ตอนที่ 4 — ลวงล่อสู่กับดัก
ชาญชัยนั่งนิ่ง ใบหน้าเรียบเฉย แต่ภายในใจกลับปั่นป่วน เขาพยายามประมวลคำพูดของอรทัยที่ทิ้งท้ายไว้ "ยอมรับข้อเสนอของ..." ข้อเสนอของใครกันแน่? และข้อเสนอแบบไหนที่จะทำให้เขาต้องประนีประนอมกับลุงบุญ? ความรู้สึกไม่ไว้วางใจถาโถมเข้ามาอย่างรุนแรง
"คุณอรทัยครับ" ชาญชัยเอ่ยเสียงเรียบ "ข้อเสนอที่ว่านั้นคืออะไรครับ"
อรทัยยกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างใจเย็น ดวงตาของเธอเหลือบมองมาที่ชาญชัย ก่อนจะยิ้มบางๆ "ฉันหมายถึงข้อเสนอที่ลุงบุญเคยพูดกับคุณไงคะ"
"ลุงบุญไม่เคยเสนออะไรกับผมเลยครับ นอกจากให้ผมถอยไป" ชาญชัยตอบตามความจริง
"จริงๆ เหรอคะ" อรทัยทำท่าประหลาดใจ "ฉันนึกว่าท่านจะคุยกับคุณเรื่องการแบ่งหุ้น หรือเรื่องผลตอบแทนในการบริหารอะไรทำนองนั้นเสียอีก"
ชาญชัยขมวดคิ้ว "การแบ่งหุ้น? ลุงบุญไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้เลย"
"อ๋อ... หรือว่าฉันจะเข้าใจผิดไปเอง" อรทัยวางถ้วยชาลง "ไม่เป็นไรค่ะ ฉันแค่อยากให้คุณสบายใจขึ้น"
"ขอบคุณสำหรับความหวังดีครับคุณอรทัย" ชาญชัยตอบอย่างสุภาพ แต่ก็รู้สึกได้ถึงความไม่ชอบมาพากล เขาเริ่มสงสัยว่าอรทัยกำลังพยายามปั่นหัวเขา หรืออาจจะมีอะไรบางอย่างที่เขาไม่รู้ซ่อนอยู่เบื้องหลัง
เย็นวันนั้น ชาญชัยกลับไปที่โรงสี เขาเดินสำรวจทุกมุมอย่างละเอียด พยายามมองหาความผิดปกติที่อาจจะเกิดขึ้นจากการบริหารงานของลุงบุญ เขาสังเกตเห็นว่าสต็อกข้าวสารบางส่วนดูเหมือนจะมีการเคลื่อนย้ายที่ผิดปกติไปจากแผนที่วางไว้ เขาสั่งให้หัวหน้าคนงานตรวจสอบบันทึกการเบิกจ่ายและปริมาณข้าวสารที่เข้า-ออกโรงสีอย่างละเอียด
"คุณชาญชัยครับ" หัวหน้าคนงานเดินหน้าเครียดเข้ามาหาเขา "ดูเหมือนว่าจะมีข้าวสารบางส่วนหายไปจากสต็อกครับ"
ชาญชัยหน้าเสีย "หายไป? หายไปได้ยังไง"
"ผมก็ไม่แน่ใจครับคุณชาญชัย" หัวหน้าคนงานก้มหน้า "บันทึกการเบิกจ่ายก็ดูเหมือนจะปกติ แต่ปริมาณข้าวสารจริงกับในบัญชีมันไม่ตรงกัน"
"คุณแน่ใจนะ" ชาญชัยถามย้ำ เสียงเริ่มแข็งขึ้น "เราตรวจสอบให้ดีแล้วใช่ไหม"
"แน่ใจครับคุณชาญชัย ผมตรวจสอบกับพนักงานโกดังแล้ว หลายครั้งก็ยังไม่ตรงกันครับ"
ชาญชัยรู้สึกเหมือนถูกตบหน้า ความกังวลที่เคยมีต่อการบริหารงานของลุงบุญเริ่มก่อตัวเป็นความสงสัยที่รุนแรงขึ้น เขาพยายามนึกย้อนกลับไปถึงคำพูดของอรทัย "การแบ่งหุ้น หรือเรื่องผลตอบแทนในการบริหาร" หรือว่าลุงบุญกำลังจะทำอะไรบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินของโรงสีจริงๆ?
"ขอบคุณครับคุณสมชาย" ชาญชัยพูดกับหัวหน้าคนงาน "ไปก่อนนะ"
เมื่อหัวหน้าคนงานออกไป ชาญชัยก็ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้เก่าแก่ในห้องทำงานของพ่อ เขาหลับตาลง พยายามตั้งสติ เขาไม่สามารถปล่อยให้เรื่องนี้ล่วงเลยไปได้ เขาต้องหาความจริงให้ได้
กลางคืนนั้น ชาญชัยตัดสินใจทำในสิ่งที่เขาไม่เคยคิดจะทำมาก่อน เขาแอบเข้าไปในห้องทำงานของลุงบุญ เขาอ้างกับแม่บ้านว่ามีเอกสารสำคัญของพ่อที่ต้องนำมาดูที่บ้าน แต่จริงๆ แล้วเขาต้องการจะค้นหาหลักฐานบางอย่าง
เขาค่อยๆ เปิดประตูห้องทำงานของลุงบุญเข้าไปอย่างเงียบเชียบ แสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านหน้าต่างเป็นเพียงแหล่งกำเนิดแสงเพียงน้อยนิด ชาญชัยใช้ไฟฉายขนาดเล็กส่องไปรอบๆ ห้อง เขาเริ่มค้นในลิ้นชัก โต๊ะทำงาน และตู้เอกสารต่างๆ
"เจอแล้ว!" เขาอุทานเบาๆ เมื่อพบแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลที่ซ่อนอยู่ใต้กองกระดาษบนโต๊ะทำงาน
เขาเปิดแฟ้มนั้นออกดู ภายในเต็มไปด้วยเอกสารเกี่ยวกับการกู้ยืมเงินจำนวนมากจากสถาบันการเงินหลายแห่ง โดยใช้ชื่อโรงสีเป็นหลักประกัน นอกจากนี้ยังมีสัญญาซื้อขายข้าวสารล่วงหน้าบางส่วนที่ดูเหมือนจะมีราคาต่ำกว่าความเป็นจริง
"นี่มันอะไรกัน" ชาญชัยพึมพำกับตัวเอง เขาเริ่มเห็นภาพความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับธุรกิจของครอบครัว
เขายังคงค้นต่อไป จนไปเจอเอกสารฉบับหนึ่งที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ มันคือร่างหนังสือมอบอำนาจที่ระบุให้บุคคลอื่น (ที่ไม่ได้ระบุชื่อชัดเจน) เข้ามามีสิทธิ์ในการตัดสินใจเรื่องการเงินและการบริหารของโรงสี
"ลุงบุญ! ลุงกำลังจะทำอะไร!" ชาญชัยแทบจะตะโกนออกมา
เขารู้สึกได้ทันทีว่านี่คือกับดัก อรทัยอาจจะไม่ได้แค่พยายามปั่นหัวเขา แต่อาจจะมีส่วนรู้เห็นกับแผนการของลุงบุญด้วย
ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าดังมาจากด้านนอก ชาญชัยสะดุ้งตกใจ เขารีบปิดไฟฉายและปิดแฟ้มเอกสารนั้นอย่างรวดเร็ว เขาแอบเข้าไปหลบหลังผ้าม่านหนา
ประตูห้องทำงานเปิดออกอย่างช้าๆ ชาญชัยมองลอดผ่านม่านออกไป เขาเห็นร่างของลุงบุญเดินเข้ามาในห้อง พร้อมกับชายอีกคนหนึ่งที่เขาไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน
"ทุกอย่างเรียบร้อยดีไหม" ชายแปลกหน้าถามด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
"เรียบร้อยดี" ลุงบุญตอบ "พรุ่งนี้เช้า เราก็จะเซ็นสัญญาฉบับสุดท้ายแล้ว"
"ดีมาก" ชายแปลกหน้ากล่าว "เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น ค่าตอบแทนที่ตกลงกันไว้ก็จะถึงมือคุณ"
ชาญชัยได้ยินดังนั้นก็แทบจะหัวใจหยุดเต้น เขาไม่คิดว่าเรื่องจะร้ายแรงขนาดนี้ ลุงบุญกำลังจะขายหรือจำนองธุรกิจของครอบครัว!
"แล้วไอ้หลานนั่นล่ะ" ชายแปลกหน้าถามต่อ "มันยังไม่รู้เรื่องอะไรใช่ไหม"
"ไม่รู้" ลุงบุญตอบ "มันยังคงหลงเชื่อคำพูดของยัยอรทัยอยู่"
"ดี" ชายแปลกหน้ากล่าว "อย่าให้มันรู้ตัวเด็ดขาด จนกว่าทุกอย่างจะสายเกินไป"
เมื่อทั้งสองคนเดินออกจากห้องไปแล้ว ชาญชัยก็ค่อยๆ ก้าวออกมาจากที่ซ่อน ร่างกายของเขาสั่นเทา ความเจ็บปวดจากความไว้เนื้อเชื่อใจที่ถูกหักหลังถาโถมเข้ามาอย่างหนักหน่วง เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมอรทัยถึงพยายามยุยงให้เขาประนีประนอมกับลุงบุญ และทำไมลุงบุญถึงพยายามกีดกันไม่ให้เขาเข้ามามีบทบาทในการบริหาร
นี่คือการทรยศหักหลังครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขา เขาจะต้องทำอะไรสักอย่าง เพื่อปกป้องมรดกของพ่อ
4,414 ตัวอักษร