ลมรักพัดผ่านทุ่งทอง

ตอนที่ 4 / 40

ตอนที่ 4 — ความรู้สึกที่เริ่มก่อตัวในใจ

แสงแดดอ่อนยามบ่ายสาดส่องลงมายังทุ่งนาสีทองอร่าม ลมพัดเอื่อยๆ พาเอากลิ่นอายดิน กลิ่นรวงข้าวที่กำลังจะสุกหอมโชยมา แสงดาวเดินช้าๆ อยู่ตามคันนา สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าเต็มปอด รอยยิ้มบางๆ ยังคงประดับอยู่บนใบหน้าของเธอ หลังจากบทสนทนาอันน่าประหลาดใจกับเมฆาเมื่อครู่ ความรู้สึกภายในใจของเธอสับสนปนเปไปหมด เมฆา... ชายหนุ่มผู้สูงศักดิ์จากเมืองใหญ่ ผู้ที่เธอเคยตัดสินว่าเป็นคนเย็นชา ไร้หัวใจ กลับแสดงมุมมองที่ต่างออกไป เขาไม่ได้มองข้ามความงามของธรรมชาติและความสุขของชาวบ้านอย่างที่เธอเคยคิด บางที... เขาอาจจะมีหัวใจที่อ่อนโยนซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกที่แข็งกระด้างนั้นก็ได้ “คุณดาว! กำลังเดินชมวิวเพลินเลยเหรอคะ” เสียงใสของลำเจียกดังขึ้น ทำให้แสงดาวหลุดจากภวังค์ “เห็นคุณเมฆามายืนคุยกับคุณที่ริมทางเมื่อกี้นี้เอง มีอะไรดีๆ มาเล่าให้ฟังหรือเปล่าคะ” ลำเจียกเป็นลูกสาวของลุงสมชาย กำนันคนเก่าของหมู่บ้าน เธอเป็นเด็กสาวหน้าตาน่ารัก ช่างพูดช่างคุย และดูเหมือนจะมีความรู้สึกพิเศษบางอย่างให้กับเมฆาอยู่ไม่น้อย แสงดาวเคยเห็นลำเจียกพยายามเข้าหาเมฆาอยู่หลายครั้ง แต่เมฆาก็มักจะตอบกลับด้วยท่าทีสุภาพแต่ห่างเหินเสมอ “เปล่าจ้ะลำเจียก ไม่มีอะไรพิเศษหรอก” แสงดาวตอบยิ้มๆ “แค่คุยกันเรื่องทุ่งนาของเรานี่แหละ” “คุยเรื่องทุ่งนา? แต่คุณเมฆาเขาเป็นนักธุรกิจนะ เขาจะสนใจอะไรเรื่องทุ่งนาของเรา” ลำเจียกถามอย่างไม่ค่อยเชื่อ “หรือว่าเขาจะชวนคุณดาวไปดูโครงการของเขาล่ะสิ” “เขาไม่ได้ชวนจ้ะ” แสงดาวปฏิเสธ “ฉันแค่บอกเขาว่าที่ดินตรงนี้มีความสำคัญกับเรายังไง ชาวบ้านเขารักและผูกพันกับที่ดินผืนนี้แค่ไหน” ลำเจียกมองหน้าแสงดาวอย่างพิจารณา “แล้วเขาฟังไหมคะ? เขาดูเปลี่ยนไปจากเมื่อวานเลยนะ” “เขาก็รับฟังนะ” แสงดาวตอบ “ดูเหมือนว่าเขาจะเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่างแล้ว” “เข้าใจอะไรคะ” ลำเจียกคาดคั้น “บอกหนูหน่อยสิ” แสงดาวส่ายหน้าเบาๆ “เรื่องของเขาน่ะจ้ะ เรากลับบ้านกันเถอะ ยายคงรอข้าวเย็นอยู่” ทั้งสองสาวเดินกลับบ้านด้วยกัน บรรยากาศที่เคยมีแต่ความกังวลใจและความไม่แน่นอนของชาวบ้าน เริ่มมีประกายแห่งความหวังเล็กๆ เกิดขึ้นจากบทสนทนาของแสงดาวและเมฆา หลายวันต่อมา เมฆาไม่ได้ปรากฏตัวต่อหน้าชาวบ้านอย่างที่เคย เขาหายตัวไปจากหมู่บ้าน ทำให้ชาวบ้านบางคนเริ่มสบายใจขึ้น ขณะที่บางคนก็กลับมาเต็มไปด้วยความสงสัย แสงดาวเองก็แปลกใจไม่น้อย เธอมักจะเผลอนึกถึงแววตาที่อ่อนล้าของเมฆา นึกถึงรอยยิ้มบางๆ ที่เขาเคยส่งให้ นึกถึงคำพูดที่แสดงให้เห็นว่าเขากำลังคิดทบทวนเรื่องโครงการของเขา “สงสัยคุณเมฆาคงจะกลับไปคิดแผนการใหม่แล้ว” ยายผินพูดขึ้นขณะที่กำลังตำน้ำพริก “คราวนี้คงมาพร้อมกับข้อเสนอที่ทำให้พวกเราใจอ่อนแน่ๆ” “หนูไม่แน่ใจเลยค่ะยาย” แสงดาวตอบ “เมื่อวันนั้น หนูเห็นอะไรบางอย่างในแววตาของคุณเมฆา” “เห็นอะไรล่ะ” ยายผินถาม “เห็นความลังเลค่ะยาย เห็นความรู้สึกผิดบาปเล็กๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น” แสงดาวอธิบาย “เขาดูเหมือนจะเริ่มเข้าใจแล้วว่า สิ่งที่เขากำลังจะทำ มันอาจจะส่งผลกระทบต่อชีวิตของคนอื่นมากแค่ไหน” “แกแน่ใจนะดาว” ยายผินถามเสียงจริงจัง “อย่าเพิ่งไปหวังอะไรมากนักเลยนะลูก คนเมืองกรุงอย่างเขาน่ะ ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเปลี่ยนใจ” “หนูรู้ค่ะยาย” แสงดาวรับคำ “แต่หนูเชื่อในสิ่งดีๆ ที่มีอยู่ในใจคนทุกคนค่ะ” วันเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า ความขัดแย้งระหว่างเมฆาและชาวบ้านยังคงค้างคาอยู่ แต่ความรู้สึกของแสงดาวที่มีต่อเมฆาก็เริ่มเปลี่ยนไป จากความรู้สึกต่อต้านและไม่ไว้วางใจ กลายเป็นความรู้สึกที่ซับซ้อนมากขึ้น เธอเริ่มเห็นอกเห็นใจเขาในบางมุม และอดสงสัยไม่ได้ว่าแผนการพัฒนาของเขาจะดำเนินต่อไปอย่างไร จนกระทั่งเย็นวันหนึ่ง ขณะที่แสงดาวกำลังช่วยแม่เก็บผักสวนครัวหลังบ้าน เธอเห็นรถยนต์คันหรูคันเดิมจอดอยู่ที่หน้าบ้านกำนัน เธอรีบเดินเข้าไปดูด้วยความเป็นห่วง “คุณเมฆา!” แสงดาวอุทานเมื่อเห็นเมฆายืนอยู่กับกำนันคนใหม่ “อ้าว คุณแสงดาว” เมฆาทักทายด้วยน้ำเสียงที่ดูผ่อนคลายกว่าเดิม “ผมกำลังจะกลับพอดี” “คุณมากี่วันแล้วคะ” แสงดาวถาม “มาสองวันแล้วครับ” เมฆาตอบ “ผมมาดูความคืบหน้าของเอกสารบางอย่าง แล้วก็มาคุยกับกำนันคนใหม่” “แล้ว... เรื่องโครงการล่ะคะ” แสงดาวถามอย่างลังเล เมฆาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจ “ผม... ผมกำลังพิจารณาเรื่องนี้ใหม่อยู่ครับ” “พิจารณาใหม่?” แสงดาวถามด้วยความหวัง “ใช่ครับ” เมฆาตอบ “ผมได้รับฟังความคิดเห็นของชาวบ้านหลายคน รวมถึงคำพูดของคุณด้วย” เขาหยุดไปมองหน้าแสงดาว “ผมตระหนักได้ว่า วิธีการพัฒนาของผมอาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยน” “ปรับเปลี่ยนยังไงคะ” แสงดาวถามอย่างตื่นเต้น “ผมกำลังหาทางที่จะพัฒนาพื้นที่ โดยที่ไม่กระทบต่อวิถีชีวิตของชาวบ้านมากเกินไป” เมฆาอธิบาย “อาจจะมีการปรับแผนการก่อสร้าง หรืออาจจะหาพื้นที่อื่นที่เหมาะสมกว่า” “จริงเหรอคะ” แสงดาวถามด้วยความดีใจ “นั่นเป็นข่าวดีมากเลยค่ะ” “แต่ก็ยังไม่แน่นอนนะครับ” เมฆาเสริม “ผมยังต้องนำเรื่องนี้ไปปรึกษาคณะกรรมการบริษัทอีกครั้ง” “หนูเข้าใจค่ะ” แสงดาวพยักหน้า “แต่แค่คุณเมฆาคิดจะปรับเปลี่ยน ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีมากๆ แล้วค่ะ” เมฆามองแสงดาวด้วยสายตาที่อ่อนโยน “ผมต้องขอบคุณคุณนะ คุณแสงดาว ที่ทำให้ผมมองเห็นอะไรหลายๆ อย่าง” “หนูแค่พูดในสิ่งที่หนูคิดค่ะ” แสงดาวตอบ “และหนูเชื่อว่าคุณเมฆาก็เป็นคนดี มีเหตุผล” บทสนทนาของทั้งสองคนจบลงด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ แสงดาวรู้สึกเบาใจอย่างบอกไม่ถูก เธอเชื่อว่าความดีงามและความจริงใจของเธอ จะสามารถเปลี่ยนแปลงหัวใจของเมฆาได้จริงๆ เมฆาขึ้นรถและขับออกไป ทิ้งให้แสงดาวมองตามรถคันหรูจนลับสายตา เธอกลับมาช่วยแม่เก็บผักต่อด้วยหัวใจที่พองโต คืนนั้น แสงดาวนอนหลับฝันดี หลับไปพร้อมกับความหวังว่าทุ่งทองของเธอ จะยังคงเป็นทุ่งทองที่งดงามตลอดไป

4,578 ตัวอักษร