ตอนที่ 9 — การเปิดตัวอันน่าตื่นเต้น
การรอคอยมาถึงจุดสิ้นสุด ในที่สุดวันเปิดตัวคอลเลคชั่นแรกของแบรนด์แฟชั่นที่ลลิลทุ่มเทสร้างสรรค์มาเป็นเวลาหลายเดือนก็มาถึง สตูดิโอที่เคยเต็มไปด้วยความวุ่นวาย บัดนี้ถูกแปลงโฉมให้กลายเป็นรันเวย์สุดหรู บรรยากาศอบอวลไปด้วยความตื่นเต้นและคาดหวัง
แขกเหรื่อที่ได้รับเชิญมาร่วมงานต่างเป็นบุคคลสำคัญในวงการแฟชั่น สื่อมวลชน เหล่าเซเลบริตี้ และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง หลายคนเป็นผู้ที่คิรากรได้ใช้เครือข่ายของเขาเชิญมาร่วมงาน
ลลิลยืนอยู่หลังฉาก สวมชุดเดรสยาวสีขาวที่เธอออกแบบเอง มันเรียบง่ายแต่สง่างาม สะท้อนถึงความมั่นใจที่เธอได้สั่งสมมาตลอดการทำงาน เธอรู้สึกถึงเหงื่อที่ไหลซึมออกมาจากฝ่ามือ แต่ก็พยายามเก็บอาการ
“พร้อมแล้วนะคะคุณลลิล” เสียงของทีมงานดังขึ้น
ลลิลสูดลมหายใจลึก เธอพยักหน้า
“ขอให้โชคดีครับ” เสียงของคิรากรดังขึ้นข้างหูเขาปรากฏตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ สวมสูทสีเข้มที่ดูสง่างาม
ลลิลหันไปมองเขา “ขอบคุณค่ะ” เธอตอบ “ถ้าไม่มีคุณ… งานนี้คงไม่ออกมาสมบูรณ์แบบขนาดนี้”
“ผมก็แค่ช่วยสนับสนุนในส่วนของผม” คิรากรยิ้ม “ผลงานทั้งหมดเป็นของคุณ”
เขาแตะแขนเธอเบาๆ “มั่นใจเข้าไว้ ลลิล คุณทำได้”
คำพูดให้กำลังใจของเขาทำให้ลลิลรู้สึกดีขึ้น เธอหันกลับไปเผชิญหน้ากับรันเวย์
เสียงดนตรีเริ่มบรรเลงขึ้น แสงไฟสว่างวาบ เหล่านางแบบเดินออกมาอย่างสง่างาม พวกเธอสวมใส่เสื้อผ้าจากคอลเลคชั่นของลลิลได้อย่างสมบูรณ์แบบ ชุดแต่ละชุดได้รับการออกแบบมาอย่างประณีต พิถีพิถัน สะท้อนถึงความงดงามของเส้นสาย โทนสี และเนื้อผ้า
ลลิลยืนมองภาพเบื้องหน้าด้วยความปลาบปลื้ม น้ำตาเอ่อคลอเล็กน้อย เธอเห็นภาพความฝันของเธอได้กลายเป็นความจริง
ขณะที่การแสดงกำลังดำเนินไป ลลิลก็สังเกตเห็นสายตาคู่หนึ่งที่จับจ้องมาที่เธอจากแถวหน้า สายตาคู่นั้นคือของโซเฟีย หญิงสาวจากนิวยอร์กที่เธอพบในงานเลี้ยงวันนั้น ใบหน้าของโซเฟียปราศจากรอยยิ้ม มีเพียงแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและ… ความท้าทาย
ลลิลรู้สึกได้ถึงแรงกดดันจากสายตาคู่นั้น แต่เธอก็เลือกที่จะไม่สนใจ เธอหันกลับไปให้ความสนใจกับการแสดงบนรันเวย์
เมื่อการแสดงจบลง เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่วห้อง ลลิลเดินออกมาที่ปลายรันเวย์พร้อมกับทีมงานของเธอ เธอโค้งคำนับรับเสียงชื่นชม
“คุณทำได้ยอดเยี่ยมมาก ลลิล” คิรากรเดินเข้ามาหาเธอทันทีที่เธอเดินลงจากเวที
“ขอบคุณค่ะ” ลลิลตอบ หอบหายใจด้วยความตื่นเต้น “ฉัน… ฉันไม่คิดว่ามันจะออกมาดีขนาดนี้”
“ผมบอกแล้วไงครับว่าคุณทำได้” คิรากรกล่าว “ทุกคนชื่นชมผลงานของคุณมาก”
ขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น โซเฟียก็เดินเข้ามาหาพวกเขา “คุณลลิลคะ” เธอเอ่ยขึ้น “ดิฉันต้องยอมรับว่าคุณมีพรสวรรค์จริงๆ”
“ขอบคุณค่ะ คุณโซเฟีย” ลลิลตอบอย่างสุภาพ “ดิฉันดีใจที่คุณชอบค่ะ”
“ฉันชอบมาก” โซเฟียยิ้มบางๆ “โดยเฉพาะชุดราตรีสีเงินชุดนั้น มันดูสง่างามและ… อันตรายในเวลาเดียวกัน”
คำว่า ‘อันตราย’ ทำให้ลลิลรู้สึกประหลาดใจ “อันตรายอย่างนั้นหรือคะ”
“ใช่ค่ะ” โซเฟียตอบ “มันดูเหมือนจะซ่อนเร้นความลับบางอย่างเอาไว้”
ลลิลไม่เข้าใจว่าโซเฟียกำลังสื่ออะไรกันแน่
“คุณคิรากรคะ” โซเฟียหันไปหาคิรากร “ฉันขอคุยกับคุณสักครู่ได้ไหมคะ”
คิรากรเลิกคิ้วขึ้น “มีอะไรหรือครับ”
“เรื่องธุรกิจค่ะ” โซเฟียตอบ “เป็นเรื่องด่วน”
คิรากรหันมามองลลิล “คุณลลิลครับ ผมขอตัวก่อนนะครับ”
“ค่ะ” ลลิลตอบ
คิรากรและโซเฟียเดินออกไป ทิ้งให้ลลิลยืนอยู่เพียงลำพังท่ามกลางผู้คนมากมาย เธอรู้สึกได้ถึงสายตาของใครบางคนที่กำลังจับจ้องมาที่เธออีกครั้งหนึ่ง
เธอหันไปมองรอบๆ ก็พบกับสายตาของมาร์คัส นักธุรกิจจากนิวยอร์ก เขายืนอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก กำลังจ้องมองมาที่เธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
ลลิลรู้สึกสับสน เธอไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมโซเฟียถึงอยากคุยกับคิรากรเรื่องธุรกิจอย่างกะทันหัน และทำไมมาร์คัสถึงมองเธอด้วยสายตาแบบนั้น
งานเปิดตัวที่ควรจะเป็นค่ำคืนแห่งความสุขและความสำเร็จ บัดนี้กลับเต็มไปด้วยคำถามและความสงสัยที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในใจของเธอ ราวกับว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่ซับซ้อนกว่าที่เธอเคยคาดคิดไว้
3,241 ตัวอักษร