ตอนที่ 5 — รอยร้าวที่เริ่มปรากฏ
วันเวลาล่วงเลยไปอีกระยะหนึ่ง ความตึงเครียดในหมู่บ้านเริ่มคลี่คลายลงบ้างตามลำดับ ข่าวคราวเรื่องการปรับเปลี่ยนแผนโครงการของเมฆาได้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ชาวบ้านหลายคนเริ่มผ่อนคลายความกังวลลง
แสงดาวเองก็รู้สึกโล่งใจที่ได้เห็นรอยยิ้มกลับมาบนใบหน้าของคนในหมู่บ้าน เธอใช้เวลาส่วนใหญ่ดูแลครอบครัวและช่วยยายผินทำไร่ทำสวน ชีวิตกลับมาสู่ความสงบสุขอีกครั้ง
แต่ความสงบสุขนั้นก็อยู่ได้ไม่นานนัก วันหนึ่ง เมฆาก็เดินทางกลับมาที่หมู่บ้านอีกครั้ง พร้อมกับทีมงานจำนวนหนึ่ง พวกเขาไม่ได้มาเพื่อสำรวจที่ดินหรือพูดคุยกับชาวบ้านเหมือนเคย แต่ครั้งนี้ พวกเขามาพร้อมกับอุปกรณ์บางอย่าง และเริ่มเข้าทำการสำรวจพื้นที่บางส่วนอย่างเงียบๆ
“พวกเขากำลังทำอะไรกันอยู่คะยาย” แสงดาวถามยายผิน ขณะที่มองดูคนของเมฆาเคลื่อนย้ายเครื่องมือเข้าไปในป่าท้ายหมู่บ้าน
“ไม่รู้เหมือนกันจ้ะ” ยายผินตอบด้วยสีหน้ากังวล “แต่ดูไม่ค่อยดีเลยนะ”
ไม่นานนัก ลำเจียกก็วิ่งหน้าตาตื่นมาหาแสงดาว
“คุณดาวคะ! คุณดาว! ฉันเห็นคุณเมฆาแล้ว!” ลำเจียกตะโกนเสียงดัง “เขาอยู่กับคนของเขาที่ริมลำธารน่ะค่ะ!”
แสงดาวใจหายวาบ เธอรีบวิ่งตามลำเจียกไปยังริมลำธาร ภาพที่เห็นทำให้เธอแทบไม่อยากเชื่อสายตา
เมฆายืนอยู่ข้างลำธาร โดยมีคนงานกำลังติดตั้งท่อขนาดใหญ่บางอย่างลงไปในน้ำ
“คุณเมฆา!” แสงดาวตะโกนเรียกเสียงดัง น้ำเสียงสั่นเครือ “คุณกำลังทำอะไรอยู่คะ!”
เมฆาหันมามองด้วยสีหน้าเรียบเฉย ราวกับว่าการกระทำของเขาเป็นเรื่องปกติธรรมดา “ผมกำลังติดตั้งระบบสูบน้ำครับ คุณแสงดาว”
“ระบบสูบน้ำ? แล้วมันจะส่งผลกระทบต่อลำธารของเราไหมคะ” แสงดาวถามอย่างไม่ไว้ใจ
“ไม่มีผลกระทบหรอกครับ” เมฆาตอบ “เราจะสูบน้ำไปใช้ในโครงการของเราเท่านั้น”
“แต่ลำธารนี้เป็นแหล่งน้ำสำคัญของเรานะคะ!” แสงดาวขึ้นเสียง “เราใช้น้ำจากที่นี่ในการเกษตร แล้วถ้าคุณสูบน้ำไปหมด เราจะเอาอะไรกิน!”
“ผมบอกแล้วไงครับว่ามันไม่มีผลกระทบ” เมฆาตอบเสียงเย็นชา “ปริมาณน้ำที่ผมสูบไปนั้นน้อยมากเมื่อเทียบกับปริมาณน้ำทั้งหมด”
“น้อยมากสำหรับคุณ แต่สำหรับพวกเรามันคือชีวิต!” แสงดาวสวนกลับทันที “คุณเคยพูดว่าจะปรับเปลี่ยนแผน คุณเคยพูดว่าจะไม่กระทบวิถีชีวิตของเรา! แต่นี่มันอะไรกัน!”
ชาวบ้านที่ได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย ก็ทยอยกันเดินออกมาดู บางคนก็เข้ามาประชิดตัวเมฆาด้วยความโกรธ
“นี่คุณเมฆา! ทำแบบนี้มันไม่ถูกนะ!” ลุงบุญตะโกน “พวกเราไม่ยอม!”
“ใช่! พวกเราไม่ยอมให้สูบน้ำไป!” ชาวบ้านคนอื่นๆ ตะโกนเสริม
เมฆาถอนหายใจหนักๆ “พวกคุณใจเย็นก่อนครับ ผมจะอธิบาย”
“จะอธิบายอะไรอีก!” ลำเจียกแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ “ที่คุณพูดว่าจะปรับเปลี่ยนแผนนั่น มันแค่หลอกพวกเราใช่ไหมคะ! คุณมันคนใจร้าย!”
คำพูดของลำเจียกทำให้เมฆาหันไปมองเธอด้วยแววตาที่ดูสับสนเล็กน้อย แต่เขาก็ยังคงยืนยันในคำตอบเดิม
“ผมไม่ได้หลอกใครครับ” เมฆากล่าวเสียงเข้ม “แต่โครงการต้องดำเนินต่อไป”
“โครงการของคุณสำคัญกว่าชีวิตของพวกเราใช่ไหม!” แสงดาวถามด้วยน้ำตาที่คลอเบ้า
“ผมไม่ได้บอกว่าสำคัญกว่า” เมฆาตอบ “แต่ผมต้องทำตามหน้าที่ของผม”
“หน้าที่ของคุณคือการทำลายชีวิตของพวกเราอย่างนั้นเหรอ!” แสงดาวกรีดร้อง “ฉันผิดไปแล้วที่เคยเชื่อในตัวคุณ!”
ความโกรธและความผิดหวังปะทุขึ้นมาในใจของแสงดาว เธอไม่เคยรู้สึกโกรธเมฆาเท่านี้มาก่อน การกระทำของเขาในครั้งนี้ มันเหมือนเป็นการตอกย้ำว่า ชาวบ้านอย่างพวกเธอไม่มีความหมายอะไรเลยในสายตาของคนรวย
“คุณเมฆาคะ” แสงดาวพูดเสียงสั่น “คุณพูดว่าคุณชอบธรรมชาติ ชอบความสวยงามของทุ่งทองของเรา แต่การกระทำของคุณมันตรงกันข้ามเลยนะคะ”
เมฆาเงียบไป เขาหลบสายตาของแสงดาว มองไปยังผืนน้ำในลำธารที่ไหลเอื่อย
“ผม... ผมเข้าใจครับ” เมฆาพึมพำ “แต่บางครั้ง... การตัดสินใจมันก็ยาก”
“ยากสำหรับคุณ แต่สำหรับพวกเรามันคือความหายนะ!” แสงดาวสวนกลับ “ถ้าคุณยังยืนยันจะทำแบบนี้ พวกเราก็จะต่อสู้จนถึงที่สุด!”
ชาวบ้านพากันส่งเสียงสนับสนุนแสงดาว บรรยากาศรอบข้างเต็มไปด้วยความขัดแย้งและความไม่ไว้วางใจอีกครั้ง
ลำเจียกยืนมองเมฆาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง ก่อนจะเดินเข้าไปหาแสงดาว
“คุณดาวคะ อย่าเสียใจเลยนะคะ” ลำเจียกพูดปลอบ “เราจะสู้ไปด้วยกัน”
แสงดาวพยักหน้าด้วยน้ำตาที่ไหลริน เธอหันไปมองเมฆาอีกครั้ง เห็นแววตาที่สับสนและเหนื่อยล้าของเขา แต่ความผิดหวังในครั้งนี้ มันหนักหนาสาหัสเกินกว่าที่เธอจะมองข้ามไปได้
“คุณเมฆา” แสงดาวพูดเสียงเบาแต่หนักแน่น “บางที... คุณอาจจะไม่ได้มองข้ามอะไรไปก็ได้ค่ะ แต่คุณอาจจะแค่ไม่เคยเห็นมันจริงๆ จังๆ”
เมฆาเงียบไป เขาไม่ได้โต้เถียงอะไรอีก แต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทีว่าจะยกเลิกการติดตั้งระบบสูบน้ำ
ชาวบ้านยืนประจันหน้ากับเมฆาและคนงานของเขาด้วยความไม่พอใจ บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความตึงเครียด แสงดาวรู้ดีว่า การต่อสู้ครั้งนี้ จะไม่ง่ายเหมือนครั้งก่อนๆ อีกต่อไป
เมฆามองไปยังทุ่งนาสีทองอร่ามด้วยแววตาที่ซับซ้อน ราวกับว่าเขากำลังพยายามหาคำตอบให้กับอะไรบางอย่าง แต่คำตอบนั้นดูเหมือนจะอยู่ไกลเกินเอื้อม
“เราจะไปแจ้งความ!” ลุงบุญประกาศเสียงดัง “คุณทำแบบนี้ไม่ได้!”
“ลุงคะ” แสงดาวเรียก “ใจเย็นๆ ก่อนค่ะ”
“ใจเย็นได้ยังไงดาว! นี่มันคือการแย่งชิงทรัพยากรของเรา!” ลุงบุญสวนกลับ
เมฆาเพียงแต่ยืนนิ่ง มองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาไม่ได้ขยับตัว ไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติม ปล่อยให้ความโกรธและความผิดหวังของชาวบ้านถาโถมเข้าใส่
แสงดาวมองเมฆาด้วยสายตาที่ผสมปนเปไปด้วยความสงสารและความผิดหวัง เธอไม่แน่ใจว่าความเชื่อมั่นที่เธอเคยมีให้เขา จะยังคงอยู่ได้หรือไม่
4,397 ตัวอักษร