ตอนที่ 15 — เสียงเพลงที่ปลุกชีวิตอีกครั้ง
ชีวิตของผมค่อยๆ กลับคืนสู่สภาวะปกติ การกลับมาโรงเรียน การได้พบปะเพื่อนฝูง และการได้กลับมาทำงานศิลปะ คือสิ่งที่เติมเต็มช่องว่างในหัวใจของผมได้เป็นอย่างดี ผมยังคงคิดถึงคุณพ่ออยู่เสมอ แต่ความเศร้าโศกเสียใจที่เคยกัดกินหัวใจ ก็ได้จางหายไป กลายเป็นความทรงจำอันงดงามที่คอยหล่อเลี้ยงจิตใจ
วันหนึ่ง ขณะที่ผมกำลังช่วยคุณแม่ทำความสะอาดบ้าน ผมบังเอิญไปเจอกล่องเก็บของเก่าใบหนึ่ง ซึ่งซ่อนอยู่ใต้บันไดทางขึ้นชั้นสอง เมื่อเปิดกล่องออก ผมก็พบกับของเล่นสมัยเด็กของผมหลายชิ้น มีรถของเล่นคันโปรด ตุ๊กตาหมีตัวที่ผมเคยนอนกอดทุกคืน และที่สำคัญที่สุด คือแผ่นเสียงโบราณหลายแผ่น
ผมจำได้ทันทีว่านี่คือกล่องสมบัติของคุณพ่อ ที่ท่านเคยเก็บของสำคัญๆ ของผมไว้ ผมค่อยๆ หยิบแผ่นเสียงแผ่นหนึ่งขึ้นมา มันเป็นแผ่นเสียงเพลงคลาสสิก ที่ผมจำได้ว่าคุณพ่อชอบเปิดให้ฟังบ่อยๆ สมัยที่ผมยังเด็กๆ ผมจำได้ว่าผมชอบเพลงนี้มาก เพราะมันทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลายและมีความสุขเสมอ
"แม่ครับ นี่กล่องของผมเอง" ผมบอกคุณแม่ที่กำลังจัดดอกไม้ในแจกันอยู่ "ผมเจอแผ่นเสียงเพลงโปรดของคุณพ่อด้วย"
คุณแม่เดินเข้ามาดู "โอ้โห ยังอยู่ครบถ้วนเลยนะ พ่อเธอเก็บรักษาไว้อย่างดีจริงๆ"
"ใช่ครับ ผมจำได้ว่าชอบฟังเพลงนี้กับคุณพ่อบ่อยๆ" ผมพูด พร้อมกับยื่นแผ่นเสียงให้คุณแม่ดู
คุณแม่มองแผ่นเสียงแผ่นนั้นด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความทรงจำ "เพลงนี้เป็นเพลงโปรดของพ่อเธอเลยนะ เขาบอกว่ามันทำให้เขานึกถึงตอนที่เราไปเที่ยวทะเลด้วยกันครั้งแรก"
ผมยิ้ม "จริงเหรอครับ"
"จริงสิ" คุณแม่ตอบ "เขาเคยเล่าให้ฟังว่า ตอนนั้นเธอตัวเล็กมาก วิ่งเล่นอยู่ริมหาด หัวเราะเสียงดังเชียว"
ผมหลับตาลง จินตนาการภาพตามที่คุณแม่เล่า เสียงหัวเราะของผมในวัยเยาว์ เสียงคลื่นซัดเข้าหาฝั่ง และรอยยิ้มของคุณพ่อที่มองมา มันเป็นภาพที่อบอุ่นหัวใจอย่างประหลาด
ผมตัดสินใจที่จะนำแผ่นเสียงแผ่นนี้ ไปเปิดฟังในห้องทำงานของคุณพ่อ ผมเดินขึ้นไปยังชั้นสอง และเปิดประตูห้องทำงานที่เคยเป็นพื้นที่ส่วนตัวของคุณพ่อ ผมค่อยๆ นำแผ่นเสียงไปใส่ในเครื่องเล่นแผ่นเสียงโบราณที่คุณพ่อเคยใช้ เสียงเครื่องเล่นดังขึ้น พร้อมกับเสียงเพลงคลาสสิกที่คุ้นเคย
ท่วงทำนองที่อ่อนหวานและโหยหวน ค่อยๆ แผ่กระจายไปทั่วห้อง มันเหมือนกับว่าเสียงเพลงกำลังพาผมย้อนเวลากลับไปอีกครั้ง ผมเห็นภาพของคุณพ่อ นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานแห่งนี้ ท่านกำลังตั้งใจวาดภาพบางอย่าง แสงแดดยามบ่ายสาดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามา ทำให้ห้องทำงานดูอบอุ่น
"เพลงนี้... คุณพ่อชอบเปิดให้ผมฟังบ่อยๆ เลยนะครับ" ผมพึมพำกับตัวเอง น้ำตาเริ่มคลอเบ้า
ผมจำได้ว่าครั้งหนึ่ง เคยถามคุณพ่อว่า "คุณพ่อครับ ทำไมคุณพ่อถึงชอบฟังเพลงนี้จังเลยครับ"
คุณพ่อหันมายิ้มให้ผม "เพลงนี้มันช่วยให้พ่อรู้สึกสงบนะลูก มันทำให้พ่อคิดถึงช่วงเวลาดีๆ ที่เราเคยอยู่ด้วยกัน และมันก็เป็นเครื่องเตือนใจให้พ่อรู้ว่า ไม่ว่าชีวิตจะยากลำบากแค่ไหน ก็ยังมีสิ่งสวยงามและความสุขรอเราอยู่เสมอ"
คำพูดของคุณพ่อ ดังก้องอยู่ในหัวของผมในตอนนี้ ราวกับว่าท่านกำลังพูดอยู่ข้างๆ ผม "ใช่ครับ... สิ่งสวยงามและความสุข"
ผมเดินไปที่โต๊ะทำงานของคุณพ่อ สัมผัสกับพื้นผิวไม้ที่คุ้นเคย ผมมองไปยังภาพวาดที่ยังคงวางตั้งอยู่บนขาตั้ง ภาพวาดนั้น เป็นภาพทิวทัศน์ที่สวยงามของทะเล และแสงอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้า
"คุณพ่อครับ" ผมพูดขึ้นมา "ผมเข้าใจแล้วครับ"
ผมรู้สึกว่าเสียงเพลงนี้ มันไม่ใช่แค่เพลงที่ไพเราะ แต่มันคือบทเพลงแห่งชีวิต ที่คุณพ่อต้องการจะสื่อสารกับผม มันคือเครื่องเตือนใจว่า แม้ในยามที่มืดมิดที่สุด ก็ยังมีแสงสว่างและความหวังรออยู่เสมอ
ผมใช้เวลาอยู่ในห้องทำงานของคุณพ่ออีกพักใหญ่ ปล่อยให้เสียงเพลงค่อยๆ บำบัดจิตใจของผม ผมรู้สึกว่าตัวเองกำลังค่อยๆ กลับมามีพลังอีกครั้ง พลังที่จะก้าวต่อไป เพื่อสานต่อความฝันของคุณพ่อ และเพื่อสร้างชีวิตที่ดีให้กับตัวเอง
หลังจากนั้น ผมก็ตัดสินใจที่จะนำเพลงนี้ ไปเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะของผม ผมกลับไปที่ห้องนอนของผม หยิบสมุดสเก็ตช์และอุปกรณ์วาดภาพออกมา ผมเริ่มวาดภาพทิวทัศน์ทะเลที่เหมือนกับภาพวาดของคุณพ่อ แต่ผมเพิ่มสีสันที่สดใสเข้าไป ผมใช้สีส้ม สีเหลือง และสีแดง เพื่อสื่อถึงความอบอุ่นของแสงอาทิตย์ และสีฟ้าครามของน้ำทะเล
ผมวาดภาพนกนางนวลกำลังบินอยู่บนท้องฟ้า และวาดเรือใบที่กำลังแล่นอยู่กลางทะเล ผมใส่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้ภาพดูมีชีวิตชีวา
ขณะที่ผมกำลังวาดภาพอยู่นั้น ผมก็คิดขึ้นมาได้ว่า ผมอยากจะลองนำเทคนิคการวาดภาพที่ได้เรียนรู้จากคุณพ่อ มาผสมผสานกับการวาดภาพในสไตล์ของตัวเอง
ผมเริ่มทดลองใช้สีน้ำมัน ซึ่งเป็นสีที่คุณพ่อเคยใช้บ่อยๆ ผมรู้สึกว่าสีน้ำมันให้ความรู้สึกที่หนักแน่นและมีมิติมากกว่าสีน้ำ
ผมใช้เวลาหลายชั่วโมงในการวาดภาพชิ้นนี้ ผมรู้สึกเหนื่อย แต่ก็มีความสุขอย่างประหลาด การได้ปลดปล่อยจินตนาการและความรู้สึกที่อยู่ข้างในออกมา มันทำให้ผมรู้สึกโล่งใจ
เมื่อผมวาดภาพเสร็จ ผมรู้สึกพอใจกับผลงานที่ออกมาเป็นอย่างมาก ภาพวาดชิ้นนี้ ไม่ใช่แค่ภาพวาดธรรมดา แต่มันคือตัวแทนของความทรงจำ คือบทเพลงแห่งชีวิต คือความหวังที่กลับคืนมา
ผมนำภาพวาดชิ้นนี้ ไปแขวนไว้ในห้องทำงานของคุณพ่อ เพื่อเป็นการระลึกถึงท่าน และเพื่อเป็นเครื่องเตือนใจให้ผมรู้ว่า ไม่ว่าชีวิตจะเจออุปสรรคใดๆ ก็ตาม ผมจะยังคงมีความสุขและความหวังอยู่เสมอ
เสียงเพลงคลาสสิกที่ดังขึ้นจากเครื่องเล่นแผ่นเสียง ยังคงดังแว่วมาไม่ขาดสาย มันเหมือนกับว่าเสียงเพลงกำลังปลุกชีวิตที่เคยหลับใหลให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง และนำพาผมไปสู่เส้นทางใหม่ที่เต็มไปด้วยสีสันและความหมาย
4,424 ตัวอักษร