วันที่โลกทั้งใบกลายเป็นสีเทา

ตอนที่ 17 / 35

ตอนที่ 17 — โลกใบใหม่ที่ซ่อนอยู่ในพู่กัน

หลังจากวันที่ได้ไปพบคุณหมออร ผมก็รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างในตัวผมเปลี่ยนแปลงไป ผมยังคงมีความรู้สึกเศร้า แต่ผมก็ไม่ได้จมปลักอยู่กับมันเหมือนเคย ผมเริ่มเข้าใจแล้วว่าความเจ็บปวดนั้นเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และผมไม่จำเป็นต้องหนีมันอีกต่อไป ผมเริ่มใช้เวลามากขึ้นในห้องทำงานของคุณพ่อ ผมเริ่มกลับไปจับพู่กันอีกครั้ง แต่คราวนี้ผมไม่ได้วาดภาพเพื่อลอกเลียนแบบงานของคุณพ่อ หรือเพื่อพยายามจะทำให้ใครประทับใจ ผมวาดภาพเพื่อตัวเอง เพื่อปลดปล่อยความรู้สึกที่อยู่ข้างใน "กำลังวาดอะไรอยู่เหรอ?" เสียงของต้นดังขึ้นเมื่อเขาเปิดประตูเข้ามาในห้องทำงาน ผมกำลังนั่งอยู่หน้าผืนผ้าใบขนาดใหญ่ กำลังระบายสีน้ำมันสีฟ้าสดใสลงไป "กำลังสร้างโลกใหม่น่ะ" ผมตอบโดยไม่ได้ละสายตาจากผืนผ้าใบ ต้นเดินเข้ามาดูใกล้ๆ "โลกใหม่? โลกแบบไหนล่ะ?" "โลกที่ไม่มีสีเทา" ผมตอบ "โลกที่เต็มไปด้วยสีสันที่เราเลือกเอง" ผมเริ่มวาดภาพท้องฟ้าที่มีแสงแดดสาดส่องลงมาอย่างเจิดจ้า ก้อนเมฆสีขาวลอยอ้อยอิ่งอยู่บนนั้น ผมระบายสีเขียวขจีลงไปบนทุ่งหญ้าที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา ดอกไม้หลากสีสันกำลังเบ่งบานอย่างงดงาม ผมวาดภาพผู้คนกำลังหัวเราะและมีความสุข ใบหน้าของพวกเขามีรอยยิ้มที่จริงใจ "ภาพนี้สวยจัง" ต้นกล่าว "ดูแล้วรู้สึกมีความสุขตามไปด้วยเลย" "ผมอยากให้เป็นแบบนั้น" ผมตอบ "ผมอยากให้ภาพวาดของผมสามารถส่งต่อความรู้สึกดีๆ ให้กับคนอื่นได้" "แล้วทำไมนายถึงเลือกที่จะวาดภาพแบบนี้ล่ะ?" ต้นถาม "เมื่อก่อนนายเคยบอกว่านายไม่ชอบวาดรูปแล้ว" "ผมเคยคิดว่าการวาดรูปมันเป็นแค่การทำตามหน้าที่ เป็นสิ่งที่พ่ออยากให้ผมทำ" ผมอธิบาย "แต่ตอนนี้ ผมรู้แล้วว่าการวาดรูปมันคือการได้สื่อสาร ได้บอกเล่าเรื่องราวที่อยู่ในใจของผม" "เรื่องราวเกี่ยวกับอะไรเหรอ?" ต้นสงสัย "เรื่องราวเกี่ยวกับชีวิต" ผมตอบ "เรื่องราวเกี่ยวกับความหวัง เรื่องราวเกี่ยวกับความเข้มแข็ง เรื่องราวเกี่ยวกับความรัก" ผมหยุดมือจากการระบายสี แล้วหันไปมองต้น "นายรู้ไหมต้น ตั้งแต่วันที่ผมได้คุยกับคุณหมอ ผมก็เริ่มมองเห็นอะไรหลายๆ อย่างเปลี่ยนไป" "เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นใช่ไหม?" ต้นถาม "ใช่" ผมตอบ "ผมรู้ว่าผมยังคงคิดถึงคุณพ่ออยู่ แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดเหมือนเคยแล้ว ผมรู้สึกว่าผมสามารถอยู่ต่อไปได้ ผมรู้สึกว่าผมสามารถสร้างอนาคตของผมเองได้" "ดีใจด้วยนะเพื่อน" ต้นยิ้ม "เห็นนายกลับมาเป็นเหมือนเดิมแบบนี้ ฉันก็ดีใจมากแล้ว" "นายก็เหมือนกันนะ" ผมกล่าว "ถ้านายมีอะไรไม่สบายใจ หรืออยากจะระบายอะไร ก็บอกฉันได้เสมอเลยนะ" "แน่นอนอยู่แล้ว" ต้นตอบ "เราเป็นเพื่อนกันนี่" หลังจากนั้น เราก็ใช้เวลาอยู่ในห้องทำงานด้วยกัน ผมวาดรูปต่อไป ต้นก็นั่งดูอยู่เงียบๆ บางครั้งเขาก็ถามคำถามเกี่ยวกับสีสันหรือองค์ประกอบในภาพ ผมก็อธิบายให้เขาฟัง เราพูดคุยกันไปเรื่อยๆ บรรยากาศในห้องทำงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความเป็นกันเอง "นายคิดว่าจะจัดนิทรรศการภาพวาดของนายไหม?" ต้นถามขึ้นมาลอยๆ ผมชะงักมือไปครู่หนึ่ง "นิทรรศการเหรอ? ฉันยังไม่แน่ใจเลย" "ทำไมนายถึงไม่แน่ใจล่ะ?" ต้นเลิกคิ้ว "ภาพวาดของนายมันดีมากเลยนะ ฉันว่าคนอื่นก็น่าจะชอบเหมือนฉัน" "ฉันกลัวว่าคนอื่นจะไม่เข้าใจสิ่งที่ฉันต้องการจะสื่อ" ผมตอบ "ฉันกลัวว่าพวกเขาจะมองว่ามันเป็นแค่ภาพวาดธรรมดาๆ" "นายไม่ต้องกลัวหรอก" ต้นกล่าว "บางที... สิ่งที่เรามองว่าธรรมดาที่สุด อาจจะเป็นสิ่งที่คนอื่นมองว่าพิเศษที่สุดก็ได้นะ" ผมมองต้น ผมเห็นความจริงใจในแววตาของเขา "บางทีนายอาจจะพูดถูกก็ได้" "แล้วถ้าเกิดนายจัดนิทรรศการจริงๆ ฉันจะเป็นคนแรกที่ไปดูเลยนะ!" ต้นพูดอย่างกระตือรือร้น ผมหัวเราะเบาๆ "ขอบคุณนะต้น" หลังจากต้นกลับไป ผมก็นั่งมองผืนผ้าใบที่เสร็จสมบูรณ์ ผมรู้สึกภาคภูมิใจในผลงานของตัวเอง เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกว่าผมได้สร้างสรรค์บางสิ่งบางอย่างที่มีความหมายอย่างแท้จริง ผมเดินไปที่โต๊ะทำงาน หยิบสมุดบันทึกเล่มเก่าของคุณพ่อขึ้นมา ผมเปิดมันออก หน้ากระดาษที่เคยว่างเปล่า ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยถ้อยคำและภาพสเก็ตช์ต่างๆ ผมอ่านข้อความที่คุณพ่อเคยเขียนไว้ "ศิลปะคือการปลดปล่อยจิตวิญญาณ การถ่ายทอดความรู้สึกที่ไม่มีวันเลือนหาย" ผมยิ้มอย่างมีความสุข ผมรู้สึกว่าผมเข้าใจคุณพ่อมากขึ้นกว่าเดิม ผมรู้สึกว่าผมได้เดินมาถูกทางแล้ว ผมตัดสินใจแล้ว ผมจะจัดนิทรรศการภาพวาดของผม ผมจะแบ่งปันโลกใบใหม่ที่ผมได้สร้างสรรค์ขึ้นมานี้ให้กับทุกคน ผมจะทำให้ทุกคนเห็นว่า แม้จะผ่านความเจ็บปวดและความสูญเสียไปแล้ว ชีวิตก็ยังคงสวยงามและมีความหมายเสมอ ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดรายชื่อติดต่อ แล้วมองไปที่คุณแม่ "ฮัลโหลครับคุณแม่" ผมพูด "ผมมีเรื่องอยากจะบอกคุณแม่ครับ" "ว่าไงคะลูก?" เสียงของคุณแม่ฟังดูอ่อนโยน "ผม... ผมอยากจะจัดนิทรรศการภาพวาดครับ" ผมได้ยินเสียงของคุณแม่เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จะมีเสียงของคุณแม่ดังขึ้นอีกครั้ง "จริงเหรอคะลูก? แม่ดีใจมากเลย!" "ผมอยากให้คุณแม่ช่วยผมนะครับ" ผมกล่าว "แน่นอนอยู่แล้วค่ะลูก" คุณแม่ตอบรับทันที "แม่จะช่วยทุกอย่างที่ลูกต้องการ" ผมรู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก การตัดสินใจครั้งนี้เป็นเหมือนก้าวแรกที่สำคัญของผม มันเป็นเหมือนการประกาศให้โลกรู้ว่า ผมพร้อมแล้วที่จะกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ผมวางโทรศัพท์ลง แล้วกลับไปมองผืนผ้าใบอีกครั้ง ภาพท้องฟ้าสีฟ้าสดใส ทุ่งหญ้าสีเขียวขจี และดอกไม้หลากสีสัน กำลังส่องประกายราวกับเชิญชวนให้ผมก้าวเข้าไปสัมผัส ผมรู้ว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่ผมก็พร้อมแล้วที่จะก้าวออกไปสู่โลกใบใหม่ โลกที่ผมเลือกเอง

4,354 ตัวอักษร