ตอนที่ 4 — ความลับที่ซ่อนเร้นเบื้องหลัง
“ผมวางแผนทุกอย่างไว้หมดแล้ว” มาร์คตอบ “และผมก็รู้ว่าผมต้องการอะไร”
คำพูดของเขาทำให้หัวใจของอันยาเต้นระรัว เธอรู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในวังวนที่มองไม่เห็น การแต่งงานครั้งนี้ไม่ใช่แค่การใช้หนี้ แต่กลับมีอะไรมากกว่านั้นซ่อนอยู่
“คุณต้องการอะไรจากฉันกันแน่คะ?” อันยาถาม เสียงสั่นเครือ
มาร์คเดินเข้ามาใกล้ ใบหน้าของเขาฉายแววบางอย่างที่อ่านไม่ออก “คุณก็รู้ดีนี่ อันยา” เขาพูดเสียงทุ้มต่ำ “คุณคือสิ่งเดียวที่จะช่วยให้ผมได้สิ่งที่ผมต้องการ”
“แต่ฉันไม่เข้าใจ” อันยายังคงดึงดัน “คุณกำลังพูดถึงเรื่องอะไร?”
“ความอดทนของคุณใกล้หมดแล้วใช่ไหม?” มาร์คยิ้มมุมปาก “ดี…คุณจะได้รู้ในเวลาอันเหมาะสม”
เขาหันไปหาคุณนายฉวี “คุณฉวี จัดการเรื่องชุดให้เรียบร้อย ผมจะให้คนไปส่งคุณอันยากลับคฤหาสน์”
“ค่ะ ท่านมาร์ค” คุณนายฉวีรีบตอบรับ
อันยาไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี เธอถูกพาไปห้องลองชุดอีกครั้งด้วยความงุนงง ขณะที่คุณนายฉวีจัดการเรื่องชุดแต่งงานให้เธอก็อดไม่ได้ที่จะซักถาม
“คุณอันยาคะ ท่านมาร์คเป็นคนเจ้าแผนการค่ะ แต่ท่านก็ทำเพื่อครอบครัวของท่านนะคะ”
“ครอบครัวของเขา?” อันยาถาม “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน?”
“บางที…มันอาจจะมีอะไรมากกว่าที่คุณคิดนะคะ” คุณนายฉวีพูดเสียงเบา “ท่านมาร์คไม่เคยทำอะไรโดยปราศจากเหตุผล”
หลังจากการเลือกชุดแต่งงานอันน่าอึดอัด อันยาก็ถูกส่งตัวกลับคฤหาสน์ของมาร์ค เธอใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในห้องพักที่กว้างขวาง หรูหรา แต่กลับให้ความรู้สึกเหมือนกรงทอง เธอพยายามคิดหาทางหนี แต่ทุกครั้งที่นึกถึงใบหน้าของบิดา ความหวังก็เลือนหายไป
เย็นวันนั้น มาร์คปรากฏตัวขึ้นที่ห้องอาหารเพื่อทานอาหารเย็นกับอันยา นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้ทานอาหารร่วมกันอย่างเป็นทางการ
“อาหารเป็นไงบ้าง?” มาร์คถามขณะตักอาหารเข้าปาก
“อร่อยดีค่ะ” อันยาตอบเสียงเรียบ
“ผมรู้ว่าคุณกำลังไม่สบายใจ” มาร์คพูดพลางวางมีดส้อมลง “แต่ผมสัญญาว่าผมจะดูแลคุณ”
“ดูแลฉัน?” อันยาสูดหายใจเข้าลึกๆ “ในฐานะอะไรคะ? ในฐานะเจ้าสาวที่ถูกบังคับให้แต่งงาน?”
“ในฐานะผู้หญิงที่ผมเลือก” มาร์คตอบ ดวงตาของเขาสบกับเธอตรงๆ “และผมก็มีเหตุผลของผม”
“เหตุผลของคุณคืออะไรคะ?” อันยาถามอีกครั้ง คราวนี้เสียงของเธอเต็มไปด้วยความท้าทาย
มาร์คหัวเราะเบาๆ “คุณอยากรู้จริงๆ เหรอ?”
อันยาพยักหน้า
“คุณคิดว่าพ่อของคุณมีหนี้สินกับใคร?” มาร์คถามกลับ
“ก็...ก็กับเจ้าหนี้นอกระบบทั่วไปค่ะ” อันยาตอบอย่างไม่แน่ใจ
“คุณคิดผิดแล้ว” มาร์คพูด “พ่อของคุณเป็นหนี้ผม อันยา”
คำพูดนั้นทำเอาอันยาแทบจะยืนไม่อยู่ เธออึ้งไปชั่วขณะ “ไม่จริงค่ะ! พ่อไม่เคยบอกฉันเรื่องนี้”
“แน่นอนว่าเขาไม่บอก” มาร์คยิ้ม “เพราะเขารู้ว่าคุณจะรับไม่ได้”
“แล้วทำไมพ่อถึงต้องเป็นหนี้คุณ?” อันยาถามเสียงสั่น
“มันเป็นเรื่องธุรกิจที่ซับซ้อน” มาร์คตอบ “แต่สรุปง่ายๆ คือ พ่อของคุณทำธุรกิจผิดพลาด และเขาต้องการเงินจากผมเพื่อพยุงบริษัทไว้ ผมให้เงินเขาไป แต่เขาก็ไม่สามารถหามาคืนได้”
“แล้วคุณมาเรียกหนี้ตอนนี้ ทำไมต้องให้ฉันแต่งงานกับคุณ?” อันยาถาม
“เพราะผมต้องการคุณ” มาร์คพูดตรงๆ “ผมต้องการให้คุณมาอยู่กับผม และผมก็รู้ว่านี่เป็นวิธีเดียวที่จะทำให้คุณมาอยู่กับผมโดยที่พ่อของคุณไม่ต่อต้าน”
“คุณมันเห็นแก่ตัว!” อันยาตะคอก
“อาจจะใช่” มาร์คยอมรับ “แต่คุณก็ต้องยอมรับมัน อันยา เราแต่งงานกันแล้ว คุณไม่มีทางเลือก”
อันยาได้แต่มองหน้าเขาด้วยความโกรธและความสิ้นหวัง เธอรู้สึกเหมือนถูกบีบคั้นจนไม่มีทางไป
“ถ้าคุณคิดว่าคุณจะกดขี่ฉันได้ตลอดไป คุณคิดผิดแล้วล่ะค่ะ” อันยาพูดเสียงเย็นชา “ฉันจะหาทางพิสูจน์ตัวเองให้คุณเห็น”
“ผมรอคอยที่จะได้เห็น” มาร์คตอบอย่างใจเย็น “แต่ก่อนอื่น คุณต้องเรียนรู้ที่จะเป็นภรรยาของผมก่อน”
วันเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า อันยาพยายามปรับตัวให้เข้ากับชีวิตใหม่ในคฤหาสน์ของมาร์ค เธอได้เรียนรู้เกี่ยวกับตารางชีวิตของเขา การประชุม การเดินทาง และการดูแลธุรกิจ
เธอพบว่ามาร์คเป็นคนที่ทำงานหนักมาก และมีความรับผิดชอบสูงต่อลูกน้องและธุรกิจของเขา แม้จะเริ่มต้นด้วยการถูกบังคับ แต่เธอก็เริ่มเห็นแง่มุมที่น่าชื่นชมในตัวเขา
“คุณจะไปไหนคะ?” อันยาถามเมื่อเห็นมาร์คแต่งตัวด้วยชุดสูทอย่างเรียบร้อย
“ผมมีนัดสำคัญ” มาร์คตอบ “คุณอยากไปด้วยไหม?”
อันยาลังเล เธอไม่แน่ใจว่าควรจะทำตัวอย่างไร
“ไม่ต้องกังวล” มาร์คเห็นแววตาของเธอ “คุณแค่ไปกับผมก็พอ”
อันยาตัดสินใจไปกับเขา เธอมุ่งหน้าไปยังงานเลี้ยงหรูหราที่จัดขึ้นในโรงแรมแห่งหนึ่ง
“นี่งานอะไรคะ?” อันยาถามขณะเดินเคียงข้างมาร์ค
“เป็นงานเลี้ยงต้อนรับนักลงทุนรายใหม่” มาร์คตอบ “ผมอยากให้คุณมาทำความรู้จักกับผู้คน”
เมื่อเข้าไปในงาน อันยาก็รู้สึกประหม่า เธอไม่คุ้นเคยกับบรรยากาศแบบนี้
“ยิ้มเข้าไว้ อันยา” มาร์คกระซิบ “คุณคือภรรยาของผม คุณต้องวางตัวให้เหมาะสม”
มีผู้คนมากมายเข้ามาทักทายมาร์ค และหลายคนก็หันมามองอันยาด้วยความสนใจ
“ท่านมาร์คคะ นี่ใครคะ? สวยจัง” หญิงสาวนางหนึ่งเข้ามาทักทาย
“เธอคืออันยา ภรรยาของผม” มาร์คแนะนำ
อันยาพยายามยิ้มอย่างสุภาพ “สวัสดีค่ะ”
“ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” หญิงสาวคนนั้นพูด “ฉันชื่อลิลลี่ค่ะ”
ตลอดทั้งคืน อันยาพยายามทำตัวให้ดีที่สุด เธอพูดคุยกับผู้คนเท่าที่จำเป็น และพยายามสังเกตการณ์ทุกอย่าง
ขณะที่เธอกำลังยืนอยู่กับมาร์ค มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาหาพวกเขา
“มาร์ค! ไม่เจอกันนานเลยนะ” ชายคนนั้นทักทาย
“คุณท็อป” มาร์คยิ้ม “สบายดีนะครับ”
“สบายดี” ท็อปมองมาที่อันยา “นี่ใครครับ?”
“นี่อันยา ภรรยาของผม” มาร์คแนะนำ
ท็อปมองอันยาอย่างพิจารณา “ภรรยาคนใหม่ของคุณเหรอ? สวยมากเลยนะ”
“ขอบคุณค่ะ” อันยาตอบ
“คุณมาร์คครับ ผมมีข่าวดีมาบอก” ท็อปพูด “ผมได้ข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับคู่แข่งของเรามาแล้ว”
มาร์คหรี่ตาลง “ข้อมูลอะไร?”
“เป็นข้อมูลที่เกี่ยวกับธุรกิจของตระกูลวิวัฒนไพศาล” ท็อปกระซิบ “ผมคิดว่ามันจะเป็นประโยชน์กับคุณมาก”
อันยาได้ยินชื่อตระกูลวิวัฒนไพศาล หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้น นี่คือตระกูลที่บิดาของเธอเคยร่วมงานด้วย และเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาเป็นหนี้
“ข้อมูลนี้สำคัญจริงๆ” มาร์คกล่าว “ขอบคุณมากนะท็อป”
“ไม่เป็นไร” ท็อปยิ้ม “ผมก็อยากเห็นคู่แข่งของเราพ่ายแพ้เหมือนกัน”
หลังจากท็อปเดินจากไป อันยาก็หันไปถามมาร์ค “ตระกูลวิวัฒนไพศาลคือใครคะ?”
มาร์คหันมามองเธอ “คุณไม่รู้เหรอ?”
“ไม่ค่ะ” อันยาตอบ
“พวกเขาคือคู่แข่งทางธุรกิจที่สำคัญของเรา” มาร์คกล่าว “และดูเหมือนว่าท็อปจะมีข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับพวกเขา”
อันยารู้สึกถึงความเชื่อมโยงบางอย่างที่มองไม่เห็น เธอสงสัยว่ามาร์คจะรู้เรื่องของพ่อเธอมากแค่ไหน และแผนการของเขาเกี่ยวพันกับตระกูลวิวัฒนไพศาลอย่างไร
“ผมว่าคืนนี้คงพอแค่นี้” มาร์คกล่าว “เรากลับกันเถอะ”
ขณะเดินทางกลับคฤหาสน์ อันยานั่งเงียบ เธอพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวต่างๆ เข้าด้วยกัน
“คุณมาร์คคะ” อันยาเอ่ยขึ้น “พ่อของฉันเคยทำธุรกิจกับตระกูลวิวัฒนไพศาลใช่ไหมคะ?”
มาร์คหันมามองเธออย่างประหลาดใจ “คุณรู้เรื่องนี้ได้ยังไง?”
“ฉันบังเอิญได้ยินมาค่ะ” อันยาโกหก “และฉันก็สงสัยว่า…เรื่องทั้งหมดมันเกี่ยวกันไหมคะ?”
มาร์คเงียบไปครู่หนึ่ง “อาจจะ…หรืออาจจะไม่ก็ได้” เขาตอบอย่างไม่ชัดเจน “แต่สิ่งที่สำคัญตอนนี้คือ คุณต้องเชื่อใจผม อันยา”
“เชื่อใจคุณ?” อันยาหัวเราะอย่างขมขื่น “คุณบังคับให้ฉันแต่งงานกับคุณ คุณโกหกฉันเรื่องหนี้สิน แล้วคุณจะให้ฉันเชื่อใจคุณได้อย่างไร?”
“ผมมีเหตุผลของผม” มาร์คกล่าว “และผมก็ทำทุกอย่างเพื่อปกป้องคุณ”
“ปกป้องฉัน?” อันยาถาม “หรือว่าปกป้องผลประโยชน์ของคุณเอง?”
มาร์คไม่ตอบ เขาเพียงแต่มองออกไปนอกหน้าต่าง ราวกับกำลังครุ่นคิดถึงเรื่องบางอย่างอยู่
อันยารู้สึกว่าเธออยู่ท่ามกลางเกมที่ซับซ้อนเกินกว่าจะเข้าใจ เธอไม่รู้ว่าใครคือมิตร ใครคือศัตรู และอะไรคือความจริง
6,101 ตัวอักษร