ตอนที่ 25 — การเจรจาที่เดิมพันสูง
“เราเข้มแข็งค่ะ” แก้วตาเสริมเสียงเบา แต่แฝงด้วยความเด็ดเดี่ยว “เราจะหาทางออกให้ได้”
เจ้าหนี้คนหนึ่งหัวเราะในลำคอ “พูดง่ายนะแม่คุณ แต่การเจอคนอย่างเรา มันไม่ง่ายเหมือนพูดหรอกนะ”
นทีเม้มปากแน่น เขาพยายามประคับประคองอารมณ์ไม่ให้ปะทุ เขาหันไปสบตาแก้วตาอย่างให้กำลังใจ “เราเข้าใจข้อจำกัดของพวกคุณครับ” นทีกล่าวต่อ “แต่เราขอความเห็นใจสักครั้ง เรามีแผนการที่ชัดเจน เรากำลังจะขายทรัพย์สินชิ้นเดียวที่มีอยู่ ซึ่งเราเชื่อว่าจะเพียงพอต่อการชำระหนี้ทั้งหมด”
“แผนการ?” เจ้าหนี้อีกคนเอ่ยขึ้น “แผนการของคุณก็เหมือนกับหลายๆ คนที่เคยมาขอผัดผ่อนกับเรานั่นแหละ สุดท้ายก็บ่ายเบี่ยง แล้วก็หายหน้าไป”
“ไม่ใช่ครับ” แก้วตาสอดขึ้นมา “เราไม่ได้จะบ่ายเบี่ยง เราแค่ต้องการเวลาในการดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย และเพื่อให้ได้ราคาที่เหมาะสมที่สุด เราไม่อยากให้ใครต้องเสียเปรียบ”
“ไม่เสียเปรียบ?” เจ้าหนี้คนเดิมเลิกคิ้ว “แล้วที่ผ่านมา พ่อของคุณทำให้พวกเราเสียเปรียบมาตลอดไม่นับเหรอ? เงินที่ยืมไป มันไม่ใช่จำนวนน้อยๆ นะ”
“พวกเราทราบดีค่ะ” นทีตอบ “และเราจะรับผิดชอบในส่วนที่เราทำได้ทั้งหมด เรามาที่นี่เพื่อแสดงความจริงใจและหาทางออกร่วมกัน เราไม่ได้มาเพื่อแก้ตัว”
เจ้าหนี้ทั้งสามคนหันไปมองหน้ากัน แววตาฉายความไม่ไว้วางใจ แต่ก็มีประกายบางอย่างที่บ่งบอกว่าพวกเขากำลังพิจารณาคำพูดของทั้งสอง
“เอาอย่างนี้” เจ้าหนี้คนแรกเอ่ยขึ้น “เราจะให้เวลาพวกคุณอีกเจ็ดวัน นับจากวันนี้ ถ้าภายในเจ็ดวันนั้น เราไม่เห็นวี่แววของการดำเนินการที่ชัดเจน หรือยอดเงินที่จะสามารถชำระหนี้ได้จำนวนหนึ่ง เราจะดำเนินการตามกฎหมายทันที เข้าใจนะ?”
“เจ็ดวัน?” แก้วตาอุทานเบาๆ “แต่มันน้อยเกินไปจริงๆ ค่ะ การประเมินราคา การหาผู้ซื้อที่เหมาะสม มันต้องใช้เวลามากกว่านั้น”
“ผมบอกแล้วไง ว่าเราให้เวลาไม่นาน” เจ้าหนี้คนเดิมตอบเสียงแข็ง “นี่ก็ถือว่ามากแล้วนะ ลองไปคุยกันดูว่าขายได้เท่าไหร่ แล้วเอามาให้เราดู ถ้ามันไม่ถึงครึ่ง เราก็ไม่สน”
นทีสูดหายใจเข้าลึกๆ “ครับ เราเข้าใจ” เขาตอบ “เราจะพยายามให้ดีที่สุด”
เมื่อออกจากห้องประชุมมา แก้วตาก็ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ที่ว่างอยู่ข้างทาง เธอรู้สึกเหนื่อยล้าอย่างบอกไม่ถูก
“เจ็ดวัน… นที” เธอเอ่ยเสียงสั่น “มันเป็นไปไม่ได้เลย”
นทีทรุดตัวลงนั่งข้างๆ แก้วตา แล้วโอบไหล่เธอไว้ “ผมรู้ว่ามันยาก” เขาปลอบ “แต่เรายังไม่หมดหนทางนะ”
“แล้วเราจะทำยังไงคะ?” แก้วตาเงยหน้ามองนที ดวงตาคลอไปด้วยน้ำตา “ถ้าเราขายบ้านไม่ได้ทันเวลา พวกเราจะถูกฟ้องร้องจริงหรือคะ?”
“อย่าเพิ่งคิดไปถึงจุดนั้นครับ” นทีพยายามทำเสียงให้เข้มแข็ง “เรามีเวลาเจ็ดวัน เราต้องใช้เวลานี้ให้คุ้มค่าที่สุด เราจะเร่งกระบวนการทุกอย่างให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้”
“แต่… ถ้าเราขายได้ราคาไม่ดีล่ะคะ?” แก้วตาถามด้วยความกังวล “ถ้ามันไม่พอ… พวกเราจะต้องติดคุกติดตะรางจริงๆ หรือคะ?”
“ไม่มีใครอยากติดคุกหรอกครับ” นทีตอบ “ผมเชื่อว่าพ่อคุณก็คงไม่สบายใจ เราต้องทำให้ดีที่สุดเพื่อท่านด้วย”
“ฉัน… รู้สึกแย่กับพ่อมากเลยค่ะ” แก้วตาพึมพำ “ทำไมท่านถึงทำเรื่องแบบนี้ได้”
“ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณครับ” นทีกล่าว “แต่ตอนนี้เราต้องมองไปข้างหน้า การโทษกันไปมาคงไม่ช่วยอะไร เราต้องช่วยกันประคับประคองสถานการณ์นี้ไปให้ได้”
“แล้ว… แผนของเราล่ะคะ?” แก้วตาถาม “เรื่องไปญี่ปุ่น…”
นทีถอนหายใจเบาๆ “เรื่องนั้น… คงต้องเลื่อนออกไปอีกครั้งครับ”
แก้วตาหลับตาลง ความผิดหวังถาโถมเข้ามาอีกครั้ง เธอรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงตรงหน้า
“ไม่เป็นไรนะคะ” นทีสัมผัสแก้มของเธอ “เรายังสามารถไปได้ เพียงแต่ต้องรอเวลาที่เหมาะสมกว่านี้”
“แต่… เราไม่มีเวลาแล้วนะคะ” แก้วตาตอบ “ถ้าเราจัดการเรื่องนี้ไม่ได้ เราอาจจะไม่มีแม้แต่ที่อยู่”
“เราจะมีที่อยู่ครับ” นทีให้คำมั่น “ผมจะหาทางเอง”
“คุณ… คุณจะทำยังไงคะ?” แก้วตาถามด้วยความสงสัย
“ผมจะติดต่อเพื่อนเก่าบางคนครับ” นทีบอก “พวกเขาอาจจะช่วยแนะนำนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ที่ไว้ใจได้ หรืออาจจะช่วยเรื่องการหาแหล่งเงินทุนสำรองได้”
“แหล่งเงินทุนสำรอง…” แก้วตาทวนคำ “คุณหมายถึง… คุณจะไปกู้เงินมาอีกเหรอคะ?”
“ไม่ครับ” นทีรีบปฏิเสธ “ผมจะลองหาคนที่จะช่วยค้ำประกัน หรืออาจจะเจรจาขอสินเชื่อระยะสั้นกับธนาคาร โดยใช้ผลงานหนังสือของผมเป็นหลักประกัน”
“แต่งานของคุณ… มันเพิ่งจะเริ่มบูมนะคะ” แก้วตาแสดงความกังวล “คุณแน่ใจเหรอคะว่ามันจะเพียงพอ”
“ผมไม่แน่ใจร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ” นทีสารภาพ “แต่มันคืออีกทางเลือกหนึ่งที่เราต้องลองดู เราต้องลองทุกวิถีทาง”
“ขอบคุณนะคะ” แก้วตาซบหน้าลงกับอกของนที “ที่อยู่เคียงข้างฉันเสมอ”
“เราคือทีมเดียวกันนะครับ” นทีลูบหลังแก้วตาเบาๆ “เราจะผ่านมันไปให้ได้”
ทั้งสองนั่งนิ่งอยู่สักพัก ปล่อยให้ความเงียบโอบกอดความเหนื่อยล้าเอาไว้ ก่อนที่แก้วตาจะเงยหน้าขึ้นมองนทีอีกครั้ง
“ฉันจะช่วยค่ะ” เธอประกาศ “ฉันจะช่วยคุณทุกอย่างเท่าที่ฉันทำได้”
“คุณช่วยผมอยู่แล้วครับ” นทีตอบ “การที่คุณอยู่ตรงนี้ แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว”
“แต่ฉันอยากทำมากกว่านั้น” แก้วตาบอก “ฉันจะช่วยติดต่อคุณพ่อ เพื่อให้ท่านลองคุยกับญาติคนอื่นๆ ที่อาจจะพอช่วยเหลือได้ หรืออาจจะลองหาทางขายรถยนต์ที่ท่านมีอยู่”
“ดีครับ” นทีเห็นด้วย “ทุกอย่างที่เราทำได้ เราต้องทำ”
“แล้ว… หลังจากการขายบ้าน…” แก้วตาเอ่ยเสียงแผ่ว “เงินที่ได้มา… จะพอชำระหนี้ทั้งหมดจริงๆ เหรอคะ?”
“เราจะพยายามทำให้ได้มากที่สุดครับ” นทีตอบ “ถ้าไม่พอ เราก็ต้องมาดูกันอีกทีว่าจะมีทางอื่นอีกไหม”
“ฉัน… หวังว่ามันจะพอค่ะ” แก้วตากล่าว “ฉันไม่อยากให้คุณต้องเดือดร้อนไปด้วย”
“ผมไม่เคยเดือดร้อนเลยครับ” นทีตอบ “ตราบใดที่คุณอยู่ตรงนี้”
คำพูดของนทีทำให้แก้วตารู้สึกอบอุ่นหัวใจ แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก แต่เธอก็ยังมีความหวัง เพราะมีนทีอยู่เคียงข้าง
4,568 ตัวอักษร