ตอนที่ 2 — การรวมตัวครั้งแรกใต้เงาไม้
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว อุษาไม่ปล่อยให้โอกาสที่ได้คุยกับวสันต์สูญเปล่า เธอเริ่มพูดคุยกับชาวบ้านที่เธอสนิทสนมทีละคน เล่าถึงแผนการของเจ้าสัว และพยายามชี้ให้เห็นถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น แม้จะมีบางคนที่ยังคงหวาดกลัวและไม่กล้าแสดงออก แต่ก็มีหลายคนที่เริ่มจะตื่นตัวและให้ความสนใจกับสิ่งที่เธอพูด
ในขณะเดียวกัน วสันต์เองก็ไม่รอช้า เขาเข้าพบผู้ใหญ่บ้านทันทีที่มาถึง และได้พูดคุยถึงปัญหาอย่างละเอียด ผู้ใหญ่บ้านเองก็เห็นด้วยกับสิ่งที่วสันต์และอุษาคิด แต่ก็ยังติดปัญหาเรื่องอำนาจและอิทธิพลของเจ้าสัว
"ผมก็ไม่อยากให้มันเป็นแบบนี้หรอกวสันต์" ผู้ใหญ่บ้านพูดพลางถอนหายใจ "แต่ไอ้เจ้าสัวมันมีเส้นสายเยอะ ถ้าเราต่อต้านมันมากไป เกรงว่ามันจะเล่นงานเราหนักกว่าเดิม"
"แต่ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย เราก็เสียเปรียบมากกว่าเดิมนะครับท่านผู้ใหญ่" วสันต์แย้ง "ผมว่าเราต้องหาทางรวมตัวกันให้ได้ก่อน"
"แล้วจะเอาใครมารวมล่ะ" ผู้ใหญ่บ้านถาม "ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็กลัวกันหมด"
"เราเริ่มจากคนที่ไม่กลัวก่อนก็ได้ครับ" วสันต์ว่า "อย่างคุณอุษาเอง ผมเห็นว่าเธอมีความมุ่งมั่นมาก"
"อุษาน่ะเหรอ" ผู้ใหญ่บ้านพยักหน้า "เด็กคนนี้เก่งจริง ช่างพูด ช่างคิด"
"ถ้าเราสามารถทำให้ชาวบ้านส่วนใหญ่เห็นถึงผลเสียที่จะเกิดขึ้นได้ ผมว่าเราก็มีสิทธิ์ที่จะต่อรอง" วสันต์ยังคงยืนยันในความคิดของเขา
ผู้ใหญ่บ้านพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วย "ก็ได้ๆ ถ้าอย่างนั้นเรามาลองดูกัน"
ในที่สุด หลังจากการพูดคุยกันอยู่หลายวัน วสันต์ก็ได้นัดหมายกับอุษา และกลุ่มชาวบ้านที่พอจะกล้าแสดงออก มาประชุมกันอย่างลับๆ ใต้ต้นตะแบกยักษ์ริมธาร ที่เดิมที่อุษามานั่งเหม่อมองสายน้ำ
แสงตะวันยามเย็นสาดส่องลงมาเป็นลำ ส่องประกายวิบวับบนผิวน้ำที่ไหลเอื่อย กลุ่มคนราวๆ สิบกว่าคน นั่งรวมตัวกันอยู่บนพื้นหญ้าที่นุ่มนวล บางคนถือตะเกียงน้ำมันมาด้วยเพื่อเตรียมรับมือกับความมืดที่กำลังจะมาเยือน
วสันต์เป็นคนเริ่มพูดก่อน เขาเล่าถึงแผนการของเจ้าสัวอย่างละเอียด และชี้ให้เห็นถึงผลที่จะตามมาหากพวกเขายอมจำนน
"ถ้าเราขายไม้ให้เขาในราคาถูกตอนนี้" วสันต์อธิบาย "เจ้าสัวก็จะกว้านซื้อไม้ไปทั้งหมด แล้วปีหน้าเขาก็จะกลับมาเสนอราคาที่ถูกลงไปอีกเรื่อยๆ จนสุดท้าย เราจะไม่ได้อะไรเลย"
"แล้วป่าของเราล่ะ" มีเสียงชาวบ้านคนหนึ่งเอ่ยขึ้น "ถ้าเขาตัดไม้ไปเรื่อยๆ แล้วป่าของเราจะเหลืออะไร"
"นั่นแหละครับ คือประเด็น" วสันต์เสริม "ป่าแห่งนี้เป็นแหล่งน้ำของเรา เป็นแหล่งอาหารของเรา เป็นทุกอย่างของเรา ถ้าเราปล่อยให้เขาทำลาย มันก็เหมือนเราทำลายชีวิตของเราเอง"
อุษาเสริมขึ้นทันที "พวกเราทุกคนที่นี่เติบโตมากับป่าแห่งนี้ ต้นไม้ทุกต้นมีความทรงจำ ต้นไม้ทุกต้นมีความหมาย" เธอพูดเสียงดังฟังชัด "เราจะยอมให้ใครก็ได้มาทำลายมันไปง่ายๆ อย่างนั้นหรือ"
"แล้วเราจะทำยังไงกันดีล่ะ" ชาวบ้านอีกคนถามอย่างร้อนรน "เรามีกำลังสู้กับเจ้าสัวได้ยังไง"
"เราไม่จำเป็นต้องสู้ด้วยกำลัง" วสันต์ตอบ "เราต้องสู้ด้วยสติปัญญา และความสามัคคี"
"สามัคคี?" ชาวบ้านคนหนึ่งเอ่ยถาม "แล้วเราจะสามัคคีกันได้อย่างไร ในเมื่อทุกคนต่างคนต่างกลัว"
"เราต้องเริ่มต้นจากการให้ความรู้" วสันต์กล่าว "เราต้องทำให้ทุกคนเห็นถึงอันตรายที่แท้จริง"
"แล้วเราจะทำยังไงล่ะ"
"เราอาจจะลองยื่นข้อเสนอให้กับเจ้าสัว" อุษาเสนอ "ลองดูว่าเขายอมรับข้อเสนอของเราหรือไม่"
"ข้อเสนออะไรล่ะ"
"อย่างน้อยก็ราคาที่เป็นธรรม" อุษาตอบ "และต้องมีข้อตกลงที่ชัดเจน ว่าเขาจะตัดไม้เท่าไหร่ และจะเว้นพื้นที่ส่วนไหนไว้ให้ป่าได้ฟื้นฟู"
วสันต์หันมามองอุษาด้วยความชื่นชม "เป็นความคิดที่ดีมากอุษา"
"แต่เจ้าสัวจะยอมฟังเราหรือ" ชาวบ้านคนหนึ่งตั้งคำถาม
"เราต้องลองดู" วสันต์ตอบ "ถ้าเขาไม่ยอม เราก็ต้องหาทางอื่น"
"ทางอื่นคืออะไร"
"ถ้าเจ้าสัวไม่ยอม เราอาจจะต้องลองไปร้องเรียนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง" วสันต์เสนอ "ถึงแม้ว่าเขาจะมีเส้นสาย แต่ก็คงไม่สามารถปิดปากทุกคนได้ทั้งหมด"
"ร้องเรียนไปก็เท่านั้นแหละ" ชาวบ้านคนหนึ่งพูดอย่างสิ้นหวัง "พวกนั้นก็รับสินบนไปหมดแล้ว"
"เราต้องลองดู" อุษาพูดแทรกขึ้นมา "ถ้าเราไม่ลองทำอะไรเลย เราก็จะไม่มีวันรู้"
"ใช่" วสันต์เห็นด้วย "และถ้าเราสามารถรวบรวมรายชื่อชาวบ้านจำนวนมาก เพื่อแสดงเจตจำนงค์ของเรา มันก็จะเป็นหลักฐานสำคัญ"
"แล้วใครจะเป็นคนรวบรวมรายชื่อล่ะ"
"พวกเราไง" วสันต์ชี้นิ้วไปรอบๆ "พวกเราทุกคนที่อยู่ที่นี่"
การประชุมดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้น ผู้คนเริ่มมีความหวังมากขึ้นเรื่อยๆ จากที่เคยกลัวและไม่รู้จะทำอย่างไร ตอนนี้พวกเขามีแผนการ มีเป้าหมายที่ชัดเจน
"เอาล่ะ" วสันต์กล่าวเมื่อเห็นว่าใกล้จะค่ำแล้ว "พรุ่งนี้เช้า เราจะแยกย้ายกันไปพูดคุยกับชาวบ้าน และชวนพวกเขามาลงชื่อ"
"แล้วเราจะนัดรวมตัวกันอีกครั้งเมื่อไหร่" อุษาถาม
"อีกสามวันข้างหน้า" วสันต์ตอบ "ที่นี่ ที่เดิม"
"ตกลง" ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย
เมื่อการประชุมสิ้นสุดลง แต่ละคนก็แยกย้ายกันกลับบ้านไปอย่างเงียบๆ ทิ้งไว้เพียงเสียงน้ำไหล และแสงจันทร์ที่เริ่มส่องสว่างเหนือผิวน้ำ อุษามองตามหลังวสันต์ไป เธอรู้สึกว่าการตัดสินใจที่จะร่วมมือกับเขาในครั้งนี้ เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุด
ใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ริมธาร ที่เคยเป็นเพียงที่หลบภัยส่วนตัวของเธอ วันนี้มันได้กลายเป็นศูนย์รวมของความหวัง และจุดเริ่มต้นของการต่อสู้เพื่อความถูกต้อง
4,234 ตัวอักษร