ตอนที่ 4 — การล่วงล้ำที่ไม่อาจปฏิเสธ
คุณจันทร์เจ้าเดินนำโสภิตาขึ้นบันไดไม้โอ๊คเนื้อดีที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเบาๆ ทุกครั้งที่ก้าวเหยียบ จังหวะการเดินของคุณหญิงผู้นั้นดูสงบนิ่ง แต่แฝงไว้ด้วยความแน่วแน่ โสภิตาพยายามรักษาจังหวะของตนให้เท่ากัน แม้ในใจจะเต็มไปด้วยคำถามและความไม่สบายใจ
“ห้องของคุณหนูคงจะเรียบร้อยดีนะคะ” คุณจันทร์เจ้าเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงน้ำหนัก “ฉันเคยมาที่นี่ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว บรรยากาศของบ้านหลังนี้ยังคงความสง่างามไม่เปลี่ยนแปลง”
“ขอบคุณค่ะ” โสภิตาตอบรับสั้นๆ “บ้านของเราอบอุ่นเสมอค่ะ”
พวกเขาเดินผ่านโถงทางเดินที่ประดับประดาด้วยภาพวาดและรูปปั้นโบราณ แสงแดดยามบ่ายส่องลอดหน้าต่างกระจกสีเป็นประกายหลากสีตกกระทบพื้นไม้ เกิดเป็นลวดลายงดงามที่ดูเหมือนจะบอกเล่าเรื่องราวในอดีต โสภิตาพยายามเพ่งมองรายละเอียดต่างๆ รอบตัว ราวกับจะใช้สิ่งเหล่านั้นเป็นเครื่องเบี่ยงเบนความสนใจจากความรู้สึกที่กำลังถาโถมเข้ามา
เมื่อถึงหน้าห้องนอนของเธอ คุณจันทร์เจ้าก็หยุดยืนอยู่หน้าบานประตูไม้สลักลายอย่างประณีต “ขออนุญาตเข้าไปนะคะ” เธอกล่าวพลางเปิดประตูเข้าไป
ภายในห้องนอนของโสภิตาตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยความหรูหรา โซฟาบุผ้ากำมะหยี่สีครีมตั้งอยู่ริมหน้าต่างขนาดใหญ่ที่มองเห็นสวนกุหลาบสีแดงสดบานสะพรั่งอยู่เบื้องล่าง เตียงสี่เสากระจิดริดถูกปูด้วยผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาดตา เคียงข้างด้วยโต๊ะเครื่องแป้งที่เต็มไปด้วยเครื่องประทินโฉม และชั้นวางหนังสือที่บรรจุผลงานวรรณกรรมคลาสสิกหลายเล่ม
คุณจันทร์เจ้าเดินสำรวจรอบห้องด้วยสายตาที่ฉายแววประเมิน ราวกับกำลังมองหาบางสิ่งบางอย่างที่อาจจะซ่อนเร้นอยู่ “ห้องของคุณหนูสวยงามมากค่ะ” เธอกล่าว “แต่ดูเหมือนจะขาดชีวิตชีวาไปบ้างนะคะ”
โสภิตาขมวดคิ้วเล็กน้อย “ดิฉันชอบความเรียบง่ายค่ะ” เธอตอบ
“เข้าใจค่ะ” คุณจันทร์เจ้าเดินตรงไปยังโต๊ะเครื่องแป้ง “ของเหล่านี้... คุณหนูใช้บ่อยไหมคะ” เธอหยิบขวดน้ำหอมขนาดเล็กที่มีหัวเป็นรูปดอกกุหลาบขึ้นมาดู “กลิ่นหอมอ่อนๆ ดีนะคะ”
“ค่ะ ดิฉันชอบกลิ่นนี้” โสภิตาตอบ พลางเดินเข้าไปใกล้ “ท่านเคยใช้หรือคะ?”
“ไม่เคยค่ะ” คุณจันทร์เจ้าส่ายหน้าช้าๆ “แต่ดิฉันจำได้ว่ากลิ่นนี้ เป็นกลิ่นโปรดของคุณแม่ของคุณธามค่ะ”
คำพูดนั้นทำให้โสภิตาชะงักไปทันที ดวงตาเบิกกว้างขึ้นด้วยความประหลาดใจ “จริงหรือคะ?”
“จริงค่ะ” คุณจันทร์เจ้ายิ้มบางๆ “คุณธามเป็นลูกกตัญญู เขาจะคิดถึงคุณแม่ของเขาอยู่เสมอ” เธอวางขวดน้ำหอมกลับลงที่เดิม แล้วหันไปมองโสภิตาตรงๆ “คุณหนูทราบไหมคะ ว่าทำไมครอบครัวของดิฉันถึงให้ความสำคัญกับการแต่งงานครั้งนี้มากนัก”
โสภิตาเงียบไป เธอไม่รู้จะตอบอย่างไรจริงๆ เรื่องราวทั้งหมดมันซับซ้อนเกินกว่าที่เธอจะเข้าใจได้ในตอนนี้
“มันเกี่ยวกับอดีตค่ะ” คุณจันทร์เจ้าพูดต่อ น้ำเสียงจริงจังขึ้น “อดีตที่คุณอาจจะไม่เคยรับรู้เลย”
“คุณหมายถึงเรื่องที่ท่านแม่เคยกล่าวถึง ‘การปิดปมในอดีต’ หรือคะ?” โสภิตาถาม
“ถูกต้องค่ะ” คุณจันทร์เจ้าพยักหน้า “การแต่งงานครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างสองตระกูล แต่มันคือการแก้ไขความผิดพลาดในอดีตของบรรพบุรุษของเรา มันคือการคืนสิ่งที่ควรจะเป็นให้กลับคืนมา”
“คืนสิ่งที่ควรจะเป็น? มันคืออะไรคะ?” โสภิตารู้สึกราวกับกำลังถูกดึงเข้าไปในวังวนของความลับที่เธอไม่เคยรู้มาก่อน
“บางสิ่งบางอย่างถูกพรากไปจากครอบครัวของเราค่ะ” คุณจันทร์เจ้าพูดพลางกวาดสายตามองไปรอบห้อง “และสิ่งที่ถูกพรากไปนั้น ได้สร้างความเจ็บปวดให้กับหลายคนมานานหลายปี”
โสภิตารู้สึกเย็นวาบไปทั้งสันหลัง ความรู้สึกที่เหมือนมีใครกำลังจ้องมองเธออยู่ตลอดเวลาตั้งแต่เมื่อวานนี้ มันไม่ใช่แค่จินตนาการของเธออีกต่อไป
“คุณธาม... เขารู้เรื่องนี้ทั้งหมดหรือคะ?” โสภิตาถามเสียงสั่น
“เขารู้ค่ะ” คุณจันทร์เจ้าตอบ “และเขาพร้อมที่จะรับผิดชอบในสิ่งที่ครอบครัวของเรามีส่วนเกี่ยวข้อง” เธอเดินเข้าไปใกล้โสภิตามากขึ้น ราวกับจะกระซิบเรื่องสำคัญ “คุณหนูโสภิตาคะ ดิฉันอยากจะเตือนคุณ การแต่งงานครั้งนี้ จะนำพาคุณไปสู่อีกโลกหนึ่ง โลกที่คุณจะต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่ถูกซ่อนเร้นมานาน”
“ความจริงแบบไหนคะ?” โสภิตาถามด้วยความหวาดหวั่น
“ความจริงที่อาจจะทำให้คุณตั้งคำถามกับทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณเคยเชื่อมา” คุณจันทร์เจ้าพูด น้ำเสียงจริงจัง “คุณต้องเตรียมใจให้พร้อมนะคะ”
ก่อนที่โสภิตาจะได้ซักถามอะไรต่อ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น “คุณหนูโสภิตาครับ” เป็นเสียงของท่านอนันต์
“เข้ามาค่ะท่านพ่อ” โสภิตาร้องเรียก
ท่านอนันต์เปิดประตูเข้ามา สีหน้าของเขาดูผ่อนคลายขึ้น “คุณจันทร์เจ้า มาดูห้องของโสภิตาอยู่หรือครับ”
“ค่ะท่านอนันต์” คุณจันทร์เจ้าหันไปตอบ “ดิฉันเอาของบางอย่างมาให้คุณหนูค่ะ” เธอยื่นกล่องไม้เล็กๆ สีเข้มให้กับโสภิตา
“อะไรคะ?” โสภิตาถาม พลางรับกล่องมา
“เปิดดูสิคะ” คุณจันทร์เจ้ากล่าว
โสภิตาค่อยๆ เปิดฝากล่องออก ภายในบรรจุสร้อยคอทองคำขาวเส้นเล็กๆ ที่มีจี้เป็นรูปดอกไม้ประดับด้วยเพชรเม็ดเล็กๆ ส่องประกายระยิบระยับ “สวยจังค่ะ” เธออุทานด้วยความประทับใจ
“เป็นของดูต่างหน้าจากคุณยายของคุณค่ะ” คุณจันทร์เจ้ากล่าว “คุณแม่ของดิฉันเคยเป็นเพื่อนสนิทกับคุณยายของคุณ”
“คุณยายของดิฉันเสียไปนานแล้วค่ะ” โสภิตากล่าว น้ำเสียงแผ่วเบา “ดิฉันแทบจะจำท่านไม่ได้เลย”
“ไม่เป็นไรค่ะ” คุณจันทร์เจ้าปลอบ “อย่างน้อยของชิ้นนี้ จะเป็นเหมือนเครื่องเตือนใจว่าคุณไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว”
โสภิตารู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของคุณจันทร์เจ้า แม้จะยังคงมีความเคลือบแคลงใจอยู่ลึกๆ เธอนำสร้อยคอมาคล้องคอ ภาพสะท้อนในกระจกทำให้เธอเห็นภาพตัวเองในมุมมองใหม่ สร้อยเส้นนี้ดูเข้ากับชุดของเธออย่างน่าประหลาด
“งั้นเราลงไปข้างล่างกันดีกว่าค่ะ” ท่านอนันต์กล่าว “คุณธีระรออยู่แล้ว”
โสภิตาพยักหน้ารับ เธอรู้สึกเหนื่อยอ่อนอย่างประหลาด การเผชิญหน้ากับความลับในอดีต และการถูกผูกมัดด้วยพันธะที่เธอไม่ต้องการ ทำให้เธอแทบจะยืนไม่ไหว
“คุณจันทร์เจ้าคะ” ท่านอนันต์หันไปพูดกับคุณจันทร์เจ้า “ผมอยากจะรบกวนคุณช่วยดูแลโสภิตาด้วยนะครับ เธออาจจะยังปรับตัวกับเรื่องต่างๆ ไม่ได้”
“แน่นอนค่ะท่านอนันต์” คุณจันทร์เจ้าตอบรับ “ดิฉันจะดูแลคุณหนูเองค่ะ”
รอยยิ้มของคุณจันทร์เจ้าดูอบอุ่น แต่แววตาของเธอนั้นยังคงฉายประกายบางอย่างที่โสภิตาอ่านไม่ออก ราวกับเธอกำลังเฝ้ามองเหยื่อที่ค่อยๆ ติดกับดักโดยไม่รู้ตัว
5,013 ตัวอักษร