ตอนที่ 10 — เผชิญหน้าในห้องทำงาน
"คุณสุมาลี!" ธนาวัฒน์ร้องเสียงดัง ใบหน้าของเขาซีดเผือดเมื่อเห็นสุมาลีถือสมุดบันทึกของเขาอยู่ในมือ "คุณกำลังทำอะไรที่นี่!"
สุมาลีสะดุ้งเฮือก หัวใจเต้นระส่ำราวกับจะทะลุออกมานอกอก เธอเม้มปากแน่น พยายามรวบรวมสติที่กำลังกระเจิดกระเจิง ภาพในสมุดบันทึกยังคงติดตา ราวกับมีคมมีดกรีดแทงใจซ้ำๆ "ฉัน... ฉันแค่..." เธออึกอัก พยายามหาคำพูดที่จะแก้ตัว แต่ก็คิดไม่ออก
ธนาวัฒน์ก้าวเข้ามาใกล้ สองมือเขากำแน่น ดวงตาฉายแววโกรธจัด "แค่เข้ามาขโมยของในห้องทำงานผมใช่ไหม! คุณคิดว่าคุณเป็นใคร! มาทำอะไรลับๆ ล่อๆ แบบนี้!"
"ฉันไม่ได้ขโมย!" สุมาลีสวนกลับอย่างฉุนเฉียว น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความโกรธและน้อยใจ "ฉันแค่... อยากจะรู้ความจริง!"
"ความจริงอะไร! ความจริงที่คุณคิดไปเอง! หรือความจริงที่คุณพยายามจะหามาปั่นหัวคนอื่น!" ธนาวัฒน์ก้าวเข้ามาอีกขั้น จนแทบจะประชิดตัวสุมาลี "คุณอย่าคิดว่าผมไม่รู้นะ ว่าคุณกำลังคิดอะไรอยู่ คุณไม่พอใจที่ผมไม่ยอมทำตามที่คุณต้องการทุกอย่างสินะ!"
"ฉันไม่พอใจที่คุณกำลังหลอกลวงครอบครัวฉัน!" สุมาลีตะคอกกลับ น้ำตาคลอเบ้า "ฉันเจอสมุดบันทึกของคุณ ฉันรู้ทุกอย่างแล้ว! คุณกำลังจะขายข้อมูลบริษัทของเราให้กับคู่แข่ง!"
ใบหน้าของธนาวัฒน์ซีดลงกว่าเดิมเล็กน้อย แต่แววตาของเขากลับแข็งกร้าวขึ้น "คุณกำลังพูดเรื่องอะไรไร้สาระ! คุณเข้าใจผิดไปเอง!"
"เข้าใจผิดเหรอคะ!" สุมาลีหัวเราะอย่างขมขื่น "ในนี้เขียนไว้อย่างชัดเจนเลยนะคะ ว่าคุณกำลังจะส่งมอบข้อมูลให้กับ 'มหาเศรษฐี' เพื่อแลกกับเงินจำนวนมหาศาล! คุณกำลังจะทำลายครอบครัวฉัน!"
ธนาวัฒน์เงียบไปครู่หนึ่ง เขามองสุมาลีด้วยสายตาที่ประเมินค่า สุมาลีสัมผัสได้ถึงความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากตัวเขา ราวกับน้ำแข็งที่กำลังกัดกินหัวใจ
"คุณไม่เข้าใจอะไรเลย สุมาลี" ในที่สุด เขาก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นกว่าเดิม "สิ่งที่ผมทำ... มันคือการรักษาผลประโยชน์สูงสุดของผมเอง"
"รักษาผลประโยชน์ของคุณ? โดยการทำลายคนอื่นอย่างนั้นเหรอคะ!" สุมาลีถามกลับเสียงดัง "คุณหลอกลวงฉันมาตลอด! คุณหลอกลวงคุณพ่อคุณแม่ของฉัน! คุณเห็นความเดือดร้อนของพวกเราเป็นเรื่องสนุกหรือไง!"
"ผมไม่ได้หลอกลวงคุณ" ธนาวัฒน์กล่าว "ผมแค่... ใช้โอกาสที่เหมาะสม"
"โอกาสที่เหมาะสม?" สุมาลีแทบจะตะโกนออกมา "นี่มันคือการหักหลัง! คุณเคยบอกว่าคุณจะช่วยครอบครัวฉัน! คุณเคยบอกว่าคุณจะอยู่เคียงข้างฉัน! แต่สุดท้าย... คุณกลับเป็นคนที่ทำร้ายพวกเรามากที่สุด!"
"ผมไม่เคยบอกว่าจะอยู่เคียงข้างคุณ" ธนาวัฒน์พูดเรียบๆ "ผมแค่บอกว่าจะช่วยเรื่องบริษัทของคุณ"
คำพูดของเขาเหมือนมีดที่กรีดลงไปกลางใจของสุมาลี เธอทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ที่อยู่ใกล้ๆ น้ำตาไหลอาบแก้มไม่หยุด "ทำไม... ทำไมคุณถึงทำแบบนี้"
"ผมก็แค่ทำในสิ่งที่ผมต้องทำ" ธนาวัฒน์พูด "คุณเองก็รู้ว่าสถานการณ์ของบริษัทวิชัยเป็นยังไง มันกำลังจะล้มละลาย แล้วคุณคิดว่าผมจะปล่อยโอกาสทองแบบนี้ให้หลุดมือไปได้อย่างไร"
"แต่คุณ... คุณเข้ามาเพราะฉันไม่ใช่เหรอคะ" สุมาลีถามเสียงแผ่วเบา "คุณบอกว่าจะช่วยฉัน... คุณบอกว่าจะให้โอกาสฉันพิสูจน์ตัวเอง..."
"ผมให้โอกาสคุณจริงๆ" ธนาวัฒน์ถอนหายใจ "แต่คุณก็รู้ว่าการพิสูจน์ตัวเองมันไม่ง่ายขนาดนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณต้องเจอกับปัญหาที่ซับซ้อนขนาดนี้"
"แล้วไงคะ! คุณจะใช้ปัญหานี้เป็นข้ออ้างในการทำลายพวกเราอย่างนั้นเหรอ!" สุมาลีช้อนตาขึ้นมองเขา น้ำตาที่ไหลรินไม่ยอมหยุด "คุณไม่คิดถึงความรู้สึกของฉันบ้างเลยเหรอ! คุณไม่คิดถึงความไว้วางใจที่ฉันมีให้คุณเลยเหรอ!"
"ผมคิดถึงแต่ผลประโยชน์ของผม" ธนาวัฒน์พูดอย่างไม่ใยดี "และคุณก็เป็นส่วนหนึ่งของเกมนี้"
"ส่วนหนึ่งของเกม? คุณหมายความว่ายังไง!" สุมาลีถามด้วยความตกใจ
"ผมต้องการข้อมูลทั้งหมด" ธนาวัฒน์เดินไปที่โต๊ะทำงานของเขา "และผมก็ต้องทำให้ทุกอย่างดูสมเหตุสมผลที่สุด"
เขาหยิบสมุดบันทึกเล่มนั้นจากมือของสุมาลีมาอย่างนุ่มนวล แต่ในแววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความเย็นชา "คุณไม่ควรมารื้อค้นของส่วนตัวของผมนะ สุมาลี มันไม่สมควรอย่างยิ่ง"
"ฉัน... ฉันจะเอาเรื่องนี้ไปบอกพ่อ" สุมาลีพูดเสียงสั่น แต่ก็พยายามยืนยันตัวเอง
"ไปบอกเลย" ธนาวัฒน์ยักไหล่ "คุณคิดว่าคุณพ่อของคุณจะเชื่อคุณ หรือจะเชื่อผม"
คำพูดนั้นทำให้สุมาลีชะงักไป เธอรู้ดีว่าพ่อของเธอเชื่อใจธนาวัฒน์มากแค่ไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการเงิน "คุณ... คุณจะใส่ร้ายฉันอย่างนั้นเหรอคะ"
"ผมไม่จำเป็นต้องใส่ร้ายคุณ" ธนาวัฒน์เดินกลับมาหาเธออีกครั้ง "คุณนั่นแหละที่เข้ามาในห้องของผมโดยไม่ได้รับอนุญาต แล้วยังมาค้นข้าวของของผมอีก ถ้าผมจะบอกว่าคุณพยายามจะขโมยข้อมูลของผม ก็ไม่มีใครสามารถพิสูจน์ได้ว่าผมพูดโกหก"
สุมาลีรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงไขสันหลัง เธอไม่เคยคิดว่าธนาวัฒน์จะร้ายกาจได้ถึงขนาดนี้ "คุณ... คุณมันปีศาจ!"
"ผมก็แค่คนที่รู้จักวิธีเอาตัวรอด" ธนาวัฒน์ยิ้มมุมปากอย่างเยาะเย้ย "คุณควรจะกลับไปได้แล้ว ก่อนที่จะมีใครมาเห็นคุณที่นี่"
สุมาลีลุกขึ้นยืนอย่างโซซัดโซเซ เธอรู้สึกอ่อนแรงไปทั้งตัว ราวกับพลังทั้งหมดถูกสูบออกไปจากร่าง "ฉันจะไม่ยอมให้คุณทำแบบนี้เด็ดขาด!"
"คุณจะทำอะไรได้ล่ะ สุมาลี" ธนาวัฒน์ถามยิ้มๆ "คุณไม่มีหลักฐานอะไรเลย นอกจากสมุดบันทึกที่คุณเจอ ซึ่งผมสามารถปฏิเสธได้ทุกเมื่อ"
สุมาลีมองหน้าเขาด้วยความสิ้นหวัง เธอรู้ว่าสิ่งที่ธนาวัฒน์พูดนั้นเป็นความจริง เธอไม่มีหลักฐานที่แน่นหนาพอที่จะเอาผิดเขาได้เลย "คุณ... คุณจะเสียใจ!"
"ผมไม่เคยเสียใจกับการตัดสินใจของตัวเอง" ธนาวัฒน์กล่าว "และผมก็เชื่อว่าคุณเองก็เช่นกัน"
สุมาลีไม่พูดอะไรอีก เธอหันหลังเดินออกจากห้องทำงานของธนาวัฒน์ไปอย่างช้าๆ ทุกย่างก้าวหนักอึ้ง ราวกับแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่า เธอรู้ว่านี่คือจุดเริ่มต้นของปัญหาที่ใหญ่หลวงกว่าเดิม
4,549 ตัวอักษร