ต้นไม้ที่หยั่งรากลึกในความทรงจำอันเจ็บปวด

ตอนที่ 16 / 40

ตอนที่ 16 — พบทนายวิชัย ปมพินัยกรรม

แสงแดดยามบ่ายสาดส่องผ่านม่านหน้าต่างบานใหญ่เข้ามาในห้องทำงานของทนายวิชัย ท่ามกลางความวุ่นวายของกองเอกสารที่ซ้อนทับกันอยู่บนโต๊ะ ชาญชัยนั่งอยู่ตรงหน้าทนายวิชัย ใบหน้าของเขาฉายแววเคร่งเครียด มือข้างหนึ่งยังคงถือสำเนาพินัยกรรมฉบับที่อรทัยนำมาให้ ส่วนอีกข้างหนึ่งประคองแก้วกาแฟที่เย็นชืดแล้ว "คุณชาญชัยครับ ผมเสียใจด้วยจริงๆ ที่คุณต้องมาเจอกับเรื่องแบบนี้" ทนายวิชัยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเห็นอกเห็นใจ "เรื่องธุรกิจของครอบครัวที่กำลังมีปัญหา ไหนจะเรื่องราวภายในอีก" ชาญชัยเงยหน้าขึ้นมองทนายวิชัย ดวงตาของเขาฉายแววเหนื่อยล้าแต่ก็ยังคงมีความหวัง "ขอบคุณครับคุณวิชัย คือที่ผมดั้นด้นมาหาคุณวันนี้ เพราะเรื่องพินัยกรรมฉบับนี้ครับ" เขาเลื่อนสำเนาพินัยกรรมฉบับนั้นไปให้ทนายวิชัยดู ทนายวิชัยรับเอกสารมาพิจารณาอย่างละเอียด เขาค่อยๆ อ่านข้อความในพินัยกรรมทีละบรรทัด สีหน้าของเขาเริ่มเปลี่ยนไปจากความเห็นอกเห็นใจเป็นความฉงนสงสัย และสุดท้ายก็เป็นความตกใจระคนไม่เชื่อสายตา "นี่มัน... นี่มันเป็นไปได้อย่างไร" ทนายวิชัยพึมพำ เสียงของเขาแผ่วเบาจนแทบจะไม่ได้ยิน "ท่านประธาน... ไม่น่าจะทำแบบนี้" "คุณวิชัยรู้จักพินัยกรรมฉบับนี้เหรอครับ" ชาญชัยรีบถาม เมื่อเห็นท่าทีของทนาย "พ่อผมเคยพูดถึงมันบ้างไหม" ทนายวิชัยวางสำเนาพินัยกรรมลงบนโต๊ะ เขามองหน้าชาญชัยนิ่ง "ชาญชัย... ผมต้องบอกคุณก่อนว่า ข้อมูลที่ผมจะให้คุณนั้นเป็นความลับระหว่างทนายกับลูกความ และเป็นความลับที่คุณพ่อของคุณได้ฝากฝังไว้กับผมเป็นการส่วนตัว" "ผมเข้าใจครับ" ชาญชัยตอบเสียงหนักแน่น "ผมพร้อมจะรับฟังทุกอย่างครับ" "พินัยกรรมฉบับที่คุณเห็นอยู่นี่... เป็นพินัยกรรมที่ถูกสร้างขึ้นมาทีหลัง" ทนายวิชัยกล่าวอย่างตรงไปตรงมา "ผมยืนยันได้ เพราะผมเป็นคนร่างพินัยกรรมฉบับจริงของท่านประธาน" ชาญชัยรู้สึกเหมือนถูกกระชากด้วยคำพูดนั้น "จริงเหรอครับ! แล้วพินัยกรรมฉบับจริงอยู่ที่ไหนครับ" "ท่านประธานได้มอบพินัยกรรมฉบับจริงที่เซ็นต์เรียบร้อยแล้ว ให้ผมเก็บรักษาไว้" ทนายวิชัยอธิบาย "ท่านบอกว่าท่านไม่ไว้ใจใครในครอบครัวเรื่องนี้เลย โดยเฉพาะ... คุณอรทัย" "ทำไมล่ะครับ" ชาญชัยถามอย่างไม่เข้าใจ "พ่อผมไม่ชอบคุณอรทัยอย่างนั้นเหรอ" "ไม่เชิงว่าไม่ชอบครับ" ทนายวิชัยถอนหายใจ "แต่ท่านสังหรณ์ใจมาตลอดว่าคุณอรทัยมีแผนการบางอย่าง ท่านไม่เคยไว้ใจเรื่องผลประโยชน์ของบริษัท หรือแม้กระทั่งทรัพย์สินส่วนตัวของท่านเลย ท่านเคยบอกกับผมว่า 'วิชัย ข้ากลัวว่าลูกสาวคนนี้จะทำลายทุกสิ่งที่ข้าสร้างมาด้วยมือของมัน'" ชาญชัยนิ่งอึ้งไปกับคำพูดของทนายวิชัย ภาพของอรทัยในห้องประชุมเมื่อวานนี้ฉายเข้ามาในหัว ความหน้าซีด ดวงตาที่เต็มไปด้วยความโกรธและความมุ่งมั่น เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมพ่อของเขาถึงได้ระแวงขนาดนั้น "แล้วพินัยกรรมฉบับจริง... จะมีข้อกำหนดอย่างไรบ้างครับ" ชาญชัยถามต่อ "มันจะ... มันจะเปลี่ยนการจัดการธุรกิจไปเลยไหม" "แน่นอนครับ" ทนายวิชัยตอบ "พินัยกรรมฉบับจริงของท่านประธานนั้น... ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนถึงการมอบอำนาจการจัดการบริษัททั้งหมดให้กับคุณ... ชาญชัย" ชาญชัยเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง "ผมเหรอครับ! แต่... แต่ผมเพิ่งจะรับช่วงต่อมาได้ไม่นานเองนะครับ" "ท่านประธานเชื่อมั่นในตัวคุณชาญชัยครับ" ทนายวิชัยอธิบาย "ท่านเห็นความตั้งใจของคุณ เห็นความซื่อสัตย์ของคุณ และที่สำคัญที่สุด ท่านเห็นว่าคุณเป็นคนที่จะรักษาเจตนารมณ์ของตระกูลไว้ได้ ท่านบอกว่า 'ชาญชัยคือความหวังสุดท้ายของข้า'" "แล้ว... แล้วทำไมพ่อผมถึงไม่บอกเรื่องนี้กับผมเลย" ชาญชัยถามด้วยความสับสน "ทำไมถึงต้องให้คุณวิชัยเก็บไว้" "ท่านประธานเชื่อว่า หากคุณรู้เรื่องนี้ก่อน คุณอาจจะถูกกดดัน หรือถูกล่อลวงให้เปิดเผยความลับของพินัยกรรมนี้โดยไม่รู้ตัว" ทนายวิชัยกล่าว "ท่านต้องการให้คุณค่อยๆ เรียนรู้และเติบโตในเส้นทางของคุณเอง โดยไม่ถูกบีบคั้นจากเรื่องของมรดก ท่านอยากให้คุณพิสูจน์ตัวเองโดยไม่ต้องมีเส้นชัยที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า" ชาญชัยก้มหน้ามองสำเนาพินัยกรรมฉบับปลอมอีกครั้ง เขารู้สึกเหมือนถูกหักหลัง แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกถึงความรักและความหวังที่บิดาของเขามีให้ "แล้ว... คุณอรทัยรู้เรื่องพินัยกรรมฉบับจริงไหมครับ" ชาญชัยถาม "ผมไม่แน่ใจครับ" ทนายวิชัยตอบ "แต่ดูจากพินัยกรรมฉบับปลอมที่เธอเอามาให้คุณ แสดงว่าเธออาจจะรู้ความลับบางอย่างเกี่ยวกับพินัยกรรม หรืออาจจะพยายามจะสร้างเรื่องขึ้นมาเอง" "ผมจะเอาพินัยกรรมฉบับจริงมาให้คุณดูนะครับ" ทนายวิชัยกล่าว "แต่ขอเวลาผมสักครู่ เพื่อตรวจสอบเอกสารสำคัญอื่นๆ ประกอบด้วย" ทนายวิชัยเดินไปยังตู้เซฟขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่อย่างลับตา เขาเปิดตู้เซฟด้วยรหัสที่คุ้นเคย และหยิบกล่องเอกสารสีดำใบหนึ่งออกมา "นี่ครับ" ทนายวิชัยยื่นกล่องเอกสารให้กับชาญชัย "ข้างในนี้คือพินัยกรรมฉบับจริง ที่ท่านประธานได้ลงนามต่อหน้าผม และเป็นพินัยกรรมที่ถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ" ชาญชัยเปิดกล่องเอกสารออกอย่างระมัดระวัง ภายในมีเอกสารหลายฉบับ แต่ฉบับหนึ่งที่ถูกเก็บไว้อย่างดีที่สุดคือเอกสารที่เขาตามหา "นี่คือพินัยกรรมฉบับจริง" ทนายวิชัยยืนยัน "มันจะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่าง" ชาญชัยกุมพินัยกรรมฉบับจริงไว้ในมือ ความรู้สึกหลากหลายถาโถมเข้ามาในจิตใจ เขาได้รู้ความจริงที่พ่อเก็บงำไว้ ความจริงที่สามารถพลิกสถานการณ์ทั้งหมด แต่ก็มาพร้อมกับความรู้สึกผิดที่ต้องเผชิญหน้ากับพี่สาวต่างแม่ "อรทัย... เธอจะโกรธผมมากแน่ๆ" ชาญชัยพึมพำ "เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ" ทนายวิชัยกล่าว "แต่ตอนนี้คุณมีสิทธิ์ และมีหลักฐานที่ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว" "ผมควรจะทำอย่างไรต่อไปครับคุณวิชัย" ชาญชัยหันไปปรึกษา "ผมควรจะเปิดเผยเรื่องนี้เลยไหม" "ใจเย็นๆ ครับชาญชัย" ทนายวิชัยแนะนำ "เราต้องวางแผนให้รอบคอบ อรทัยเป็นคนฉลาดและไม่ยอมแพ้ง่ายๆ การเปิดเผยเรื่องนี้โดยไม่มีการเตรียมตัวที่ดีพอ อาจจะนำไปสู่ปัญหาที่ซับซ้อนกว่าเดิม" "คุณวิชัยมีแผนอะไรในใจไหมครับ" ชาญชัยถาม "ผมคิดว่าเราควรจะรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทุจริตของอรทัยให้แน่นหนาที่สุด ก่อนที่เราจะนำพินัยกรรมฉบับนี้ไปแสดง" ทนายวิชัยเสนอ "เมื่อเธอเห็นว่าเรามีหลักฐานแน่นหนาพอ และเราพร้อมที่จะเปิดเผยพินัยกรรมฉบับจริง เธอก็จะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมรับชะตากรรม" "ผมเห็นด้วยครับ" ชาญชัยพยักหน้า "เราต้องทำให้เธอจนมุมจริงๆ" "เราจะค่อยๆ เดินหมากทีละตัวนะครับ" ทนายวิชัยกล่าว "ผมจะช่วยคุณทุกอย่าง" ชาญชัยมองพินัยกรรมฉบับจริงในมืออีกครั้ง ความหนักอึ้งเริ่มถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่น เขาจะใช้โอกาสนี้ ปกป้องธุรกิจของครอบครัว และพิสูจน์ให้พ่อของเขาเห็นว่าเขาคู่ควรกับความไว้วางใจนั้น

5,290 ตัวอักษร