ตอนที่ 3 — กลลวงใต้หน้ากากแห่งการเชื้อเชิญ
บรรยากาศในห้องรับแขกเต็มไปด้วยความอึดอัด โสภิตาสัมผัสได้ถึงสายตาของทุกคนที่จับจ้องมาที่เธอ โดยเฉพาะสายตาของธามที่มองเธออย่างไม่ลดละ ราวกับจะจับผิดทุกการเคลื่อนไหวของเธอ
“ทานขนมนะครับคุณหนูโสภิตา” คุณหญิงมณีรัตน์ยื่นถาดขนมทองเอกให้เธอ “นี่เป็นขนมโปรดของคุณเลยไม่ใช่หรือคะ”
โสภิตารับมาอย่างนอบน้อม “ขอบคุณค่ะท่านแม่”
“ผมได้ยินมาว่าคุณหนูโสภิตาเป็นคนที่ชื่นชอบศิลปะมาก” ธามเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบ “ผมเองก็สะสมงานศิลปะอยู่บ้าง หวังว่าเราจะมีเรื่องพูดคุยกันได้”
“ค่ะ” โสภิตาตอบรับสั้นๆ เธอพยายามหลีกเลี่ยงการสบตาเขา
“คุณธามเพิ่งกลับมาจากยุโรปครับ” ท่านอนันต์เสริม “เขาไปดูงานแสดงศิลปะที่นั่น”
“น่าสนใจมากค่ะ” คุณหญิงมณีรัตน์กล่าว “ลูกควรจะได้ไปเปิดหูเปิดตาบ้างนะโสภิตา”
โสภิตารู้สึกเหมือนถูกจับจ้องมากขึ้นเมื่อเธอได้ยินประโยคนี้ เธอเข้าใจดีว่านี่คือการพยายามทำให้เธอเข้ากับธามให้ได้มากที่สุด
“ผมอยากจะชวนคุณหนูโสภิตาไปดูงานแสดงศิลปะที่กำลังจะจัดขึ้นที่แกลเลอรี่ของผมครับ” ธามกล่าว “ไม่ทราบว่าคุณหนูพอจะสะดวกไหมครับ”
โสภิตาชะงักไป เธอไม่เคยออกไปไหนตามลำพังกับผู้ชายคนไหนมาก่อน ยิ่งเป็นว่าที่คู่หมั้นที่เธอไม่คุ้นเคยด้วยแล้ว ยิ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวล
“โสภิตา...” เธอหันไปมองท่านพ่อและท่านแม่
“ไปสิลูก” ท่านอนันต์พยักหน้า “เป็นโอกาสที่ดีที่จะได้ทำความรู้จักกันมากขึ้น”
“คุณหญิงคะ” คุณธีระหันไปพูดกับคุณหญิงมณีรัตน์ “ผมคิดว่าการจัดงานเลี้ยงต้อนรับคุณธามและครอบครัวที่บ้านของเรา คงจะเป็นเรื่องที่เหมาะสม”
“เป็นความคิดที่ดีค่ะ” คุณหญิงมณีรัตน์เห็นด้วย “เราจะได้เชิญแขกผู้ใหญ่ที่สนิทสนมมาร่วมงานด้วย”
“ผมเห็นด้วยครับ” คุณวัฒนวิเศษกล่าว “เป็นการแสดงความยินดีต่อการหมั้นหมายที่กำลังจะเกิดขึ้น”
โสภิตาได้แต่ถอนหายใจเบาๆ เธอรู้สึกเหมือนทุกอย่างกำลังถูกวางแผนไปหมด การไปดูงานศิลปะ การจัดงานเลี้ยง มันคือการผูกมัดเธอให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นกับผู้ชายคนนี้
“คุณจันทร์เจ้า” ท่านอนันต์หันไปถาม “คุณจะอยู่ที่นี่สักสองสามวันได้ไหมครับ ผมอยากจะขอคำปรึกษาคุณเรื่องธุรกิจของเรา”
“แน่นอนค่ะท่านอนันต์” คุณจันทร์เจ้าตอบรับ “ดิฉันยินดีเสมอ”
“ดีมาก” ท่านอนันต์ยิ้ม “งั้นผมจะจัดห้องพักให้คุณ”
“ขอบคุณค่ะ” คุณจันทร์เจ้ากล่าว “แต่ก่อนอื่น ฉันขออนุญาตเข้าไปดูห้องของคุณหนูโสภิตาได้ไหมคะ พอดีฉันมีของบางอย่างจะนำมาให้”
“ได้สิคะ” คุณหญิงมณีรัตน์ตอบ “เชิญเลยค่ะ”
คุณจันทร์เจ้าลุกขึ้นยืน เธอเดินตรงไปที่โสภิตา ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความหมายบางอย่างที่โสภิตาไม่อาจเข้าใจ
“ขอตัวสักครู่นะคะ” คุณจันทร์เจ้ากล่าวกับทุกคน ก่อนจะเดินนำโสภิตาขึ้นไปยังห้องนอนของเธอ
เมื่อเข้ามาในห้องนอนของโสภิตา คุณจันทร์เจ้าก็หันมามองเธออย่างพิจารณา “คุณหนูโสภิตา คุณมีความทรงจำเกี่ยวกับอดีตบ้างไหมคะ?”
โสภิตาตัวแข็งทื่อ “หมายความว่ายังไงคะ?”
“หมายถึง... มีใครบางคนในอดีตที่คุณอาจจะหลงลืมไปแล้ว” คุณจันทร์เจ้ากล่าวเสียงนุ่ม “บางที... เขาอาจจะยังรอคุณอยู่”
“โสภิตาไม่เข้าใจที่คุณป้านวลพูดค่ะ” โสภิตาพยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่น “โสภิตาไม่เคยมีใครในอดีตที่ควรจะรอค่ะ”
“จริงหรือคะ?” คุณจันทร์เจ้าหยิบกล่องไม้เล็กๆ สีดำออกมาจากกระเป๋า “ถ้าอย่างนั้น... ลองดูสิ่งนี้สิคะ”
เธอเปิดกล่องออก เผยให้เห็นจี้สร้อยคอเงินรูปนกฟีนิกซ์สีดำที่สลักเสลาอย่างประณีต โสภิตาเบิกตากว้าง หัวใจของเธอเต้นแรง เธอจำได้... เธอจำได้ว่าเคยเห็นจี้นี้มาก่อน
“นี่มัน...”
“จี้ของคุณแม่คุณหรือเปล่าคะ?” คุณจันทร์เจ้าถาม น้ำเสียงของเธออ่อนลง “คุณแม่ของคุณ... ท่านเคยบอกว่า ท่านจะมอบมันให้กับคนที่คุณรักที่สุด”
โสภิตาตัวสั่นสะท้าน หยาดน้ำตาเริ่มเอ่อคลอเบ้า เธอจำได้ทุกอย่างแล้ว แม่ของเธอ... จี้เส้นนี้... ความทรงจำที่ถูกลบเลือนไปนานกำลังกลับมา
“คุณแม่ของฉัน...” เธอพึมพำ “ท่านเสียชีวิตไปนานแล้ว”
“ใช่ค่ะ” คุณจันทร์เจ้าพยักหน้า “แต่ก่อนที่ท่านจะเสียชีวิต ท่านได้ฝากบางสิ่งไว้กับฉัน”
“อะไรคะ?” โสภิตาถามอย่างมีความหวัง
“จดหมายฉบับหนึ่ง” คุณจันทร์เจ้ากล่าว “เป็นจดหมายที่คุณแม่ของคุณเขียนถึงคุณ”
โสภิตารู้สึกเหมือนมีบางอย่างถูกปลดปล่อยออกจากใจ เธอไม่เคยรู้เลยว่าแม่ของเธอได้ทิ้งอะไรไว้ให้ เธอตั้งตารอที่จะได้อ่านมัน
“คุณแม่ของคุณ... ท่านมีเรื่องอยากจะบอกคุณมากมาย” คุณจันทร์เจ้ากล่าวต่อ “เรื่องราวที่คุณควรจะต้องรู้... เรื่องราวที่จะเปลี่ยนชีวิตคุณไปตลอดกาล”
โสภิตาได้แต่ยืนนิ่ง เธอรู้สึกเหมือนกำลังเดินเข้าสู่โลกใบใหม่ โลกที่เต็มไปด้วยความจริงที่ซ่อนเร้น ความลับในอดีต และชะตากรรมที่เธออาจจะต้องเผชิญ การแต่งงานกับธาม วัฒนวิเศษ อาจไม่ใช่แค่การรักษาหน้าตาของตระกูล แต่อาจมีความหมายอื่นที่ลึกซึ้งกว่านั้นซ่อนอยู่...
3,761 ตัวอักษร