ตอนที่ 8 — สายตาที่จับจ้องไม่วาง
ชีวิตของลลิลกลับมาสู่ความปกติอีกครั้ง หลังจากค่ำคืนนั้นที่สตูดิโอ เธอพยายามสะสลัดความคิดเกี่ยวกับบทสนทนากับคิรากรออกไป แต่ก็ทำได้ยากเย็นนัก ภาพของเขาในยามที่เผยความอ่อนแอออกมายังคงตามหลอกหลอนเธอ
วันเวลาล่วงเลยไปอย่างรวดเร็ว การเตรียมงานสำหรับคอลเลคชั่นแรกเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ลลิลและทีมงานทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับงานจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน เธอต้องประชุมกับซัพพลายเออร์ ตรวจสอบคุณภาพของผ้า และทดลองการตัดเย็บแบบต่างๆ
“แบบชุดเดรสตัวนี้สวยมากเลยค่ะคุณลลิล” แพรวพนักงานในทีมกล่าวขณะกำลังจัดวางผ้า “แต่ฉันว่าสีมันดูเข้มไปนิดหน่อยสำหรับคอลเลคชั่นฤดูร้อนนะคะ”
“จริงด้วย” ลลิลเห็นด้วย “ลองเปลี่ยนเป็นโทนสีพาสเทลดูไหมแพรว”
“ได้ค่ะ” แพรวรับคำ “แล้วชุดสูทตัวนี้ล่ะคะ โครงสร้างดูดี แต่ฉันว่ามันจะดูแข็งไปสำหรับผู้หญิงนะคะ”
“อืม…” ลลิลครุ่นคิด “งั้นลองปรับดีไซน์ให้ดูอ่อนช้อยขึ้นหน่อย เพิ่มส่วนโค้งส่วนเว้าเข้าไป”
การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่น แต่ลลิลก็ยังคงรู้สึกถึงแรงกดดันบางอย่างที่มองไม่เห็น ราวกับว่ามีใครบางคนกำลังจับตามองเธออยู่ตลอดเวลา
เย็นวันหนึ่ง ขณะที่เธอกำลังเดินทางกลับบ้านพร้อมกับพนักงานขับรถของบริษัท เธอก็สังเกตเห็นรถยนต์สีดำคันหนึ่งที่ขับตามรถของเธอมาเป็นระยะๆ
“รถคันนั้น… ตามเรามาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” ลลิลถามคนขับ
“ไม่แน่ใจครับคุณลลิล” ชายคนขับตอบ “แต่ผมสังเกตมาสักพักแล้วครับ”
หัวใจของลลิลเต้นระส่ำ เธอพยายามมองผ่านกระจกข้างเพื่อดูว่ารถคันนั้นคือรถของใคร แต่กระจกรถคันดังกล่าวถูกฟิล์มนิรภัยสีดำสนิท ทำให้มองไม่เห็นภายใน
“ลองขับไปทางอื่นดูไหมคะ” ลลิลออกคำสั่ง
คนขับพยักหน้าและเลี้ยวรถไปยังถนนอีกสายหนึ่ง แต่รถคันดำคันนั้นก็ยังคงตามมาอย่างไม่ลดละ
“มันต้องเป็นเขาแน่ๆ” ลลิลคิดในใจ “ต้องเป็นคุณคิรากร”
เธอรู้สึกทั้งหวั่นใจและประหลาดใจ เขาจะมาหาเธอทำไมอีก ทั้งที่เธอไม่ได้นัดหมาย
เมื่อรถของเธอจอดสนิทที่หน้าบ้านพักของเธอ รถคันดำคันนั้นก็จอดตามมาติดๆ
“คุณคิรากรคะ” ลลิลเอ่ยขึ้นเมื่อประตูรถอีกคันเปิดออก เผยให้เห็นใบหน้าคุ้นเคย
“ผมขอโทษที่ทำให้ตกใจนะครับ” คิรากรกล่าวขณะก้าวลงจากรถ ดวงตาของเขายังคงฉายแววอบอุ่นเหมือนเคย “ผมแค่อยากจะมาดูว่าคุณกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย”
“แต่… คุณไม่ต้องทำแบบนี้ก็ได้นะคะ” ลลิลบอก “ฉันมีคนขับรถอยู่แล้ว”
“ผมรู้ครับ” คิรากรยิ้ม “แต่ผมก็อดเป็นห่วงไม่ได้”
“คุณคิรากรคะ” ลลิลตัดสินใจถามตรงๆ “ทำไมคุณถึงคอยจับตามองฉันอยู่ตลอดเวลาคะ”
คิรากรชะงักเล็กน้อย เขาดูเหมือนจะเตรียมใจกับคำถามนี้มาแล้ว “ผม… ผมแค่รู้สึกผูกพันกับคุณ ลลิล” เขาตอบ “และผมก็อยากจะมั่นใจว่าคุณจะปลอดภัย”
“ผูกพันอย่างนั้นหรือคะ” ลลิลทวนคำ “หรือว่า… คุณแค่ต้องการควบคุมทุกอย่าง”
แววตาของคิรากรเปลี่ยนไปเล็กน้อย “คุณคิดอย่างนั้นจริงๆ หรือครับ” เขาถาม น้ำเสียงแฝงความน้อยใจ
“ฉันไม่รู้ค่ะ” ลลิลสารภาพ “ทุกอย่างมันดูเร็วไปหมด”
“ผมเข้าใจครับ” คิรากรถอนหายใจ “แต่ผมอยากให้คุณรู้ว่า… ผมจริงจังกับเรื่องนี้”
“เรื่องอะไรคะ” ลลิลถาม
“เรื่องคุณ… เรื่องคอลเลคชั่นของคุณ… และเรื่องของเรา” คิรากรกล่าว
คำว่า ‘ของเรา’ ทำให้ลลิลใจเต้นแรง เธอไม่แน่ใจว่าเธอพร้อมจะรับฟังเรื่องราวความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนของเขาหรือไม่
“คุณคิรากรคะ” ลลิลพยายามรักษาน้ำเสียงให้ปกติ “ตอนนี้ฉันกำลังมุ่งมั่นกับการทำงานให้เต็มที่ค่ะ ฉันอยากให้คอลเลคชั่นนี้ประสบความสำเร็จ”
“ผมรู้ครับ” คิรากรตอบ “และผมก็จะสนับสนุนคุณเต็มที่”
เขาเดินเข้ามาใกล้ลลิลเล็กน้อย “ผมอยากชวนคุณไปทานอาหารเย็นกัน พรุ่งนี้ค่ำ”
“ทานอาหารเย็นอย่างนั้นหรือคะ” ลลิลถาม
“ใช่ครับ” คิรากรพยักหน้า “เราจะได้มีเวลาพูดคุยกันมากขึ้น”
ลลิลลังเล เธอไม่แน่ใจว่าควรจะตอบรับคำเชิญนี้หรือไม่ แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกทึ่งในความพยายามของคิรากร
“ค่ะ” ลลิลตอบในที่สุด “ฉันจะไปค่ะ”
รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของคิรากร “ดีใจมากครับ” เขาว่า
“แล้ว… มีใครส่งคุณมาใช่ไหมคะ” ลลิลถามอย่างแผ่วเบา “หรือว่า… มันเป็นส่วนหนึ่งของแผนการอะไรบางอย่าง”
คิรากรก้มหน้าลงมองเธอ แววตาของเขาจริงจัง “ลลิล” เขาเอ่ย “ผมไม่ได้มีแผนการอะไร ผมแค่… อยากอยู่ใกล้ๆ คุณ”
คำตอบของเขาทำให้ลลิลรู้สึกสับสน เธอไม่รู้ว่าจะเชื่อเขาได้มากน้อยแค่ไหน แต่ในใจลึกๆ เธอก็สัมผัสได้ถึงความจริงใจบางอย่าง
“ฉันขอตัวก่อนนะคะ” ลลิลกล่าว “พรุ่งนี้มีงานแต่เช้า”
“ครับ” คิรากรตอบ “ฝันดีนะครับ ลลิล”
ลลิลเดินเข้าบ้านไป ทิ้งให้คิรากรยืนมองตามหลังเธอไปจนลับสายตา เขาถอนหายใจยาว เขาไม่แน่ใจว่าการกระทำของเขาจะทำให้ลลิลรู้สึกสบายใจขึ้น หรือจะยิ่งทำให้เธอหวาดระแวงกันแน่
3,646 ตัวอักษร