ดอกไม้ที่ผลิบานในดินแดนแห่งความทรมาน

ตอนที่ 4 / 40

ตอนที่ 4 — มิตรภาพและความขัดแย้งที่เริ่มก่อตัว

แสงแดดยามเช้าสาดส่องลอดช่องหน้าต่างเข้ามาในห้องนอนของพรรณราย ปลุกเธอให้ตื่นขึ้นจากนิทราอันหนักอึ้ง เธอขยับตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียง มองสำรวจสภาพห้องนอนของตัวเองที่เมื่อวานนี้ยังไม่ได้ลงมือทำความสะอาดอย่างจริงจังนัก ฝุ่นยังคงจับหนาตามพื้นและเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ “เอาล่ะ วันนี้ต้องเริ่มแล้ว” เธอพึมพำกับตัวเอง พลางลุกขึ้นยืนไปยืดเส้นยืดสาย หลังจากจัดการธุระส่วนตัวในห้องน้ำที่แสนจะทรุดโทรมแล้ว พรรณรายก็เดินออกมาที่ห้องครัวเล็กๆ เธอเปิดตู้เย็นเก่าๆ ที่ได้รับมาพร้อมกับบ้าน พบเพียงน้ำดื่มไม่กี่ขวด และแผงไข่เล็กๆ ที่ใกล้จะหมดอายุ “คงต้องหาซื้อของกินเพิ่มแล้วล่ะ” เธอคิดในใจ เธอตัดสินใจว่าก่อนจะเริ่มทำงานบ้าน จะขอออกไปสำรวจบริเวณรอบๆ หมู่บ้านเสียก่อน เผื่อจะเจอร้านค้า หรืออะไรที่จะพอประทังชีวิตได้บ้าง เมื่อเธอเดินออกจากบ้าน ก็พบกับสมศรีที่กำลังรดน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้าน “ตื่นเช้าเชียวนะ หนูน้อย” สมศรียิ้มทักทาย “ค่ะคุณป้า หนูว่าจะออกไปเดินสำรวจรอบๆ หน่อยค่ะ” พรรณรายตอบ “ดีแล้วล่ะ จะได้คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อม” สมศรียื่นถุงผ้าใบเล็กๆ ให้ “นี่ ป้ามีขนมปัง กับแยมผลไม้ ที่ป้าทำเอง เอาไปทานรองท้องก่อนนะ” “ขอบคุณมากๆ เลยค่ะคุณป้า” พรรณรายรับถุงผ้ามาด้วยความซาบซึ้ง น้ำใจของสมศรีทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย เธอเดินออกจากบริเวณบ้านของตัวเอง มุ่งหน้าไปทางที่เธอเห็นว่ามีทางเดินหลักของหมู่บ้านอยู่ สองข้างทางเป็นบ้านเรือนที่ส่วนใหญ่เป็นเรือนไม้เก่าๆ มีรั้วไม้เตี้ยๆ กั้นอยู่บ้างบางบ้าน มีต้นไม้ใหญ่ยืนต้นให้ร่มเงา ดูแล้วก็เป็นบรรยากาศชนบทที่สงบเงียบ แต่ก็แฝงไว้ด้วยความรกร้างบางส่วน ขณะที่เดินไปเรื่อยๆ เธอได้ยินเสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยดังมาจากทิศทางของบ้านใหญ่ที่สมศรีกบอกไว้ เธอชะลอฝีเท้าลง มองไปทางนั้น เห็นกลุ่มวัยรุ่นที่เธอเจอเมื่อวานกำลังนั่งล้อมวงกันอยู่กลางลานดินหน้าบ้านใหญ่ บางคนกำลังขัดหม้อ ขัดกระทะ บางคนกำลังหั่นผัก ส่วนเอกภพก็กำลังยืนสั่งการอะไรบางอย่าง “ดูสิ นั่นพรรณรายมาแล้ว!” เสียงหนึ่งดังขึ้น เอกภพหันมามอง พลางยิ้มให้ “ไงครับ วันนี้มาเดินสำรวจหมู่บ้านเหรอ” พรรณรายพยักหน้า “ค่ะ” “มานั่งด้วยกันสิ” เอกภพกวักมือเรียก “เรากำลังช่วยกันเตรียมอาหารกลางวันน่ะ” พรรณรายลังเลใจเล็กน้อย แต่ด้วยความรู้สึกเกรงใจและอยากจะทำความรู้จักกับผู้คนใหม่ๆ ในที่แห่งนี้ เธอก็ตัดสินใจเดินเข้าไป “สวัสดีค่ะทุกคน” เธอเอ่ยทักทายอย่างสุภาพ “สวัสดีค่ะ” เสียงตอบรับดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียง “มานี่ มานั่งข้างๆ ผมสิ” เอกภพผายมือเชิญให้เธอนั่งลงข้างๆ เขา “ผมเอกภพ นี่เพื่อนๆ ของผม” เขาเริ่มแนะนำทีละคน “คนนี้ไอ้ติม ตัวแสบประจำกลุ่ม” ชายหนุ่มหน้าทะเล้นยิ้มกว้างให้พรรณราย “คนนี้มายด์ แอบสวยที่สุดในกลุ่ม” หญิงสาวผมยาวหน้าตาน่ารักพยักหน้าเบาๆ “แล้วก็คนอื่นๆ อีกเพียบ” “ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนนะคะ” พรรณรายกล่าว “เธอเป็นไงบ้างบ้านหลังนั้น พออยู่ได้ไหม” ไอ้ติมถามพลางยื่นแครอทที่เขาหั่นอยู่ให้พรรณรายดู “ดูสิ ฝีมือผมนะ” พรรณรายหัวเราะ “ดูดีเลยค่ะ” “ถ้าต้องการอะไร หรือไม่เข้าใจอะไร บอกได้เลยนะ” มายด์พูดเสริม “พวกเราอยู่ที่นี่มาสักพักแล้ว พอจะรู้เรื่องรู้ราวอยู่บ้าง” “ขอบคุณค่ะ” พรรณรายรู้สึกดีขึ้นที่ได้เห็นรอยยิ้มและความเป็นมิตรจากพวกเขา “เมื่อวานคุณเอกภพบอกว่าจะไปเตรียมดินปลูกผักกัน วันนี้ทำอะไรกันคะ” “วันนี้เรากำลังจะทำแปลงผักอินทรีย์น่ะ” เอกภพตอบ “ต้องเตรียมดิน ปรับปรุงดิน แล้วก็ลงกล้าผักที่เพาะไว้” เขาชี้ไปที่แปลงผักขนาดใหญ่ที่อยู่ถัดออกไป “พวกเราต้องพึ่งพาตัวเองให้ได้มากที่สุดน่ะ” “ฟังดูน่าสนใจนะคะ” พรรณรายเอ่ย “ถ้าอยากลอง ก็มาช่วยกันได้นะ” ไอ้ติมชวนอีกครั้ง “เดี๋ยวเราสอนให้” พรรณรายลังเลอีกครั้ง เธออยากจะเริ่มงานบ้านของตัวเองให้เสร็จก่อน แต่ก็รู้สึกว่าการได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน “ขอหนูไปเก็บกวาดบ้านก่อนนะคะ ถ้าเสร็จแล้วจะลองมาดูค่ะ” “ได้เลย” เอกภพตอบ “ถ้ามาไม่ถูก ก็ตะโกนเรียกได้นะ” หลังจากนั้น พรรณรายก็กลับไปที่บ้านหลังเล็กของเธอ เธอใช้เวลาช่วงสายในการปัดกวาดเช็ดถู ทำความสะอาดห้องน้ำและห้องครัวให้พอจะเข้าอยู่ได้ เธอพบว่าการทำงานบ้านนั้นเหนื่อยกว่าที่คิดไว้มาก แต่เมื่อเห็นบ้านที่สะอาดขึ้น เธอก็รู้สึกภูมิใจในตัวเองเล็กๆ ช่วงบ่าย เธอตัดสินใจเดินกลับไปที่บ้านใหญ่ เมื่อไปถึงก็เห็นว่าทุกคนกำลังขะมักเขม้นกับการดูแลแปลงผัก “มาแล้วเหรอ” เอกภพเงยหน้าขึ้นมอง “อยากลองดูไหม” พรรณรายพยักหน้า เธอก้าวเข้าไปในแปลงผัก ยืนมองดูพวกเขากำลังพรวนดิน ใส่ปุ๋ยคอก และลงกล้าผักต่างๆ “ตรงนี้ต้องค่อยๆ พรวนดินให้ร่วนซุยนะ” เอกภพสาธิตให้ดู “อย่ากดแรงเกินไป เดี๋ยวต้นกล้าจะเสียหาย” พรรณรายลองหยิบจอบเล็กๆ ขึ้นมา ลองพรวนดินตามที่เขาบอก เธอรู้สึกว่าการออกแรงในครั้งแรกๆ นั้นทำให้กล้ามเนื้อของเธอปวดเมื่อยไปหมด แต่เมื่อได้ลองทำไปสักพัก เธอก็เริ่มชิน “ยากกว่าที่คิดไว้เยอะเลยค่ะ” เธอเอ่ยหอบๆ “ตอนแรกก็เป็นแบบนี้แหละ” ไอ้ติมที่นั่งอยู่ข้างๆ ตอบ “แต่เดี๋ยวมันก็จะชินไปเอง” ขณะที่พวกเขากำลังทำงานกันอยู่ จู่ๆ ก็มีเสียงตะโกนดังมาจากทางด้านหลัง “พวกแก! มัวทำอะไรกันอยู่วะ! งานยังไม่เสร็จอีกเหรอ!” ทุกคนหันไปมอง ก็พบกับชายหนุ่มร่างท้วม ผมยาวรวบไว้เป็นหางม้า เขาสวมเสื้อกล้ามสีดำ เผยให้เห็นรอยสักที่แขน และมีสีหน้าบึ้งตึง “อ้าวพี่ก้อง” เอกภพทักทาย “พวกเรากำลังเตรียมแปลงผักน่ะครับ” “เตรียมแปลงผักบ้าบออะไร!” ชายหนุ่มที่ชื่อก้องเดินเข้ามาใกล้ “พวกแกมารวมกลุ่มกันสบายใจเฉิบแบบนี้เนี่ยนะ! งานกองท่วมหัวอยู่!” “แต่เราก็ทำกันอยู่ครับพี่” มายด์พยายามอธิบาย “ทำแค่นี้มันจะเสร็จเมื่อไหร่!” ก้องตะคอกเสียงดัง “ฉันสั่งให้ไปเก็บขยะรอบหมู่บ้านตั้งแต่เมื่อวาน ยังไม่เห็นมีใครไปทำเลย! พวกอ่อนแอ! ทำอะไรไม่เคยได้เรื่อง!” คำพูดของก้องทำให้บรรยากาศรอบๆ คุกรุ่นขึ้นทันที สีหน้าของทุกคนเริ่มเปลี่ยนไป “ผมว่าพี่ก้องใช้คำพูดไม่ค่อยเหมาะสมนะครับ” เอกภพพูดเสียงเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความไม่พอใจ “พวกเราก็พยายามกันเต็มที่แล้ว” “ปากดี!” ก้องแค่นหัวเราะ “พวกแกมันก็แค่พวกที่ถูกส่งมาที่นี่! ไม่มีใครอยากคบค้าสมาคมด้วยหรอก!” คำพูดที่เสียดแทงใจของก้อง ทำให้พรรณรายรู้สึกอึดอัด เธอไม่เคยเจอคนที่มีท่าทีเกรี้ยวกราดและดูถูกคนอื่นได้ขนาดนี้มาก่อน “หนูว่าคุณก้องพูดแรงเกินไปนะคะ” พรรณรายตัดสินใจพูดออกไป “ทุกคนที่อยู่ที่นี่ก็พยายามปรับตัวและทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด” ก้องหันมามองพรรณรายอย่างแปลกใจ “อ้าว! แล้วเธอเป็นใครวะ! มายุ่งอะไรด้วย!” “เธอเป็นสมาชิกใหม่ของเราค่ะ” เอกภพพูดแทรกขึ้น “แล้วเธอก็พูดถูก” “หุบปากไปเลยไอ้เอกภพ!” ก้องตวาด “อย่ามาเข้าข้างพวกอ่อนแอ! ฉันจะจัดการเรื่องนี้เอง!” ก้องเดินสะบัดหน้าออกไป ทิ้งไว้เพียงความตึงเครียดและความไม่พอใจในหมู่ของเด็กๆ “ขอโทษด้วยนะพรรณราย” เอกภพถอนหายใจ “พี่ก้องเขาเป็นแบบนี้แหละ ชอบใช้อำนาจ” “ไม่เป็นไรค่ะ” พรรณรายพยายามยิ้ม “หนูเข้าใจ” แต่ในใจของเธอ รู้สึกว่าชีวิตที่นี่ไม่ได้มีเพียงความยากลำบากทางกายภาพเท่านั้น แต่ยังมีความขัดแย้งและความไม่ลงรอยกันระหว่างผู้คนอีกด้วย เธอแอบมองไปยังกลุ่มของเด็กๆ ที่เริ่มจับกลุ่มคุยกันเสียงเบาลง สีหน้าของพวกเขาก็ดูจะเคร่งเครียดขึ้นเช่นกัน มิตรภาพที่กำลังจะก่อตัวขึ้นท่ามกลางความยากลำบาก ดูเหมือนจะต้องเผชิญกับอุปสรรคที่คาดไม่ถึงเสียแล้ว

5,842 ตัวอักษร