ม่านหมอกที่ปกคลุมความจริงในวังวนแห่งตระกูล

ตอนที่ 12 / 40

ตอนที่ 12 — พยานปากเอกในค่ำคืน

หลังจากออกจากห้องอาหาร โสภิตาก็เดินตรงไปยังห้องทำงานของคุณจันทร์เจ้า เธอต้องการคำอธิบายเพิ่มเติมจากท่าน ในขณะที่เธอกำลังจะเคาะประตู เสียงพูดคุยจากภายในก็ดังเล็ดลอดออกมา "คุณแม่ครับ ผมไม่รู้จะทำอย่างไรจริงๆ" เสียงของธามที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าดังขึ้น "แม่รู้ว่ามันยากสำหรับลูกนะธาม" เสียงของคุณจันทร์เจ้าตอบอย่างอ่อนโยน "แต่เราต้องหาทางออกให้ได้" "ผมกลัว... ผมกลัวว่าโสภิตาจะเข้าใจผิด" ธามพูดต่อ "ผมไม่อยากให้เธอคิดว่าผมหลอกลวงเธอ" "แม่รู้ว่าลูกไม่ได้ตั้งใจ" คุณจันทร์เจ้ากล่าว "แต่เรื่องในอดีตมันตามหลอกหลอนเราอยู่เสมอ" โสภิตาได้ยินดังนั้น ก็ไม่กล้าเคาะประตู เธอถอยออกมาเงียบๆ และตัดสินใจจะรอไปก่อน เธอเดินไปที่สวนหลังบ้าน ซึ่งเป็นที่ที่เธอรู้สึกสงบที่สุด ต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงา โสภิตาทิ้งตัวลงนั่งบนม้านั่งไม้ใต้ต้นไม้ใหญ่ เธอยังคงคิดถึงบทสนทนาเมื่อครู่ และคำพูดของธามที่ว่า "น้องชายที่เสียชีวิตไปเมื่อหลายปีก่อน" "อุบัติเหตุ... หรือว่ามันไม่ใช่แค่อุบัติเหตุ?" โสภิตาครุ่นคิด "และสร้อยเส้นนั้น... มันเกี่ยวอะไรกับการเสียชีวิตของน้องชายธาม?" "แล้วทำไมคุณจันทร์เจ้าถึงโกหกโสภิตาตั้งแต่แรก ว่าสร้อยเส้นนั้นเป็นของคนรักเก่าของธาม?" "หรือว่า... คุณจันทร์เจ้าเองก็กำลังปกป้องบางสิ่งบางอย่างอยู่?" ในขณะที่เธอกำลังครุ่นคิด เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นมาจากทางเดิน โสภิตาเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นร่างของคุณจันทร์เจ้าเดินตรงมาหาเธอ "คุณหนูคะ" คุณจันทร์เจ้ากล่าว "ดิฉันขอโทษนะคะ ที่ปล่อยให้คุณหนูต้องเผชิญหน้ากับเรื่องราวที่ยากลำบากแบบนี้" "ไม่เป็นไรค่ะคุณจันทร์เจ้า" โสภิตาตอบ "หนูเข้าใจค่ะว่าคุณแม่กำลังพยายามจะทำอะไรบางอย่าง" คุณจันทร์เจ้าทรุดตัวลงนั่งข้างๆ โสภิตา "แม่... แม่ก็ไม่รู้จะเริ่มต้นเล่าเรื่องนี้อย่างไรดี" "หนูอยากรู้ความจริงทั้งหมดค่ะ" โสภิตาพูดเสียงหนักแน่น "เกี่ยวกับน้องชายของคุณธาม... เกี่ยวกับอุบัติเหตุครั้งนั้น... และเกี่ยวกับสร้อยเส้นนี้" คุณจันทร์เจ้าหลับตาลงช้าๆ ราวกับกำลังรวบรวมความกล้า "น้องชายของธาม... ชื่อ 'ธีรภัทร' ค่ะ เป็นเด็กดี... น่ารัก... แต่ก็ดื้อรั้นและหัวร้อนเหมือนธาม" "เขาเสียชีวิตเมื่อห้าปีที่แล้วค่ะ" คุณจันทร์เจ้าเล่าต่อ "ในคืนนั้น... เขาทะเลาะกับคุณธีระอย่างรุนแรง เรื่องธุรกิจ... เรื่องที่ธามไม่ควรเข้ามาเกี่ยวข้อง... ธีรภัทรโกรธมาก... เขาขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว... และเกิดอุบัติเหตุ..." "แต่... ที่แท้จริงแล้ว..." คุณจันทร์เจ้าหยุดชะงัก "มันไม่ใช่แค่อุบัติเหตุธรรมดาค่ะ" "หมายความว่าอย่างไรคะ?" โสภิตาถามอย่างตื่นเต้น "คืนนั้น... ธีรภัทรไม่ได้ขับรถคนเดียวค่ะ" คุณจันทร์เจ้ากล่าว "มีคนอื่นนั่งไปด้วย... และคนๆ นั้น... คือ 'วิศรุต' ค่ะ" "วิศรุต...?" โสภิตานึกชื่อนี้ออก เขาคือคนที่เคยถูกกล่าวถึงว่าเป็นคู่แข่งทางธุรกิจคนสำคัญของคุณธีระ "ใช่ค่ะ" คุณจันทร์เจ้าตอบ "วิศรุตเป็นเพื่อนสนิทของธีรภัทร... แต่เขาก็เป็นคนที่คุณธีระไม่ชอบหน้ามาตลอด... เพราะเขาเห็นว่าวิศรุตเป็นอันตรายต่อธุรกิจของเรา" "แล้ว...เกิดอะไรขึ้นคะ?" โสภิตาถามอย่างใจจดใจจ่อ "หลังจากที่ทะเลาะกับคุณธีระ... ธีรภัทรก็ไปหา 'วิศรุต' ค่ะ... พวกเขาคงจะพูดคุยกัน... แล้วก็ตัดสินใจขับรถออกไป... แต่ระหว่างทาง... เกิดการทะเลาะกันอย่างรุนแรง... " คุณจันทร์เจ้าเล่าต่อด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ "มีพยาน... พยานคนหนึ่ง... เห็นรถของธีรภัทร... และเห็นวิศรุต... กำลังทะเลาะกับธีรภัทร... ก่อนที่รถจะเสียหลัก..." "พยาน...?" โสภิตาอุทาน "ใครคะ?" "คือ... 'นรินทร์' ค่ะ" คุณจันทร์เจ้าตอบ "เขาเป็นคนงานในไร่ของเรา... คืนนั้นเขาออกไปตรวจตรา... และเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด" "แล้ว... ทำไมเขาถึงไม่บอกความจริง?" โสภิตาถาม "วิศรุต... เขามีอิทธิพลมากค่ะ" คุณจันทร์เจ้ากล่าว "เขาข่มขู่ 'นรินทร์'... และบังคับให้เขารักษาสัญญาณเงียบ" "แล้วสร้อยเส้นนั้น... เกี่ยวข้องอย่างไรคะ?" โสภิตาถาม "สร้อยเส้นนั้น... คือสิ่งที่ 'ธีรภัทร' ถืออยู่ตอนที่เขากำลังจะเสียชีวิตค่ะ" คุณจันทร์เจ้ากล่าว "มันหลุดออกมาจากคอของเขา... และ 'วิศรุต' ก็หยิบมันไป... เขาคิดว่ามันเป็นแค่เครื่องประดับ... แต่สำหรับเรา... มันคือหลักฐานชิ้นสำคัญ..." "หลักฐาน...?" โสภิตาถาม "ใช่ค่ะ... มันเป็นหลักฐานว่า 'วิศรุต' อยู่ในรถคันนั้น... และเขาก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของธีรภัทร" คุณจันทร์เจ้าพูด "แต่คุณธีระ... เขากลับเลือกที่จะปกปิดความจริง... เพื่อรักษาชื่อเสียงของตระกูล... และเพื่อไม่ให้ธุรกิจของเขามีปัญหา" "คุณธีระ... เขาบังคับให้ 'นรินทร์' โกหก... และบอกว่ามันเป็นแค่อุบัติเหตุ..." คุณจันทร์เจ้ากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง "ส่วนธาม... เขาก็รู้ความจริงทั้งหมด... แต่เขาก็ถูกบีบคั้นให้เก็บเป็นความลับ..." "แล้วทำไมคุณแม่ถึงไม่บอกความจริงกับโสภิตาตั้งแต่แรกคะ?" โสภิตาถาม "แม่... แม่ไม่แน่ใจว่าโสภิตาจะเชื่อแม่หรือไม่" คุณจันทร์เจ้าตอบ "และแม่ก็กลัวว่า ถ้าความจริงเปิดเผย... มันจะยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง... จนกระทั่งแม่เห็นข้อความที่คุณยายของหนูทิ้งไว้... แม่จึงคิดว่า... นี่อาจจะเป็นโอกาสเดียวที่เราจะสามารถเปิดเผยความจริงได้" "แล้ว... สร้อยเส้นนั้น... คือสัญญาณที่คุณยายพูดถึงใช่ไหมคะ?" โสภิตาถาม "ใช่ค่ะ" คุณจันทร์เจ้าตอบ "มันคือหลักฐาน... และเป็นเครื่องเตือนใจ... ว่าเราไม่ควรลืมความผิดพลาดในอดีต" โสภิตารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง ความจริงที่เพิ่งได้รับฟังนั้นช่างน่าตกใจและน่าสะเทือนใจอย่างยิ่ง เธอไม่เคยคิดเลยว่า ตระกูลที่ดูเหมือนจะสมบูรณ์แบบแห่งนี้ จะมีความลับดำมืดซ่อนอยู่เบื้องหลัง "หนู... หนูต้องทำอะไรบางอย่าง" โสภิตากล่าว "หนูไม่สามารถปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปเฉยๆ ได้" "แม่รู้ว่าหนูเป็นคนเข้มแข็ง" คุณจันทร์เจ้ากล่าว "และแม่เชื่อว่า... หนูจะสามารถหาทางออกให้กับเรื่องนี้ได้" โสภิตามองไปที่สร้อยเส้นนั้นที่อยู่ในมือของเธอ มันไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องประดับอีกต่อไป แต่มันคือความหวัง... ความหวังที่จะนำความยุติธรรมกลับคืนมา และเปิดโปงความจริงที่ถูกปกปิดมานาน

4,821 ตัวอักษร