างคะ คุณปิ่นพอจะรู้เรื่องพวกนี้บ้างไหม” ปิ่นหันไปมองดินอย่างขอความช่วยเหลือ ดินถอนหายใจเบาๆ “คุณปิ่นกำลังเรียนรู้เรื่องพวกนี้อยู่ครับคุณฟ้า” เขาตอบแทน “และผมก็พร้อมที่จะสอนเธอทุกอย่าง” “โอ้โห” คุณฟ้าทำเสียงประหลาดใจ “นี่คุณดินจะกลายเป็นครูสอนเกษตรกรรมให้กับคุณปิ่นแล้วเหรอคะ” “ผมยินดีที่จะแบ่งปันความรู้ครับ” ดินตอบอย่างใจเย็น “แหม น่ารักจังเลยค่ะ” คุณฟ้ายิ้ม “แต่ระวังนะคะ บางทีความรู้ก็อาจจะนำพาหัวใจไปด้วย” คำพูดของคุณฟ้าทำให้บรรยากาศรอบตัวปิ่นเริ่มอึดอัด เธอรู้สึกได้ถึงแรงกดดันบางอย่างที่มองไม่เห็น เธอเหลือบมองดินที่ยังคงใบหน้าสงบนิ่ง แต่แววตาของเขากลับฉายแววบางอย่างที่ปิ่นอ่านไม่ออก “คุณฟ้าคะ” ปิ่นตัดสินใจพูด “ดิฉันว่าเราควรจะกลับเข้าไปในบ้านได้แล้วค่ะ แดดเริ่มแรงแล้ว” “ก็ได้ค่ะ” คุณฟ้าตอบ “แต่ถ้าคุณปิ่นต้องการอะไร บอกฉันได้เสมอนะคะ ฉันอยู่ไม่ไกลจากที่นี่” เธอพูดทิ้งท้ายก่อนจะเดินกลับไปที่รถ เมื่อคุณฟ้าขับรถออกไป ปิ่นก็ถอนหายใจยาว “คุณฟ้าดูเหมือนจะ... มีเรื่องอยากจะบอกดิฉันหลายอย่างเลยนะคะ” ดินหัวเราะเบาๆ “คุณฟ้าเป็นคนตรงไปตรงมาครับ” เขาพูด “แต่บางทีความตรงไปตรงมาของเธอก็อาจจะทำให้คนอื่นอึดอัดได้” “ดิฉันรู้สึกว่าเธอกำลังพยายามบอกอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่บอกตรงๆ” ปิ่นพึมพำ “คุณฟ้าอาจจะกำลังหวงที่นี่ครับ” ดินบอก “เธอผูกพันกับที่นี่มาก เหมือนกับคุณตาบุญ” “ผูกพันในฐานะอะไรเหรอคะ” ปิ่นถามอย่างสงสัย ดินหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบว่า “คุณฟ้าเป็นลูกสาวของเพื่อนสนิทของคุณตาบุญครับ เธอมาเที่ยวที่นี่ตั้งแต่เด็กๆ” “อ้อ อย่างนี้นี่เอง” ปิ่นพยักหน้า “แล้วคุณดินล่ะคะ คุณดินผูกพันกับที่นี่มากแค่ไหน” ดินมองออกไปยังทุ่งนาที่ไกลออกไป “ผมเกิดและโตที่นี่ครับ ที่นี่คือบ้านของผม” เขาหันมามองปิ่น “ผมเคยสัญญาไว้กับคุณตาบุญว่าจะดูแลที่นี่ต่อไป” “คุณดินเป็นคนดีจริงๆ ค่ะ” ปิ่นเอ่ยชม “คุณปิ่นก็เหมือนกันครับ” ดินตอบ “ที่มาดูแลบ้านของคุณตา” ทั้งสองยืนเงียบๆ อยู่สักพัก มีเพียงเสียงลมพัดใบไม้ไหว “คุณปิ่นครับ” ดินเรียก “ผมอยากจะพาคุณปิ่นไปดูบ่อน้ำเก่าที่คุณตาบุญชอบไปนั่งพักผ่อน” “ได้เลยค่ะ” ปิ่นตอบรับด้วยความยินดี ดินนำทางปิ่นไปยังมุมหนึ่งของไร่ ที่นั่นมีบ่อน้ำเก่าแก่ตั้งอยู่ มีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา มีม้านั่งไม้ที่ดูทรุดโทรมไปตามกาลเวลา “คุณตาบุญจะมานั่งตรงนี้ทุกวันครับ” ดินบอก “ท่านบอกว่าการได้มองดูผืนดินและฟังเสียงธรรมชาติ ทำให้จิตใจสงบ” ปิ่นนั่งลงบนม้านั่งไม้ พิงพนักที่เต็มไปด้วยตะไคร่น้ำ “ดิฉันเข้าใจที่คุณตาบุญรู้สึกนะคะ” เธอพูด “ที่นี่ทำให้รู้สึกสงบจริงๆ” “คุณปิ่นจะอยู่ที่นี่ได้นานแค่ไหนครับ” ดินถามคำถามเดิมอีกครั้ง “ดิฉันก็ยังไม่แน่ใจค่ะ” ปิ่นตอบ “แต่ก็รู้สึกผูกพันกับที่นี่มากขึ้นทุกวัน” “ถ้าคุณปิ่นอยากอยู่ที่นี่นานๆ” ดินพูดเสียงเบา “ผมจะช่วยให้คุณปิ่นได้รู้จักที่นี่มากขึ้น” คำพูดของดินทำให้ปิ่นรู้สึกอบอุ่นหัวใจ เธอหันไปมองเขา ใบหน้าของเขาภายใต้แสงแดดอ่อนๆ ดูหล่อเหลาอย่างประหลาด “ขอบคุณค่ะคุณดิน” เธอตอบ “ดิฉันอยากรู้จักที่นี่ให้มากกว่านี้ค่ะ” “วันหลังผมจะพาไปดูแปลงผักที่ผมกำลังทดลองปลูกนะครับ” ดินเสนอ “เป็นผักที่อาจจะหายากหน่อย แต่ถ้าคุณปิ่นได้ลองทาน อาจจะติดใจ” “น่าสนใจมากค่ะ” ปิ่นตาเป็นประกาย “ดิฉันอยากลองค่ะ” ขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น เสียงรถยนต์คันเดิมก็ดังขึ้นอีกครั้ง ปิ่นหันไปมองด้วยความรู้สึกที่ปะปนกัน เธอเห็นคุณฟ้าลงจากรถมาอีกครั้ง คราวนี้เธอดูมีท่าทีที่เปลี่ยนไป “คุณปิ่นคะ” คุณฟ้าเดินเข้ามาหา “พอดีฉันแวะมาดูว่าคุณปิ่นเป็นอย่างไรบ้าง” “สบายดีค่ะคุณฟ้า” ปิ่นตอบ “คุณดินคะ” คุณฟ้าหันไปหาดิน “ฉันอยากจะขอคุยกับคุณดินสักครู่ค่ะ เรื่องสำคัญ” ดินมองปิ่น ก่อนจะหันไปหาคุณฟ้า “ครับคุณฟ้า มีอะไรครับ” “เราไปคุยกันตรงนั้นดีกว่าค่ะ” คุณฟ้าพยักพเยิดไปยังมุมหนึ่งของไร่ ห่างจากบ่อน้ำ ปิ่นมองตามทั้งสองคนไป เธอรู้สึกถึงลางสังหรณ์บางอย่างที่บอกว่าเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้น อาจจะไม่ใช่เรื่องธรรมดา

4,999 ตัวอักษร