ตอนที่ 23 — ความหวังที่ถูกจุดประกายขึ้นใหม่
บทสนทนาในครั้งนั้น แม้จะเต็มไปด้วยความขัดแย้งและความตึงเครียด แต่สุดท้ายมันก็จบลงด้วยคำว่า “โอกาส” คำเดียวที่แสนจะเรียบง่ายแต่กลับมีความหมายมหาศาลสำหรับณรงค์ มันเปรียบเสมือนแสงสว่างที่ส่องลอดผ่านม่านเมฆหมอกอันหนาทึบของความสิ้นหวัง ที่เขาเผชิญมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ท่านสุรชัยไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาเพียงแต่เดินออกจากห้องอาหารไป ปล่อยให้ณรงค์ยืนนิ่งอยู่กับที่ พร้อมกับรอยยิ้มบางๆ ที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า “ณรงค์… แม่ดีใจนะ” มารดาเอ่ยขึ้น พลางบีบมือของเขาเบาๆ “แม่รู้ว่าหนูต้องทำได้” ณรงค์หันไปมองมารดา น้ำตาที่เคยไหลริน บัดนี้กลับกลายเป็นน้ำตาแห่งความปีติ “ขอบคุณครับแม่… ขอบคุณที่อยู่ข้างผมเสมอ” เขาโผเข้ากอดมารดาแน่น รู้สึกได้ถึงไออุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ มันคือพลังที่เขาต้องการมาตลอด “ไปสิ… แม่จะได้เห็นผลงานของหนูนะ” มารดาผละออกจากอ้อมกอด “แม่จะรอชมนะ” คำพูดของมารดาเป็นเหมือนเชื้อเพลิงที่จุดประกายความหวังในตัวเขาให้ลุกโชนขึ้นอีกครั้ง เขาตัดสินใจทันทีว่าจะใช้โอกาสนี้ให้คุ้มค่าที่สุด เขาจะทุ่มเทให้กับความฝันของเขาอย่างเต็มกำลัง โดยไม่หวั่นไหวต่ออุปสรรคใดๆ ที่จะเข้ามา “ครับแม่… ผมจะทำให้ดีที่สุด” เขาตอบรับเสียงดังฟังชัด รุ่งเช้าวันต่อมา ณรงค์ตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ความอึดอัดและความหนักอึ้งในใจได้ถูกแทนที่ด้วยความกระตือรือร้นและความมุ่งมั่น เขาตรงไปที่ห้องทำงานทันที หยิบพู่กันและสีขึ้นมาอย่างคล่องแคล่ว ผืนผ้าใบผืนใหม่ถูกตั้งขึ้นอย่างมั่นคง บนนั้นจะถูกแต่งแต้มด้วยเรื่องราวและความรู้สึกที่เขาอัดอั้นมานาน ณรงค์เริ่มวาดภาพอย่างตั้งใจ เขาถ่ายทอดทุกอารมณ์ ทุกความรู้สึก ลงไปบนผืนผ้าใบนั้นอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย สีสันที่เคยดูหม่นหมอง บัดนี้กลับสดใสและมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง เขาไม่ได้วาดเพียงแค่รูปภาพ แต่เขากำลังวาดเรื่องราวชีวิตของตัวเอง เรื่องราวของการต่อสู้ ความเจ็บปวด ความหวัง และความฝันที่เขาไม่เคยยอมแพ้ “เป็นไงบ้าง… ภาพใกล้เสร็จแล้วหรือยัง” มารดาเดินเข้ามาถาม ขณะที่ณรงค์กำลังเก็บอุปกรณ์ “ใกล้แล้วครับแม่” ณรงค์ตอบ พลางปาดเหงื่อที่ไหลริน “อีกไม่กี่วันก็น่าจะเสร็จสมบูรณ์” “ดีแล้ว… พ่อของหนูเขาก็อยากเห็นนะ” คำพูดของมารดาทำให้ณรงค์ใจเต้นแรง เขาไม่แน่ใจว่าบิดาจะรู้สึกอย่างไรเมื่อได้เห็นผลงานของเขา แต่เขาก็หวังว่าภาพวาดนี้ จะสามารถสื่อสารความรู้สึกที่แท้จริงของเขาไปถึงบิดาได้ “ผมก็หวังอย่างนั้นครับแม่” ณรงค์ตอบ “ผมอยากให้คุณพ่อเข้าใจ… ว่าผมไม่ได้กำลังทำสิ่งที่ไร้สาระ” “แม่เชื่อว่าเขาจะเข้าใจนะ… ค่อยๆ พูดกันนะลูก” มารดาให้กำลังใจ “เวลาที่เหลือ… ใช้มันให้คุ้มค่าที่สุดนะ” ตลอดระยะเวลาหลายวันที่ผ่านมา ณรงค์ทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับงานศิลปะของเขา เขานอนน้อยลง กินน้อยลง แทบจะไม่ได้ออกจากห้องทำงานเลย ราวกับว่าโลกทั้งใบของเขากำลังหมุนอยู่รอบผืนผ้าใบผืนนั้น เพื่อนๆ ของเขาที่ทราบข่าว ต่างก็พากันมาให้กำลังใจ “เฮ้ย… ณรงค์… แข็งแรงดีนะ” สมชายเพื่อนสนิทเอ่ยทัก “ยังไงก็สู้ๆ นะเว้ย… ถ้ามีอะไรให้ช่วย บอกได้เลย” “ขอบใจมากนะสมชาย” ณรงค์ยิ้มรับ “ฉันจะพยายามทำให้ดีที่สุด” “แน่นอนอยู่แล้ว… ฝีมือแกน่ะ… มีแต่คนยอมรับ” สมชายตบไหล่เขาเบาๆ “ฉันรอชมผลงานชิ้นเอกของแกอยู่นะ” “รับรองไม่ผิดหวัง” ณรงค์ตอบอย่างมั่นใจ วันคืนผ่านไปอย่างรวดเร็ว เมื่อความตั้งใจและความมุ่งมั่นกลายเป็นแรงผลักดัน “เสร็จแล้วครับแม่!” ณรงค์ตะโกนเรียกมารดาด้วยความดีใจ เมื่อเขาสาดสีแต้มสุดท้ายลงบนผืนผ้าใบ ภาพวาดที่เสร็จสมบูรณ์นั้น งดงามราวกับมีชีวิต มารดาเดินเข้ามาดู ใบหน้าของเธอฉายแววตื่นเต้นระคนประทับใจ “โอ้โห… ณรงค์… สวยมากเลยลูก” เธออุทาน “แม่ไม่คิดเลยว่าหนูจะทำได้ขนาดนี้” “ผม… ผมทำได้แล้วครับแม่” ณรงค์พูดเสียงสั่นเครือ เขาไม่เคยรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเองเท่านี้มาก่อน “ผมพิสูจน์ให้ตัวเองเห็นแล้วว่า… ผมทำได้” “ดีมาก… ดีมากเลยลูก” มารดาโอบกอดเขา “ทีนี้… เราไปบอกคุณพ่อกันนะ” ณรงค์พยักหน้ารับ เขารู้สึกตื่นเต้นและประหม่าในเวลาเดียวกัน เขาไม่รู้ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร แต่เขาก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน “คุณพ่อครับ… ผมมีอะไรจะให้คุณพ่อดูครับ” ณรงค์พูดขณะที่ท่านสุรชัยกำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ ณ โต๊ะอาหารหลังมื้อเย็น ท่านสุรชัยเงยหน้าขึ้นมองบุตรชาย แววตาเต็มไปด้วยความสงสัย “อะไร” “ผม… ผมอยากจะให้คุณพ่อดูภาพวาดของผมครับ” ณรงค์พูด พลางเดินไปหยิบภาพวาดที่เขาภูมิใจที่สุด มาวางตั้งไว้เบื้องหน้าบิดา ท่านสุรชัยมองภาพวาดนั้นนิ่ง ดวงตาของเขากวาดสำรวจทุกรายละเอียดบนผืนผ้าใบอย่างพิจารณา สีหน้าของเขาค่อยๆ เปลี่ยนไป จากความสงสัย เป็นความทึ่ง และสุดท้าย… เป็นความประทับใจที่ยากจะปิดบัง
3,734 ตัวอักษร