ตอนที่ 16 — ฝ่าวงล้อมสู่การเผชิญหน้า
พ่อของอันยาถอนหายใจยาว เขาเข้าใจหัวอกลูกสาวที่อยากอยู่เคียงข้างคนที่เธอรัก โดยเฉพาะในยามที่อันตรายกำลังคืบคลานเข้ามา แต่ในฐานะพ่อ เขาก็อดเป็นห่วงความปลอดภัยของลูกสาวไม่ได้ "เอาอย่างนี้แล้วกัน" เขาเอ่ยขึ้น พยายามหาทางประนีประนอม "อันยาจะไปด้วยก็ได้ แต่เธอต้องนั่งรถคันเดียวกับพ่อ และต้องอยู่ภายใต้การดูแลของหน่วยอารักขาตลอดเวลา เธอจะไปไหนมาไหนตามลำพังไม่ได้เด็ดขาด ตกลงไหม"
อันยารู้สึกดีใจที่พ่อของเธออนุโลมให้ เธอหันไปมองมาร์คที่ยังคงมีสีหน้ากังวล "หนูตกลงค่ะพ่อ หนูจะทำตามทุกอย่างที่พ่อบอก"
มาร์คพยักหน้าอย่างช้าๆ เขารู้ดีว่าอันยาเป็นคนหัวรั้น การที่เธอได้ไปก็อาจจะทำให้เขาอุ่นใจขึ้นมาบ้าง แต่อันตรายก็ยังคงเป็นอันตราย "ถ้าเธอจะไปด้วยจริงๆ อันยา" เขาพูดเสียงเบา "ฉันขอให้เธอทำตามที่พ่อเธอสั่งทุกอย่างนะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม"
"ค่ะ คุณมาร์ค" อันยาตอบรับด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้น เธอรู้ว่านี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาอ่อนแออีกต่อไป
การตัดสินใจของอันยาทำให้บรรยากาศในห้องดูผ่อนคลายลงเล็กน้อย แม้ว่าความตึงเครียดจะยังคงมีอยู่ก็ตาม พวกเขาเริ่มวางแผนรายละเอียดต่างๆ ของการเดินทางอย่างละเอียด ทุกขั้นตอนต้องแม่นยำและรัดกุมที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อหลีกเลี่ยงทุกอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น
"เราจะเคลื่อนขบวนกันในวันพรุ่งนี้เช้าตรู่" พ่อของอันยาบอกกับทุกคน "รถของมาร์คจะเป็นรถคันแรก มีหน่วยอารักขาสองคันประกบหน้าและหลัง ส่วนรถของผมจะอยู่คันที่สาม พร้อมกับทีมรักษาความปลอดภัยทั้งหมด"
"ส่วนรถของอันยา" ทนายความเสริม "จะอยู่คันเดียวกับท่านประธาน ซึ่งก็คือท่านพ่อของอันยาเอง เพื่อให้แน่ใจว่าเธอจะอยู่ในที่ปลอดภัยที่สุดตลอดเวลา"
"และที่สำคัญที่สุด" พ่อของอันยาเน้นย้ำ "การเคลื่อนไหวของเราจะต้องเป็นความลับที่สุดเท่าที่จะทำได้ เราจะไม่มีการแจ้งข่าวใดๆ ให้กับสื่อมวลชนทราบล่วงหน้า เราจะแจ้งให้พวกเขาทราบเมื่อเราเดินทางถึงสถานที่จัดงานแถลงข่าวแล้วเท่านั้น"
มาร์คพยักหน้าเห็นด้วยกับแผนการ เขาหลับตาลงนึกถึงภาพใบหน้าของอเล็กซานเดอร์ หากแผนของเขาล้มเหลว หรือถูกเปิดโปง เขาไม่แน่ใจว่าอเล็กซานเดอร์จะทำอะไรได้บ้าง เขาภาวนาในใจขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่คาดหวัง
"ผมเชื่อว่าทีมงานของเราพร้อมแล้ว" ทนายความกล่าวเสริม "เราได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงที่ไว้ใจได้ เพื่อให้การคุ้มกันตลอดเส้นทาง"
"ดีมาก" พ่อของอันยาตอบ "เราต้องมั่นใจว่าไม่มีช่องโหว่ใดๆ เลย"
ในคืนนั้น อันยานอนไม่หลับ เธอพลิกตัวไปมาบนเตียง ความคิดฟุ้งซ่านไปทั่ว เธอคิดถึงมาร์ค คิดถึงอันตรายที่กำลังจะเกิดขึ้น คิดถึงอนาคตของเธอและครอบครัว เธอกลอบกุมมือตัวเองแน่น พยายามรวบรวมสติสัมปชัญญะ
"ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น" เธอพึมพำกับตัวเอง "ฉันจะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด"
เช้าวันรุ่งขึ้น อากาศค่อนข้างเย็นสบาย ท้องฟ้ายังคงเป็นสีเทาเข้ม สัญญาณบ่งบอกว่าฝนอาจจะตกในอีกไม่ช้า รถยนต์หลายคันจอดเรียงรายอยู่หน้าเซฟเฮาส์ ทีมรักษาความปลอดภัยในชุดสีดำสนิท ยืนประจำตำแหน่งของตนเองอย่างเคร่งขรัด
มาร์คเดินออกมาจากอาคาร เขาดูซีดเซียวเล็กน้อย แต่แววตาของเขายังคงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เขาเดินตรงไปยังรถคันแรก พ่อของอันยาเดินตามมาทันที
"เธอแน่ใจนะมาร์ค" พ่อของอันยาถามเป็นครั้งสุดท้าย "ถ้าเธอรู้สึกไม่ไหวจริงๆ เราสามารถเลื่อนงานแถลงข่าวออกไปก่อนได้"
"ผมไม่เป็นไรครับท่าน" มาร์คตอบ "ผมพร้อมแล้ว"
จากนั้น พ่อของอันยาก็หันไปหาอันยาที่กำลังยืนอยู่ข้างรถอีกคัน "อันยา เข้ามาในรถ" เขาบอก
อันยาพยักหน้า เธอเดินไปเปิดประตูรถและเข้าไปนั่งที่เบาะด้านข้างคนขับ หัวใจของเธอเต้นแรงด้วยความตื่นเต้นระคนหวาดหวั่น เธอเหลือบมองมาร์คอีกครั้ง ก่อนที่รถจะค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไป
ขบวนรถเคลื่อนตัวออกไปบนถนนอย่างเงียบเชียบ ตรอกซอยต่างๆ ที่รถวิ่งผ่านนั้น มีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยยืนรักษาความปลอดภัยอยู่ห่างๆ เป็นระยะ เพื่อสกัดกั้นผู้ไม่หวังดีที่อาจจะซุ่มซ่อนตัวอยู่
ไม่นานนัก รถยนต์คันหนึ่งที่ไม่ได้อยู่ในขบวน สังเกตเห็นความเคลื่อนไหวผิดปกติ มันค่อยๆ ขับตามมาห่างๆ รถคันนั้นมีกระจกสีดำทึบจนมองไม่เห็นผู้โดยสารภายใน
"ท่านครับ" เจ้าหน้าที่คนขับของพ่ออันยาแจ้งผ่านวิทยุสื่อสาร "เรามีรถต้องสงสัยคันหนึ่งขับตามเรามา ห่างออกไปประมาณห้าคันรถ"
พ่อของอันยาขมวดคิ้ว "เป็นรถของใคร"
"ไม่ทราบครับท่าน" เจ้าหน้าที่ตอบ "แต่ดูจากลักษณะแล้ว ไม่น่าจะใช่รถของหน่วยงานเรา"
"ให้หน่วยอารักขาส่วนหน้าเร่งความเร็วขึ้น และเตรียมพร้อมรับสถานการณ์" พ่อของอันยาออกคำสั่งเสียงเฉียบ "อันยา นั่งนิ่งๆ อยู่ตรงนี้กับพ่อ"
อันยาพยักหน้า ใบหน้าซีดเผือด เธอรู้ดีว่านี่คือช่วงเวลาที่อันตรายที่สุด
รถคันต้องสงสัยเร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆ มันพยายามจะแซงรถคันหน้าขึ้นมา แต่หน่วยอารักขาก็สามารถสกัดกั้นไว้ได้ การขับรถไล่ล่าเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือดบนถนนที่เริ่มมีรถสัญจรไปมามากขึ้น
"พวกมันมาแล้ว!" เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในรถคันที่สองตะโกน
เสียงปืนดังขึ้นนัดแรก! กระสุนเฉี่ยวชนกับกระจกหน้ารถคันที่สามที่พ่อของอันยานั่งอยู่ ทำให้กระจกมีรอยร้าว
"หลบ!" พ่อของอันยาร้องลั่น
อันยาหมอบลงทันทีตามสัญชาตญาณ เธอได้ยินเสียงปืนดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเสียงยางบดถนนที่ดังลั่น
"พวกมันต้องการตัวมาร์ค!" พ่อของอันยาคาดเดา "หน่วยอารักขาสองคันแรก ป้องกันมาร์คไว้ให้ดี!"
รถของสตีเวน ซึ่งนำทีมมาบุกโจมตี ได้พยายามบีบให้รถของมาร์คเสียหลัก "พวกมันหนาแน่นเกินไป! ท่านครับ" สตีเวนรายงานผ่านวิทยุสื่อสาร "เราต้องเผาทุกอย่างทิ้ง!"
"ทำตามแผน!" เสียงของอเล็กซานเดอร์ดังลอดออกมาจากวิทยุ "กำจัดมาร์ค แล้วเราค่อยว่ากันอีกที!"
รถคันที่สตีเวนขับมาตัดสินใจขับเบียดรถของมาร์คอย่างแรง ทำให้รถของมาร์คเสียการทรงตัวและหมุนคว้างไปชนกับราวสะพาน เสียงโลหะเสียดสีดังสนั่นหวั่นไหว
"มาร์ค!" อันยาตะโกนเสียงหลง
หน่วยอารักขาส่วนหนึ่งรีบเข้าประกบรถของมาร์คทันที ขณะที่อีกส่วนหนึ่งพยายามปะทะกับรถของสตีเวน การยิงต่อสู้กันเกิดขึ้นอย่างดุเดือดกลางถนน
"เราต้องแยก!" พ่อของอันยาตัดสินใจอย่างรวดเร็ว "หน่วยอารักขาที่เหลือ คุ้มกันรถของผมและอันยา! มาร์ค! ฉันจะส่งกำลังเสริมไปช่วยนาย!"
หน่วยอารักขาบางส่วนถูกส่งมาอารักขารถของพ่ออันยาและอันยาที่กำลังจะถูกรถของสตีเวนไล่ตามมาติดๆ ส่วนหน่วยที่เหลือก็ยังคงปะทะกับรถของสตีเวนอย่างดุเดือด
"ฉันต้องไปหาเขา!" อันยาพยายามจะเปิดประตูรถ
"ไม่ได้อันยา!" พ่อของอันยาคว้าแขนเธอไว้แน่น "เชื่อพ่อ! ตอนนี้เราต้องไปให้ถึงที่ปลอดภัยก่อน!"
อันยามองภาพการต่อสู้อันดุเดือดผ่านกระจกรถ เธอเห็นมาร์คพยายามพาตัวเองออกจากรถที่เสียหาย ความหวังของเธอเกาะเกี่ยวอยู่กับเขา การต่อสู้ครั้งนี้กำลังจะนำพาไปสู่บทสรุปที่คาดไม่ถึง
5,338 ตัวอักษร