บทเรียนจากชีวิตที่สอนให้รู้จักรัก

ตอนที่ 1 / 40

ตอนที่ 1 — ภาพลวงตาของครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ

ปรางทิพย์สาวน้อยวัยยี่สิบห้าปี กำลังยืนมองตัวเองในกระจกบานใหญ่ที่แขวนอยู่กลางห้องแต่งตัว ภาพสะท้อนของเธอในชุดราตรีสีแดงเลือดนกเผยให้เห็นเรือนร่างสมส่วน ผิวขาวผ่องราวไข่มุก ดวงตาคมกริบสีน้ำตาลเข้มเปล่งประกายแห่งความมั่นใจ ปากกระจับสีชมพูระเรื่อถูกแต่งแต้มด้วยลิปสติกสีแดงสด ผมยาวสลวยถูกเกล้าขึ้นอย่างประณีต เผยลำคอระหงงระยับด้วยสร้อยคอเพชรเม็ดงาม ปรางทิพย์ยิ้มให้กับตัวเอง มันเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจในทุกสิ่งที่เธอเป็น ทุกสิ่งที่เธอมี ความสมบูรณ์แบบที่เธอถูกปลูกฝังมาตลอดชีวิต “สวยมากเลยค่ะคุณปราง” เสียงของเจน พนักงานแต่งหน้าประจำตัวเอ่ยชมอย่างจริงใจ “ราตรีนี้ต้องเป็นดาวเด่นของงานแน่ๆ” ปรางทิพย์หันกลับมายิ้มให้เจน “ขอบใจมากนะเจน ทุ่มเทเต็มที่เลยนะวันนี้” “แน่นอนค่ะ” เจนตอบรับด้วยความกระตือรือร้น “วันนี้คุณปรางต้องเฉิดฉายที่สุด” ปรางทิพย์พยักหน้ารับรู้ เธอเดินไปหยิบคลัทช์ใบเล็กที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง บรรจงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาก่อนจะกดหมายเลขโทรศัพท์ที่คุ้นเคย “คุณพ่อคะ ปรางกำลังจะออกไปแล้วค่ะ” เสียงของเธออ่อนหวาน นุ่มนวล ราวกับจะละลายหัวใจคนที่ได้ยิน “คุณพ่อกับคุณแม่มาถึงหรือยังคะ” ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมีเสียงทุ้มของผู้ชายตอบกลับมา “พ่อกำลังจะไปรับแม่ที่บ้าน เดี๋ยวเจอกันที่งานนะลูก” “ค่ะ คุณพ่อ” ปรางทิพย์กดวางสายด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก เธอมั่นใจว่าคุณพ่อจะไม่มีทางผิดนัด แม้ว่าบางครั้งคุณพ่ออาจจะดูห่างเหินไปบ้าง แต่สำหรับเธอแล้ว คุณพ่อคุณแม่คือสัญลักษณ์ของความมั่นคงและความรักที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย ครอบครัวของเธอคือภาพวาดที่สมบูรณ์แบบ ไม่มีรอยร้าว ไม่มีตำหนิใดๆ “คุณพ่อคุณแม่จะมาที่งานด้วยเหรอคะ” เจนถามพลางจัดปกเสื้อให้ปรางทิพย์ “ใช่สิ” ปรางทิพย์ตอบอย่างไม่ลังเล “งานเปิดตัวโครงการใหม่ของบริษัททั้งที ท่านทั้งสองต้องมาให้กำลังใจอยู่แล้ว” “โชคดีจังเลยค่ะ” เจนพึมพำ “ครอบครัวคุณปรางน่ารักมากเลยนะคะ” ปรางทิพย์เพียงแค่ยิ้มรับ คำชมเชยนั้นเธอได้รับมาตลอดชีวิต ไม่เคยมีใครเคยเห็นด้านอื่นของครอบครัวเธอเลย ทุกคนมองเห็นแต่ภาพลักษณ์ภายนอกที่สวยงาม หรูหรา เพียบพร้อม ทุกอย่างดูเหมือนจะสมบูรณ์แบบไปเสียหมด เธอเดินออกจากห้องแต่งตัว ก้าวเข้าสู่โถงทางเดินที่ปูพรมสีแดงสด เสียงเพลงบรรเลงเบาๆ ดังมาจากชั้นล่าง แสดงถึงบรรยากาศของงานเลี้ยงที่กำลังจะเริ่มขึ้น ปรางทิพย์สูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามขับไล่ความรู้สึกบางอย่างที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจ ความรู้สึกที่เหมือนมีอะไรบางอย่างไม่ชอบมาพากล “คุณปรางคะ” เสียงเรียกจากข้างหลังทำให้เธอหันไปมอง เป็นมาวิน เพื่อนร่วมงานที่รับหน้าที่เป็นพิธีกรในงานวันนี้ “สวยมากเลยครับ ผมนี่แทบจะจำไม่ได้เลย” ปรางทิพย์หัวเราะเบาๆ “พูดเกินไปแล้วค่ะ คุณมาวิน” “ไม่เกินจริงเลยครับ” มาวินยืนยัน “ผมได้ยินข่าวว่าวันนี้คุณพ่อคุณแม่จะมาด้วย ดีใจด้วยนะครับที่จะได้มีโมเมนต์ครอบครัวอบอุ่นๆ” คำว่า "โมเมนต์ครอบครัวอบอุ่นๆ" กลับทำให้ปรางทิพย์รู้สึกชาดิกๆ ขึ้นมาในอก เธอพยายามยิ้มตอบ “ค่ะ” “ถ้ามีอะไรให้ผมช่วย บอกได้เลยนะครับ” มาวินกล่าวอย่างมีน้ำใจ “ขอบคุณค่ะ” ปรางทิพย์กล่าว ก่อนจะเดินต่อไปยังห้องจัดเลี้ยง บรรยากาศภายในงานคึกคักไปด้วยแขกเหรื่อที่ทยอยกันเข้ามา หลายคนคุ้นหน้าคุ้นตา เป็นลูกค้าคนสำคัญ พันธมิตรทางธุรกิจ และผู้มีเกียรติในวงสังคม ปรางทิพย์เดินทักทายผู้คนตามมารยาท รอยยิ้มถูกส่งออกไปอย่างต่อเนื่อง แต่ภายในใจกลับรู้สึกว่างเปล่า เธอมองหาใบหน้าของพ่อและแม่ในหมู่แขกเหรื่อ แต่ก็ยังไม่พบ ท้องก็เริ่มร้องประท้วงเล็กน้อย เธอไม่ได้ทานอะไรมาก่อนเลย เพราะมัวแต่เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับงานนี้ “ปราง!” เสียงทักทายที่ดังขึ้นอย่างสดใสทำให้เธอหันไปมอง เป็นคุณหญิงอรุณรัศมี นักธุรกิจหญิงใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลในแวดวงสังคม เธอมาพร้อมกับบุตรชายคนเดียว วรุต หนุ่มหล่อมาดเท่ในชุดสูทสีเข้ม “สวัสดีค่ะ คุณหญิง” ปรางทิพย์รีบเข้าไปทักทาย “ยินดีที่ได้พบค่ะ” “ยินดีที่ได้พบเช่นกันจ้ะ” คุณหญิงอรุณรัศมีกล่าวพลางมองปรางทิพย์ตั้งแต่หัวจรดเท้า “สวยสมคำร่ำลือจริงๆ” “ขอบคุณค่ะ” ปรางทิพย์ยิ้มรับ “สวัสดีครับ คุณปรางทิพย์” วรุตกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม ดวงตาของเขาสบเข้ากับดวงตาของปรางทิพย์ ก่อนจะส่งยิ้มบางๆ ให้ “สวัสดีค่ะ คุณวรุต” ปรางทิพย์ตอบรับอย่างสุภาพ ถึงแม้จะเคยเจอวรุตมาก่อนในการประชุมธุรกิจบางครั้ง แต่ก็ไม่เคยได้พูดคุยกันอย่างจริงจัง “ลูกชายฉันน่ะ ชื่นชมผลงานของคุณปรางมาตลอด” คุณหญิงอรุณรัศมีเอ่ยเสริม “อยากจะร่วมงานกับบริษัทของคุณปรางมานานแล้ว” “เป็นเกียรติมากค่ะ” ปรางทิพย์กล่าว “ถ้าอย่างนั้น วันนี้เราหาอะไรดื่มคุยกันดีไหม” คุณหญิงอรุณรัศมีเสนอ “ถือโอกาสทำความรู้จักกันให้มากขึ้น” ก่อนที่ปรางทิพย์จะทันได้ตอบรับ เสียงของผู้จัดการฝ่ายการตลาดของเธอ ก็ดังขึ้น “คุณปรางครับ ขอเชิญขึ้นเวทีเพื่อกล่าวเปิดงานครับ” ปรางทิพย์ถอนหายใจเบาๆ “ขออภัยด้วยนะคะ คุณหญิง คุณวรุต ปรางต้องขอตัวก่อนค่ะ” “ไม่เป็นไรจ้ะ” คุณหญิงอรุณรัศมีกล่าว “ไว้เราค่อยว่ากันใหม่” ปรางทิพย์เดินขึ้นเวทีไปยังแท่นกล่าว เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเริ่มกล่าวเปิดงานด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและมั่นคง ภาพผู้คนมากมายที่มองมาที่เธอ ทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย แต่เธอก็พยายามควบคุมตัวเองให้อยู่ในความสงบ “สวัสดีค่ะ ท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน” เธอเริ่มต้น “ดิฉัน ปรางทิพย์ สิทธิเวช ในนามของบริษัท เพอร์เฟค พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติมาร่วมงานเปิดตัวโครงการ ‘เดอะ แกรนด์ ลักซ์ชัวรี่’ ในค่ำคืนนี้ค่ะ…” เธอพูดต่อด้วยความมั่นใจ พรีเซนต์โครงการใหม่ของบริษัทได้อย่างน่าประทับใจ เธอพูดถึงวิสัยทัศน์ ความมุ่งมั่น และความตั้งใจที่จะสร้างสรรค์ที่อยู่อาศัยที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ทุกคำพูดถูกกลั่นกรองมาอย่างดี สะท้อนถึงความเป็นมืออาชีพและภาพลักษณ์ที่เธอถูกหล่อหลอมมา ขณะที่เธอกำลังจะกล่าวถึงความสำคัญของครอบครัวและความสุขที่โครงการนี้จะมอบให้ เธอก็เหลือบไปเห็นภาพที่ทำให้หัวใจของเธอหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ที่โต๊ะตัวหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากเวที คุณพ่อของเธอกำลังนั่งอยู่กับผู้หญิงอีกคนหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่คุณแม่ของเธอ สีหน้าของคุณพ่อดูมีความสุขอย่างเห็นได้ชัด เขาหัวเราะและพูดคุยกับผู้หญิงคนนั้นอย่างสนิทสนม และที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือ คุณแม่ของเธอ ไม่ได้อยู่ที่นั่น น้ำเสียงของปรางทิพย์เริ่มสั่นเครือ เธอพยายามกลั้นน้ำตาที่กำลังจะไหลออกมา แต่ก็ทำได้ยากเหลือเกิน ทุกคำพูดที่เคยเตรียมมาอย่างดี กลับดูเหมือนจะติดอยู่ที่ลำคอ ภาพลวงตาของครอบครัวที่สมบูรณ์แบบที่เธอเคยยึดถือมาตลอดชีวิต กำลังจะพังทลายลงตรงหน้า

5,287 ตัวอักษร