ตอนที่ 4 — รอยร้าวที่เริ่มปรากฏ
แพรวามองเข้าไปในดวงตาของวิน สีหน้าของเขาทุกข์ใจและสับสน ราวกับว่ากำลังต่อสู้กับบางสิ่งบางอย่างภายในใจของตัวเอง แววตาที่เคยอ่อนโยนและอบอุ่นเมื่อมองเธอ กลับมีเงาบางอย่างที่ทำให้เธอรู้สึกเย็นเยือกขึ้นมาอีกครั้ง เธอยังคงยืนอยู่ที่เดิม ใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ในสวนสาธารณะที่เคยเป็นดั่งสวรรค์ของเธอ แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความเคลือบแคลงและความเจ็บปวด “คุณแน่ใจนะคะว่ามีแค่ไปปลอบใจ?” แพรวาถามเสียงสั่น พยายามกักเก็บน้ำตาที่พร้อมจะไหลทะลักออกมาทุกเมื่อ
วินถอนหายใจยาว เขาดูเหนื่อยล้า ดวงตาคู่สวยที่มักจะเปล่งประกายเมื่ออยู่กับเธอในยามนี้กลับดูหมองหม่น “แพรง… ฉันบอกเธอไปแล้วไง” เขาเดินเข้ามาใกล้เธอเล็กน้อย ราวกับจะเอื้อมมือมาสัมผัส แต่ก็ชะงักไว้ “ลิลลี่เป็นเพื่อนสนิทของฉัน เธอมีปัญหาร้ายแรงจริงๆ เธอต้องการใครสักคนอยู่เคียงข้าง”
“แต่… แล้วความรู้สึกของฉันล่ะคะ” แพรวาเสียงดังขึ้นมาเล็กน้อย ความเจ็บปวดเริ่มกัดกินหัวใจของเธอ “คุณไม่ได้คิดถึงความรู้สึกของฉันเลยเหรอคะ”
“แน่นอนสิแพรง” วินพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เธอสำคัญกับฉันมากนะ ฉันไม่เคยคิดจะทำร้ายเธอเลย”
“แต่คุณก็ทำแล้วค่ะ” แพรวาพูดทั้งน้ำตา “การไปหาผู้หญิงอื่นในห้องของเธอตอนดึกๆ แบบนั้น… มันไม่ใช่การให้กำลังใจกันธรรมดาๆ แน่นอน”
“เธอเข้าใจผิดแล้วแพรง” วินพยายามอธิบาย “ลิลลี่ไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้น”
“แล้วคุณล่ะคะ คุณเป็นคนแบบไหน” แพรวาถามกลับอย่างตัดพ้อ “ที่คุณบอกรักฉัน คุณหมายความว่ายังไง คุณกำลังหลอกฉันอยู่หรือเปล่า”
คำถามนั้นทำเอาวินเงียบไป เขาก้มหน้าลง มองพื้นดินใต้เท้า ราวกับกำลังพยายามหาคำตอบให้ตัวเอง “ฉัน… ฉันรักเธอนะแพรง” เขาเงยหน้าขึ้นมามองเธอ น้ำตาคลอเบ้าเช่นกัน “ฉันไม่เคยโกหกเรื่องนี้”
แพรวาไม่แน่ใจอีกต่อไป ความเชื่อใจที่เธอเคยมีให้วินกำลังสั่นคลอน เธอนึกถึงคำพูดของเมฆที่บอกว่าเห็นวินเข้าไปในห้องของลิลลี่นานมาก คำพูดของวินที่ว่าไปปลอบใจก็ฟังดูเข้ากัน แต่ก็ยังมีความรู้สึกบางอย่างที่ขัดแย้งอยู่ภายในใจ “แล้ว… แล้วทำไมต้องไปที่ห้องของเธอคะ” เธอถามต่อ
“เธอไม่สบายใจที่จะให้ใครเห็น” วินอธิบาย “เธอขอร้องฉันเอง”
“เธอขอร้อง? แล้วคุณก็ยอม?” แพรวาเสียงแหลมขึ้นอีกนิด “ทั้งๆ ที่คุณรู้ว่าฉันจะเสียใจ?”
“ฉัน… ฉันแค่ไม่อยากปฏิเสธเธอ” วินพูดเสียงเบา “ฉันเห็นเธอเสียใจมากจริงๆ”
แพรวารู้สึกเหมือนถูกบีบคอ เธอไม่สามารถหายใจได้สะดวก “ฉัน… ฉันไม่รู้จะทำยังไงแล้ว” เธอพูดออกมาอย่างอ่อนแรง “ฉันต้องคิดทบทวนเรื่องนี้”
“แพรง… อย่าเพิ่งไปนะ” วินพยายามจะจับมือเธอ แต่แพรวาก็ชักมือกลับอย่างรวดเร็ว
“ฉันขอโทษค่ะ” แพรวาพูดเสียงแหบพร่า แล้วรีบวิ่งออกมาจากสวนสาธารณะแห่งนั้น ทิ้งให้วินยืนนิ่งอยู่เพียงลำพังใต้ต้นไม้ใหญ่
แพรวาเดินโซซัดโซเซกลับมาที่หอพัก น้ำตาไหลอาบแก้มไม่หยุด เธอไม่รู้จะหันหน้าไปทางไหน ไม่รู้จะปรึกษาใคร เธอเคยคิดว่าวินคือคนที่ใช่ คนที่จะทำให้เธอมีความสุข แต่ตอนนี้ทุกอย่างกลับพังทลายลงอย่างไม่เป็นท่า ภาพของวินที่ยืนอยู่ท่ามกลางสายฝนที่กำลังโปรยปรายลงมาอย่างแผ่วเบา ภาพของเขาที่ดูทุกข์ทรมาน ทำให้เธอสับสนยิ่งกว่าเดิม เขาพูดว่ารักเธอ แต่การกระทำของเขากลับสวนทางกัน
เมื่อกลับมาถึงห้อง เธอก็พบกับฟ้าใสที่รออยู่ “แพรวา! ไปไหนมา ทำไมเพิ่งกลับ” ฟ้าใสเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นสภาพของเพื่อน “เป็นอะไรไป ทำไมร้องไห้ขนาดนี้”
แพรวาไม่สามารถกลั้นน้ำตาได้อีกต่อไป เธอโผเข้ากอดฟ้าใสแน่น ร้องไห้สะอึกสะอื้น “ฮือ… ฟ้า… ฉัน… ฉันไม่รู้จะทำยังไงแล้ว”
ฟ้าใสตกใจมาก เธอตบบ่าแพรวาเบาๆ “ใจเย็นๆ นะแพรวา เกิดอะไรขึ้น บอกฉันมานะ”
เมื่อแพรวาเริ่มตั้งสติได้ เธอก็เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟ้าใสฟัง ตั้งแต่ที่เมฆมาบอกเรื่องวินไปหาลิลลี่ จนกระทั่งเธอได้เผชิญหน้ากับวินที่สวนสาธารณะ
ฟ้าใสฟังอย่างตั้งใจ เมื่อแพรวาเล่าจบ เธอก็ถอนหายใจยาว “ฉัน… ฉันก็ไม่รู้จะพูดยังไงนะแพรวา” เธอพูดอย่างเห็นใจ “แต่ถ้าเป็นฉัน ฉันก็คงเสียใจมากเหมือนกัน”
“แล้วฉันควรทำยังไงดีฟ้า” แพรวาถามเสียงเครือ “ฉันรักวินนะ แต่ฉันก็ไม่ไว้ใจเขาอีกต่อไปแล้ว”
“เรื่องแบบนี้มันต้องใช้เวลานะ” ฟ้าใสตอบ “เธอต้องให้เวลาตัวเองในการคิดทบทวน แล้วก็ลองคุยกับวินอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ เธอต้องบอกความรู้สึกของเธอให้ชัดเจนที่สุด”
“แต่ฉันกลัว” แพรวากลัวที่จะต้องเสียวินไป แต่ก็กลัวที่จะต้องเจ็บปวดอีกครั้ง “ฉันกลัวว่าถ้าฉันคุยกับเขาแล้ว เขาจะยิ่งหนีหายไป”
“ฉันรู้ว่ามันยากนะ” ฟ้าใสพยักหน้า “แต่ถ้าเธอไม่ทำอะไรเลย ความรู้สึกของเธอมันก็จะยิ่งอึดอัด แล้วสุดท้ายมันก็จะกลายเป็นปัญหาใหญ่กว่าเดิม”
“แล้วเมฆ… เขาเห็นตอนที่ฉันคุยกับวินไหม” แพรวาถาม
“ไม่นะ” ฟ้าใสตอบ “เขาเห็นเธอเดินออกมาจากสวนสาธารณะแล้วก็เดินกลับมาที่นี่ เขาก็เลยเป็นห่วง”
“ฉัน… ฉันอยากคุยกับเมฆ” แพรวาพูด “เขาอาจจะรู้เรื่องอะไรมากกว่านี้”
ฟ้าใสโทรศัพท์หาเมฆ และไม่นานเมฆก็มาหาที่ห้องพักของแพรวา เมื่อเมฆมาถึง เขาก็เห็นสภาพของแพรวาที่ยังคงมีคราบน้ำตาอยู่บนใบหน้า
“แพรวา… เป็นอะไรมากหรือเปล่า” เมฆถามด้วยความเป็นห่วง
“ฉัน… ฉันอยากรู้ว่านายเห็นอะไรอีกบ้าง” แพรวาถามตรงๆ “ตอนที่นายเห็นพี่วินเข้าไปที่ห้องของลิลลี่”
เมฆมองหน้าแพรวาด้วยความลำบากใจ “ฉัน… ฉันเห็นเขาเข้าไปในห้องจริงๆ แพรง” เขาตอบ “แล้วฉันก็ได้ยินเสียงเหมือนคนกำลังทะเลาะกันแว่วๆ ออกมานะ”
“ทะเลาะกัน?” แพรวาถามตกใจ “แล้ว… แล้วนายได้ยินเขาพูดอะไรไหม”
“ไม่ได้ยินชัดเจนหรอก” เมฆส่ายหน้า “เสียงมันเบามาก ฉันได้ยินแค่เสียงเหมือนคนกำลังใช้อารมณ์”
คำพูดของเมฆทำให้แพรวายิ่งสับสนมากขึ้น เมื่อกี้วินบอกว่าไปปลอบลิลลี่ แล้วทำไมเมฆถึงได้ยินเสียงเหมือนคนกำลังทะเลาะกัน? หรือว่าสิ่งที่วินพูดนั้นไม่จริง? ความเชื่อใจของเธอที่มีต่อวิน กำลังถูกกัดกร่อนไปทีละน้อย ทีละน้อย
4,571 ตัวอักษร